สกู๊ปพิเศษ
Thai
Posted by : TF_PrimeKyle 
07-11-2017 15:35 view : 25831
25 เกมที่ใช้เวลาในการเล่นจบนานที่สุด กว่าจะจบ...ไม่ไหวจะเคลียร์-เพลียที่จะเล่น!

 

ถ้าพูดถึงความคุ้มค่าของวิดิโอเกมกับราคาที่เหล่าเกมเมอร์จ่ายไปนั้น ต้องมีหลายๆคนให้ความสำคัญกับเวลาในการเล่นหรือความยาวของเนื้อเรื่องอย่างแน่นอน วันนี้เราจะไปดูกันครับว่ามีเกมอะไรบ้างที่เนื้อหาของเกมนั้นมีมากมายซะเหลือเกิน ที่กว่าจะจบกว่าจะเคลียร์ได้ต้องใช้เวลาเป็นหลายสิบหลายร้อยชั่วโมง จะมีเกมอะไรบ้าง จะมีเกมที่คุณชอบรึเปล่า ไปดูกันเลยครับ (โดยการจัดอันดับจะจัดอันดับตามระยะเวลาในการจบเนื้อหาหลักและเนื้อหาทั้งหมดของเกม ซึ่งจะให้ความสำคัญค่อนไปทางเนื้อหาหลักครับ)

 

 

อันดับ 25. Dark Souls II

 


 
• แนวเกม: Action RPG
• ปีที่จัดจำหน่าย: 2014
• เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย: 48 ชั่วโมง
• เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย: 118 ชั่วโมง

ประเดิมเกมแรกกับเกมขวัญใจเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์หรือเกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกมที่มีความท้าทายเป็นชีวิตจิตใจกับซีรี่ย์ dark soul ในภาค 2 นี้ก็ถือว่าเป็นอีกภาคนึงที่ยากสุดๆไม่แพ้ภาคอื่นๆ (อาจจะยากสู้ภาคแรกไม่ได้) เหตุผลที่ทำให้ภาคนี่ต้องใช้เวลาเล่นนานกว่าภาคอื่นๆส่วนตัวผมเองคิดว่าอาจจะเป็นเพราะความกว้างของแผนที่ ที่ภาคนี้ได้ทำให้แตกต่างกับเกมส์ในตระกูลนี้ก็คือแผนที่จะเน้นไปทางขนาดความกว้างใหญ่มากกว่าความซับซ้อนที่ภาคอื่นๆ เค้าทำกันทำให้ต้องเสียเวลาในการสำรวจสถานที่ต่างๆมากกว่า ส่วนในเรื่องความยาวของตัวเนื้อเรื่องแล้วนั้นพูดได้ยากครับ เพราะเกมส์ตระกูลนี้ไม่ได้เล่าเนื้อเรื่องตรงๆจะทำการเล่าเหตุการณ์ต่างๆผ่านบทสนทนาของ NPC หรือคำบรรยายที่แฝงไว้ในไอเทมหรือฉากต่างๆที่ผู้เล่นต้องทำการสังเกตุเอาเองและตีความเอาเอง (คนคงหมดเวลาไปกับการตายซ้ำตายซากมากกว่าอ่านเนื้อเรื่องมากกว่า ฮ่าๆ)

 

 

อันดับ 24. Dragon Age: Inquisition

 


 
•แนวเกม: RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย: 2014
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย: 45 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย: 126 ชั่วโมง

เนื้อเรื่องในภาคนี้อยู่ในหนึ่งปีให้หลังเหตุการณ์ใน Dragon Age 2 เนื้อหาของเกมก็เข้มข้นไปตลอดตั้งแต่ต้นจนจบเลยทีเดียวโดยในส่วนของเนื้อหาของเกมนั้นเรียกได้ว่ายังคงมาตรฐานเดิมของ Bioware เอาไว้ได้ บทพูดและภารกิจต่างๆนั้นก็มีเนื้อเรื่องที่ยอดเยี่ยมและน่าสนใจ ตัวเกมจะมีความเป็นเกม Action อยู่ในระดับนึงด้วยความรวดเร็วของการออกท่วงท่ารวมไปถึง Skill ความสามาถต่างๆของทั้งฝ่ายเราและศัตรูที่ต้องมีการกะจังหวะ การหลบหลีก แต่ขณะเดียวกันก็มีการวางแผนและคุณก็หยุดเกมได้ตลอดเวลาทำให้ระบบการต่อสู้ของภาคนี้นั้นถือได้ว่าสนุกเลยทีเดียว เหตุผลที่ทำให้เกมนี้ใช้เวลานานเลยก็เป็นเพราะขนาดของแผนที่ใหญ่มากพอสมควรและด้วยภารกิจที่มีให้ทำมากมายพร้อมกับเนื้อเรื่องที่เข้มข้นและเดินไม่เป็นเส้นตรง

 

 

อันดับ 23. Fallout: New Vegas – Ultimate Edition

 


 
•แนวเกม:Action RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2012
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:38 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:164 ชั่วโมง

เนื้อเรื่องในภาคนี้อยู่ในช่วงสามปีให้หลังเหตุการณ์ในภาค 3 ในเกมมีภารกิจจำนวนมากให้ทำทั้งภารกิจหลัก ภารกิจรองและภารกิจเสริมแยกย่อยรวมถึงสถานที่อีกมากมายให้เราไปค้นหา แต่ละที่ก็จะมีเรื่องราวหลากหลายให้เราได้รับรู้ ผู้ที่ชอบการสำรวจก็คงจะต้องใช้เวลาจำนวนมาในการออกสำรวจและค้นหาสถานที่ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีระบบความนิยมชมชอบ ถ้าทำดีหรือรับภารกิจช่วยที่ไหนก็จะได้รับความชื่นชม แต่ถ้าไปทำไม่ดีหรือฆ่าคนของที่นั้นก็จะผลในทางลบหรือกระทั่งโดนคนทั้งหมู่บ้านไล่ทำร้าย สำหรับคนที่ชอบเกมอาร์พีจีที่มีโลกเปิดกว้าง มีสถานที่มากมายให้ค้นหา มีระบบการต่อสู้ที่สนุกมีภารกิจที่เข้มข้น Fallout New Vegas เป็นเกมที่เหมาะมาก

 

 

อันดับ 22. Divinity: Original Sin

 


 
•แนวเกม:RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2014
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:65 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:109 ชั่วโมง


เกม Turn-Based RPG ที่ภาพสวยใช้ได้ ด้วยความ open world ที่เราไม่จำเป็นจะต้องทำเควสตามเนื้อเรื่องก็ได้ อยากทำอะไรอยากไปลุยที่ไหนก็ทำได้ตามใจชอบ(ถ้าไหวก็ไปเถอะ ฮ่าๆ) ทำให้เกมนี้ใช้เวลาในการเล่นมากพอสมควร ไหนจะทำความเข้าใจกับระบบการเล่นอีก ไหนจะเควสที่เยอะแยะแล้วเนื้อเรื่องที่ให้มาได้เล่นกันแบบเต็มอิ่ม ไม่แปลกใจเลยที่คะแนนรีวิวส่วนใหญ่อยู่ในระดับดีมาก

 

 

อันดับ 21. Metal Gear Solid V: The Phantom Pain

 


 
•แนวเกม:Third-person Action
•ปีที่จัดจำหน่าย:2015
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:45 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:162 ชั่วโมง

ภาคสุดท้ายของซีรี่ย์ metal gear solid ที่ภาคนี้ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางในการเล่นให้เป็นแบบ Open World เต็มตัว เนื้อหาและลูกเล่นในภาคนี้ถือว่ามีเยอะมากๆ ฉากแผนที่ที่โคตรใหญ่พอๆกับ Farcry และมีอะไรให้ทำเยอะแยะมากมาย มีภารกิจเยอะแยะให้เลือกทำ อีกเหตุผลที่ทำให้เกมนี้ติดอันดับเกมที่ใช้เวลาในการเล่นนานอาจจะเป็นเพราะเป็นเกมรอบเร้นด้วยอีกส่วนนึง ฮ่าๆ

 

 

อันดับ 20. Baldur's Gate 2: Shadows Of Amn

 


 
•แนวเกม:RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2000
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:72 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:140 ชั่วโมง


เกมเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ในสไตล์รูปแบบการเล่นแบบ classic RPG ที่เมื่ออยู่ในสมัยนั้นจัดได้ว่าเป็นเกมที่ดูดวิญญาณดีๆเกมนึงเลยทีเดียว ด้วยระบบเกมการเล่นที่มีเยอะ และเนื้อหาของเกมที่มีเยอะตามไปด้วย ทำให้ต้องใช้เวลาจบนานพอสมควร ถ้าใครคิดถึงเกมสไตล์เก่าๆเมื่อไม่นานมานี้ตัวผู้ผลิตได้ทำการทำเวอร์ชั่น enhanced edition ออกมาวางจำหน่าย ทำให้ภาคกราฟฟิคดูเหมาะสมกับยุคนี้มากขึ้น

 

 

อันดับ 19. The Witcher III: Game Of The Year Edition

 


 
•แนวเกม:Action RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2015
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:47 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:191 ชั่วโมง

กลับมาอีกภาคกับ the witcher sex hunt เอ้ย wild hunt หลายๆคนคงรู้ความเทพของเกมนี้เป็นอย่างดีกันอยู่แล้ว ไม่ว่าสำนักรีวิวกี่สำนัก ก็ให้คะแนนเต็มหรือเกือบเต็มกันทั้งหมด ด้วยความเทพของตัวเกมทั้ง เนื้อเรื่องที่ให้เราได้เป็นคนเลือกเอง มีฉากจบหลายแบบ และเนื้อหาภายในเกมที่มีเยอะจนหมดตังไปกับค่าไฟกันไม่รู้กี่พันบาท อีกทั้งขนาดของแผนที่ ที่โคตรจะกว้างใหญ่ไพศาล ทำให้กว่าจะจบก็เล่นแฟนๆเล่นกันจนลืมการลืมงานกันเลยทีเดียว และในเวอร์ชั่น Game Of The Year Edition ที่ได้รวม dlc ทุกตัวมาแล้ว ไม่ต้องสงสัยกันเลยทีเดียวครับ ว่ามันจะทำให้คุยเสียเวลาในชีวิตไปมากขนาดไหน ฮ่าๆ

 

 

อันดับ 18. Shin Megami Tensei: Persona 3

 


 
•แนวเกม:RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2007
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:84 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:122 ชั่วโมง

เกมสไตล์ JRPG ที่สนุกสุดๆอีกเกมนึง ในภาคนี้ได้ลงให้กับเครื่อง ps2 และ psp แกนหลักเนื้อหาของเกมซี่รี่ย์นี้คือ เหล่าผู้ใช้พลังที่สร้างออกมาจากจิตใจ ในรูปร่างของเทพปิศาจที่เรียกว่า “เพอร์โซน่า” ในการต่อสู้ได้ (คล้ายๆ พวกแสตนด์ในเรื่องโจโจ้) ตัวเกมถูกออกแบบให้ผู้เล่นได้มีปฎิสัมพันธ์กับบรรดา NPC ในเกมมากมาย ระบบต่อสู้ที่ต้องอาศัยทักษะของผู้เล่น เพื่อเคลียร์เหล่าเพอร์โซน่าในแต่ละตัว ในบางภาคยังสามารถกำหนดตอนจบของตัวเองได้

 

 

อันดับ 17. The Final Fantasy XII

 


 
•แนวเกม:RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2006
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:60 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:170 ชั่วโมง


เกม JRPG ในตำนานภาค 12 นี้ก็เป็นอีกเกมที่ดูดเวลาๆมากๆอีกเกมนึง ในสมัยนั้นภาคนี้เป็นภาคที่ทิ้งทวนให้กับ PS2 ซึ่งก็ทำให้ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ด้วยเนื้อเรื่องที่สนุก แล้วเนื้อหาของเกมที่มีเยอะมากกว่าทุกๆภาค ทำให้ภาคนี้กว่าจะเล่นจบก็เสียเวลาไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์เลย

 

 

อันดับ 16. The Elder Scrolls V: Skyrim - Special Edition

 


 
•แนวเกม:Action RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2013
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:23 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:248 ชั่วโมง


เกมเทพอีกเกมที่กวาดรางวัล และคำวิจารณ์ที่ดีไปมากมาย ด้วยความที่มีแผนที่ ที่มีขนาดใหญ่ และสิ่งต่างๆมากมายภายในเกม ทำให้เล่นเพลินๆได้ไม่รู้จักเบื่อ ตัวเนื้อเรื่องหลักอาจจะใช้เวลาไม่นาน แต่สิ่งที่สำคัญกับเกมนี้เลยคือระบบการเล่นและมอนเตอร์ที่มีเยอะแยะมากมาย ไม่แปลกใจที่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนเล่นอยู่

 

 

อันดับ 15. Xenoblade Chronicles

 


 
•แนวเกม:RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2010
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:68 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:167 ชั่วโมง

เกม RPG ที่มีธีมกึ่ง fantasy กับ sci-fi ที่สนุกอีกเกมนึง ด้วยตัวเกมมีส่วนที่ให้ผู้เล่นได้ทำมากมาย มีเนื้อเรื่องหรือภารกิจที่ให้เราทำที่เยอะมาก และมีแผนที่ ที่ใหญ่สุดๆอีกเกม บางครั้งเดินไปทำภารกิจกันทีนึงใช้เวลาเป็นสิบสิบนาที มีสถานที่ให้สำรวจมากมาย แรกได้ว่าเป็นน้องๆของ FF เลยทีเดียว

 

 

อันดับ 14. Rome: Total War II

 


 
•แนวเกม:RTS 
•ปีที่จัดจำหน่าย:2013
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:66 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:195 ชั่วโมง


เกม RTS ที่จัดเต็มไม่ว่าจะเรื่องของเนื้อหาหรือความต้องการทรัพยากรเครื่อง ฮ่าๆ จัดว่าเป็นเกม RTS ที่ใครชอบเล่นแนวนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วจะชอบมาก เพราะด้วยระบบที่มีรายละเอียดยิบย่อยเยอะมากๆ ในการเล่นแต่ละครั้งก็ใช้เวลามากพอสมควร ที่กินเวลาเพราะอาจจะใช้เวลาคิดแผนรูปแบบการเล่นด้วยส่วนนึง ฮ่าๆ

 

 

อันดับ 13. White Knight Chronicles II

 


 
•แนวเกม:JRPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2011
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:39 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:379 ชั่วโมง


ในภาคนี้เกมได้ปรับเปลี่ยนโดยผสมผสานรูปแบบของเกมออนไลน์แบบ MMORPG เข้ามาได้อย่างลงตัว บวกกับเนื้อหาของตัวเกมที่มีมากมาย จนบางทีผมก็แอบคิดว่าสรุปจะให้เล่นเนื้อเรื่องหลักหรือภารกิจเสริม เพราะภารกิจเสริมมีเยอะแยะมากมายไปหมด จนเล่นกันไม่หวั่นไม่ไหว

 

 

อันดับ 12. Pokémon Diamond And Pearl

 


 
•แนวเกม:RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2007
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:42 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:251 ชั่วโมง


ตามคาด! แฟนเกมโปเกม่อนคงคิดว่าไม่ภาคใดก็ภาคะนึงต้องติดลิสต์นี้แน่นอน และ Pokémon Diamond And Pearl ก็คือภาคที่มีเนื้อหาภายในเกมเยอะมากๆ ด้วยแผนที่ที่มีเยอะ และโปเกม่อนที่มีเยอะไม่แพ้กัน และด้วยความซับซ้อนของแผนที่ในภาคนี้อีก ทำให้กว่าจะจบได้ก็เสียเวลาไปเยอะเลย

 

 

อันดับ 11. Harvest Moon: Back To Nature

 


 
•แนวเกม:Farm simulator / RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:1999
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:70 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:200 ชั่วโมง

เกมในตำนานในใจของใครหลายๆคน ด้วยความที่รูปแบบของเกมเข้าถึงง่ายกับทุกเพศทุกวัยทำให้เกม Harvest Moon ภาคนี้ดังระเบิดระเบ้อ ในสมัยนั้นไม่มีเกมไหนที่จำให้ตัวเราได้รับบทบาทบริหารฟาร์มแบบจริงๆจังๆ และตัวเกมก็ยังเป็น Open World ที่น่าสนใจแบบสุดๆ ด้วยความที่มีอะไรให้ทำเยอะแยะมากมายในแต่ละวันภายในเกม ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเกมนี้ถึงติดโผกับเค้าด้วย

 

 

อันดับ 10. Persona 5

 


 
•แนวเกม:RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2017
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:90 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:161 ชั่วโมง

Persona ภาคเทพอีกภาคที่เพิ่งขายไปไม่นานมานี้ การทิ้งห่าง ให้แฟนๆรอคอยถึง 8 ปี การกลับมาครั้งนี้บอกได้เลยว่าไม่มีผิดหวัง กับเนื้อเรื่องในภาคนี้ที่กลับมาดำเนินเรื่องในกรุงโตเกียวที่วุ่นวาย เนื้อหาของเกมที่มีเยอะจนให้เล่นกันจนเบื่อกันไปข้าง สำหรับแฟน JRPG คงรู้กันดีว่าเกมนี้มันดูดเวลาขนาดไหน

 

 

อันดับ 9. Record Of Agarest War

 


 
•แนวเกม:Tactical RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2007
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:86 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:210 ชั่วโมง


เกม Turn-based JRPG อีกหนึ่งเกมที่เนื้อหาของเกมมีเยอะเหลือเกิน ด้วยความที่มีมอนเตอร์มากมาย และแผนที่ ที่มีเยอะจนรู้สึกว่าไม่มีสิ้นสุดนั้น ทำให้ตัวเกมยาวมากๆ สำหรับใครที่ชอบแนวนี้ก็อาจจะเล่นได้เรื่อยๆ ไม่เบื่อ แต่ถ้าใครที่ไม่ใช่แนวแล้วละก็อาจจะเลิกเล่นไปกลางคัน แบบผม ฮ่าๆ

 

 

อันดับ 8. The Elder Scrolls: Morrowind - Game Of The Year Edition

 


 
•แนวเกม:Action RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2003
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:49 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:364 ชั่วโมง


เป็นอีกภาคของ The Elder Scrolls ที่ประสบความสำเร็จ ในสมัยนั้นถือว่าเป็นเกมแรกๆที่ได้นำเกมที่มีรูปแบบมุมแบบบุคคลที่หนึ่งมาทำเป็นเกม Fantasy ผสม RPG ทำให้เป็นแนวทางแปลกใหม่ๆมาก ด้วยภาคนี้ที่มีเนื้อหาเสริมมากกว่าเนื้อเรื่องหลักอีกตามเคย ทำให้มีอะไรให้ทำเยอะแยะมากมาย

 

 

อันดับ 7. Disgaea: Hour of Darkness

 


 
•แนวเกม:Tactical RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2003
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:47 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:467 ชั่วโมง

เกมแนว Turn-baded JRPG อีกแล้ว ฮ่าๆ ส่วนใหญ่เกมสไตล์นี้จะใช้เวลาในการเล่นนานอยู่แล้ว พ่วงกับเกมนี้มีสกิลที่ค่อนข้างซับซ้อนและเล่นสนุก ตัวเกมก็มีความยากกำลังดี และที่สำคัญ มีด่านให้เล่นเยอะมากๆ ทำให้กว่าจะจบได้ ก็ล่อหมดเวลาไปเป็นอาทิตย์ ยิ่งถ้าจะจบแบบครบ 100% นี่เล่นกันยาวเลย

 

 

อันดับ 6. Euro Truck Simulator 2

 


 
•แนวเกม:Driving simulator
•ปีที่จัดจำหน่าย:2012
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:49 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:396 ชั่วโมง

อนาคตใครอยากทำงานแนวนี้แนะนำให้ลองหามาเล่นกันดูครับ มันสมจริงๆมากๆ เราจะได้รู้หลักการทำงานของคนขับรถบรรทุกแบบลงลึกทุกรายละเอียด การเดินทางไปไหนมาไหนแต่ละทีก็นานมากๆ สำหรับใครที่ชอบก็จัดไป แต่ผมคนนึงที่ความอดทนมีไม่สูงพอที่จะเล่น ฮ่าๆ

 

 

อันดับ 5. Gran Turismo 4

 


 
•แนวเกม:Racing simulator
•ปีที่จัดจำหน่าย:2005
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:83 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:336 ชั่วโมง


เกมจำลองโลกแห่งการแข่งรถในสนามแข่งในตำนานอีกเกมที่เล่นสนุกสุดๆ ถึงแม้ว่าตัวเกมจะมีระบบที่สมจริงมากๆ แต่มันก็ไม่ได้ลดความสนุกของเกมลงไปเลย ด้วยการแข่งขันที่มีเยอะมากมาย และความเพลินในการปลดล็อคของใหม่ๆมาเสริมความแรงให้รถของเรา ทำให้หมดเวลากันไปมากเลย

 

 

อันดับ 4. Might And Magic: Heroes 6

 


 
•แนวเกม:Turn-based strategy RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2011
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:100 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:224 ชั่วโมง


เกม Turn-based กันอีกแล้ว แต่คราวนี้มาฝั่งตะวันตกกันบ้าง กับซีรี่ย์ที่มีมายาวนานอย่าง Might And Magic ด้วยความที่ตัวเกมมีแผนที่ ที่เปิดกว้าง แล้วผสมกับรูปแบบการเล่นแบบเทิร์นเบสที่ใช้เวลานานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ทำให้เกมนี้ใช้เวลาค่อนข้างนานในการจะเล่นให้จบ

 

 

อันดับ 3. Dragon Quest VII

 


 
•แนวเกม:RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2001
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:106 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:257 ชั่วโมง


ซีรี่ย์ในตำนานอย่าง Dragon Quest ก็ติดมากับเค้าด้วย ในสมัยนั้นถือว่าเล่นได้สนุกเพลินๆ ด้วยรูปแบบการเล่นที่เราได้ออกรูปแบบการต่อสู้ที่สนุก รวดเร็ว ทำให้ภาคนี้เป็นภาคที่ประสบความสำเร็จมากๆ อีกภาคนึง และตัวเนื้อเรื่องที่ยาวมากๆ ทำให้เป็นอีกภาคที่ใช้เวลานานมากๆ

 

 

อันดับ 2. Europa Universalis III

 


 
•แนวเกม:RTS
•ปีที่จัดจำหน่าย:2007
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:139 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:609 ชั่วโมง


สายฮาร์ดคอร์ RTS คงจะชอบเกมนี้ เพราะถึงจะเป็นเกมภาพไม่สวย แต่มีระบบที่ค่อนข้างดีในด้านฑูต และบริหาร และยังสามารถเล่นได้ทุกประเทศในโลกในแต่ละยุคอีกต่างหาก ด้วยความที่มีรายละเอียดเยอะ ทำให้เกมนี้เป็นอีกเกมที่ เสียเวลาในการเล่นไปเยอะมากๆ

 

 

อันดับ 1. Monster Hunter: Freedom Unite

 


 
•แนวเกม:Action RPG
•ปีที่จัดจำหน่าย:2009
•เวลาที่ใช้ในการจบเนื้อหาหลักโดยเฉลี่ย:150 ชั่วโมง
•เวลาที่ใช้จบเนื้อหาทุกอย่างโดยเฉลี่ย:458 ชั่วโมง

ล่าแย้กันดีกว่า! อันดับหนึ่งคือเกมที่ใครๆหลายๆคนอาจจะรู้จักกันเป็นอย่างดี กับภาคนี้ที่ลงให้กับเครื่องพกพาอย่าง psp และ ps vita ที่เรียกได้ว่า เล่นกันจนแบตเสื่อม แบตเสียกันเป็นแถบๆ ด้วยความที่มีเนื้อเรื่องหลักที่มีมาให้เล่นเยอะมากพร้อมกับภารกิจเสริมการล่าแย้ที่มีเยอะมากพอๆกัน ทำให้เกมนี้เป็นเกมที่สูญเสียเวลาชีวิต เวลาทำงานกันมานักต่อนักแล้ว

 

จบกันไปแล้วครับกับ 25 อันดับเกมที่กว่าจะจบเนื้อหาในตัวเกมได้ เรียกได้ว่าเหนื่อยกันเลยทีเดียว อาจจะมีหลายๆเกมที่หลายๆคนชอบแต่ไม่ติด เพราะนั้นอาจจะเป็นเพราะเราโฟกัสไปที่เนื้อหาใหม่ๆที่เราสามารถเล่นได้ในเกม ไม่ใช่เนื้อหาที่ให้เราเล่นซ้ำๆ ยังไงถ้ามีอะไรผิดพลาดไปผมก็ขอโทษด้วยนะ คร้าบบบบ (ขอบคุณข้อมูลดีๆจากเว็บไซต์: nowloading.co)

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
10 สถิติเกี่ยวกับวีดีโอเกมที่คุณไม่เคยรู้
เชื่อเถอะว่าต้องประหลาดใจกับเรื่องพวกนี้แน่นอน
ลดตั้งครึ่ง! Dark Souls 3 ลดราคา 50% บน Steam
เกมที่ได้รับคะแนนโหวตถล่มทลาย
Dark Souls ทั้งสามภาค กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาลง Nintendo Switch!
ถ้าลงจริง สาวก Dark Souls คงตัดสินใจซื้อ Nintendo Switch ได้ไม่ยาก
ปู่ 80 ตะลุย Dark Souls II
นั่งเล่นชิลๆ แต่ปู่แกคงเครียด
Dark Souls III ประกาศวันวางจำหน่าย DLC แรก
พร้อมราคาทั้ง Standalone และ Season pass
Dark Souls III ทำยอดขายทะลุ 3 ล้านชุดแล้ว
Bandai Namco เผยยอดขาย Dark Souls III ล่าสุด