สกู๊ปพิเศษ
Global
Posted by : TF_may2greview 
14-06-2018 12:51 view : 1258
[จับเข่าคุย] 5 เหตุผลที่ Final Fantasy VII Remake ไม่ปรากฏตัวบนเวที E3 2018 เหตุไฉนเกมที่คนทั่วโลกสุดไฮป์ถึงหายไปอย่างไร้ร่องรอย??

 

 

ผ่านพ้นกันไปแล้วกับงานเกมที่แฟนๆ ทั่วโลกรอคอยอย่าง Electronic Entertainment Expo 2018 หรือ E3 ประจำปี 2018 ซึ่งปีนี้ก็มีเรื่องน่าสนใจให้ชวนพูดคุยกันหลายเรื่อง ทั้งเกมที่ประกาศ IP ใหม่ หรือเกมภาคต่อซีรี่ส์เก่าที่หลายคนไม่คาดคิดว่าจะมา ทว่ามีอยู่ 1 เกมที่อยู่ใน List แทบจะทุกโพลสำรวจแต่ทว่ากลับไร้วี่แววใดๆ บนเวทีปีนี้ นั่นก็คือ Final Fantasy VII Remake นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีเหตุผลที่ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Square Enix ตัดสินใจไม่ได้นำมาพูดถึงภายในงาน เราสรุปมาได้ 5 เหตุผลด้วยกัน

 

 

 

 

 

1. การ Remake ที่ไม่ใช่การ Remake แบบธรรมดาทั่วไป แต่คือการสร้างใหม่หมดเลยต่างหาก

 


 

ถ้าเราจะย้อนไปดูเกมอื่นๆ ในซีรี่ส์ของตระกูลไฟนอลแฟนตาซี นี่ไม่ใช่เกมแรกที่ Square Enix ตัดสินใจนำมาทำ Remake ในอดีตเราได้เห็นเกมอย่าง Final Fantasy III และ Final Fantasy IV บนเครื่องเกม Handheld  ของฝั่ง Nintendo ไปแล้ว ซึ่งก็ทำกราฟิก 3D ออกมาได้ดูดี อย่างยิ่งใน Final Fantasy IV ที่เพิ่ม Voice Acting ตัวละครเข้าไปใหม่ ทว่า Final Fantasy VII มีสเกลเกมที่ใหญ่กว่ามาก (ถ้าคุณจำจำนวนแผ่นในสมัย PS1 ได้) และอยู่บน Platform คอนโซล ซึ่งเราคงต้องไม่พูดถึงตัวอย่าง Final Fantasy  XV ที่ใช้เวลาพัฒนาเป็นหลักสิบปี (แม้จะด้วยหลายปัจจัย) คุณ Tetsuya Nomura เคยกล่าวกับ Famitsu ไว้ว่า “Final Fantasy VII เป็นอะไรที่พิเศษมาก และเราคงจะทำแค่ให้มันสวยขึ้นเฉยๆ เท่านั้นไม่ได้หรอกครับ” พูดง่ายๆ นี่คือโครงการ Rebuild เกมชนิดสร้างใหม่ก็คงไม่ผิดนัก

 

 

2. การแก้ไขบทให้เข้ากับยุคสมัยและยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้ถ่ายทอด

 


 

จริงอยู่ที่เราจะไม่ได้เห็นตัวละครใหม่เพิ่มขึ้นมาสำหรับการ Remake ในครั้งนี้ คือสิ่งที่ผู้สร้างยืนยัน แต่นั่นไม่ได้แปลว่าจะไม่มีเรื่องราวอะไรที่ทางผู้พัฒนาจะเล่าใหม่ในมุมมองของตัวละครเก่า หรือการถ่ายทอดแง่มุมอื่นเพิ่มเติมไม่ได้ และยิ่งเราทราบด้วยแล้วว่าเกมจะออกเป็น Episode ที่ไม่ใช่แค่เกมเดียวจบ ทำให้ผู้สร้างสามารถที่จะเสริมเพิ่มอธิบายให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ได้ ถ้าคุณเป็นแฟนค่าย Square Enix และไฟนอล นี่ถือเป็นข่าวดี แต่ถ้าคุณกลัวว่าเกมเก่าสุดคลาสิกจะหมดความคลังก็อยากให้สบายใจ เพราะคุณ Kazushige Nojima ผู้เคยเขียนบทร่วมในภาคดั้งเดิมจะกลับมาทำหน้าที่เขียนบทในภาค Remake เช่นกัน และการันตีว่าแม้บทจะมีการเปลี่ยนแปลงแต่มันจะยังคงไว้ซึ่งความรู้สึกดั้งเดิม

 


 
3. การดีไซน์ระบบ Battle ต่อสู้ใหม่ชนิดเริ่มจากศูนย์

 

 


เนื้อเรื่องไม่ใช่แค่จุดโฟกัสเดียวสำหรับการพัฒนาเกม Final Fantasy VII Remake แต่นั่นรวมถึงระบบเกมเพลย์ อย่างยิ่งแล้วระบบหลักอย่างการต่อสู้ภายในเกมก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงแบบยกเครื่องเช่นกัน เช่นเดิม มันจึงไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะง่ายแค่เพียงการทำ Texture ให้สวยขึ้นแล้วเกมจะเสร็จ สิ่งที่เรารู้ ณ ตอนนี้คือ ระบบต่อสู้แบบ turn-based จะไม่ได้ใช้ในภาค Remake แต่จะเป็นระบบใหม่ที่มีความเป็น Action มากขึ้น คุณ Yoshinori Kitase ผู้ดูแลระบบการต่อสู้ ได้เคยให้สัมภาษณ์กับ Game Informer ว่าเค้ามองระบบจากเกม Dissidia Final Fantasy ที่จะนำมาปรับใช้ เวลาตัวละครเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระในการต่อสู้ อีกทั้ง Map หรือสภาพแวดล้อมในเกมก็จะมีผลต่อระบบต่อสู้ด้วย เช่น การ Cover หรือการเปลี่ยนแผนที่ขึ้นอยู่กับความได้เปรียบเสียเปรียบของถสานที่และสภาพแวดล้อมเป็นสำคัญ 


 


4. Square Enix ต้องจ้างทีมงานในการพัฒนาเกมเพิ่ม

 


 

ถึงขนาดเป็นข่าวก่อนหน้าว่าทีมพัฒนาของโปรเจ็คไม่เพียงพอถึงขนาดต้องจ้างทีมงานภายนอกเพิ่ม อย่าง CyberConnect2 และอย่าลืมว่าคุณ Tetsuya Nomura ต้องดูแลเกมอย่าง Kingdom Hearts III ซึ่งก็เป็นอีกเกมที่แฟนๆ รอคอยไม่ต่างกัน และคนคาดหวังในคุณภาพเกมสูงเช่นกัน จะว่างานล้นมือก็คงจะไม่ผิดหนัก ถึงแม้จะไม่ใช่ข่าวดีนักที่พอจะบอกว่าทีมขาดแคลนผู้พัฒนา แต่ก็ดีกว่าถ้าจะได้คนมากฝีมือมาช่วยกันทำ คาดว่า Square Enix และคุณ Nomura น่าจะได้รับบทเรียนมาจากการพัฒนา Final Fantasy XV มาก่อน (หวังว่าภาค Remake จะไม่เจริญรอยตามจนถึงหลักสิบปีก็แล้วกัน)

 

 

5. มีความเป็นไปได้ที่จะเปิดตัวที่งาน Tokyo Game Show แทนเวที E3

 


 

เป็นการคาดเดาที่อาจไม่ใช่เหตุผลจริงๆ ก็ได้ แต่งาน Tokyo Game Show ก็ถือเป็นงานเกมที่ใหญ่งานหนึ่งของโลกเช่นกัน (แม้จะว่ากันตามจริงถ้าเทียบเชิง Global จะไม่ใหญ่เท่า E3) เมื่อปี 2016 เกม Final Fantasy XV ก็มีการเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่ภายในงานครบรอบ 20 ปี Tokyo Game Show รวมไปถึงเกมอย่าง Yakuza 6 ซึ่งสิ่งที่เหมือนกันคือเป็นเกมที่พัฒนาจาก Developer ฝั่งญี่ปุ่นล้วนๆ ดังนั้นถ้าปีนี้ Final Fantasy VII Remake จะงดเวที E3 (ส่วนหนึ่งก็คือเหตุผลเรื่องการพัฒนาและเวลา) แล้วจะนำไปโชว์อย่างยิ่งใหญ่บนเวที Tokyo Game Show ก็เป็นอะไรที่สมเหตุสมผล เราคงต้องมารอดูในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

 

เหตุผลหลักๆ ผู้เขียนคาดว่าเป็นเรื่องของเวลาและการพัฒนา ที่ไม่ทันจริงๆ เพราะหากมีความคืบหน้า ก็ยากมากที่ Square Enix จะไม่ใช้ใช้โอกาสเวทีงาน E3 ให้เป็นกระแส Talk of the Town แต่ในขณะเดียวกันผู้เขียนก็ไม่คิดว่า Final Fantasy VII Remake จะใช้เวลาพัฒนานานขนาด Final Fantasy XV ด้วยประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้นไปแล้ว Square Enix  น่าจะได้รับบทเรียนไปไม่มากก็น้อย ทีเหลือก็อยู่ที่ผู้เล่นแฟนๆ อย่างเราๆ นี่ล่ะค่ะที่คงต้องรอ(สนับสนุน)กันแบบเงียบๆ แล้วส่งกำลังใจไปห่างๆ ขอเพียงข้อเดียวว่าเกมจะออกมาก่อนเครื่อง PS5 ก็เป็นพอ

 

 

 

มาเป็นเพื่อนกันนะ! @Thisisgame

เพิ่มเพื่อน

 

>> เข้ากลุ่มพูดคุย-หาเกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น: https://goo.gl/ke9pTH <<

>> เข้าร่วมกลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับเกมมือถือได้ที่ : https://goo.gl/bzAnAe <<

>> เข้าร่วมกลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับเกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย : https://goo.gl/h4kxQe <<

 

 

ที่มา: svg

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คุณคิดว่าค่ายใดได้ประโยชน์จากงาน E3 2018 มากที่สุด??
งานนี้ต้องมีผู้ชนะอย่างแน่นอน แต่เดากันถูกหรือไม่?
15 สิ่งที่คุณอาจจะพลาดไปในงาน E3 2018
ข่าวเด่น ข่าวย่อย รวบรวมทุกรายละเอียดที่คุณอาจจะพลาดไป
น่าสน! Nintendo อาจะกลับมาจัดแถลงงานสดในงาน E3 อีกครั้ง!
แม้ว่า Nintendo Direct จะเป็นวิธีที่ดี แต่การเปลี่ยนแปลงอาจให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า!
8 เกมดังที่ไร้เงาในงาน E3 2018
ดังจนใครๆ ก็คิดว่าต้องมา แต่กลับไม่มา..รอกันเก้อเลย