รีวิว
Global
Posted by : TF_BaconBoom 
11-11-2016 14:10 view : 8252
ลองเล่น..เป็นเรื่อง! : Sid Meier’s Civilization VI ภาคต่อของตำนานเกมสร้างอารยธรรมที่โด่งดัง แตกต่างจากภาคก่อนอย่างไร

 

สวัสดีครับ! วันนี้เราจะมาพูดถึงเกมเกมหนึ่งซึ่งออกมาได้ซักพักแล้ว และตัวผมก็ได้มีโอกาสซื้อมาเล่น และพลาดไม่ได้ที่จะนำมาบอกต่อจริงๆ เพราะว่าหลังจากวันนั้น จนถึงวันนี้ก็ไม่เป็นทำอะไรกันทีเดียว เพราะเกมนี้ขึ้นชื่อเลยนะครับ ว่าเป็นเกมดูดวิญญาณคนเล่นอย่างแท้จริง ได้เริ่มเล่นเมื่อไหร่เวลาของคุณจะหายไปอย่างรวดเร็ว หลังจากมีเกมที่ได้รับกระแสนี้ไปเมื่อต้นปีคือ Stardew Valley และเกมนี้จะกลับมาดูดวิญญาณคุณอีกครั้ง และจะเป็นเกมอะไรไม่ได้นอกจากเกม Sid Meier’s Civilization VI นั่นเอง ซึ่งวันนี้เราจะมาเน้นกันที่ ภาคต่อของซีรี่ย์นี้ จะมีความแตกต่างจากภาค 5 อย่างไร

 

เริ่มสร้างอารยธรรมของคุณแล้วก้าวไปสู่จุดสูงสุดบนโลกกันเลย!

 

เราจะพูดถึงตัวเกมกันก่อนนะครับ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเล่น Sid Meier’s Civilization คือเกมแนววางแผน (Strategy) แบบ Turn-Based ซึ่งคุณจะเริ่มต้นจากกลุ่มคนเล็กๆจากหนึ่งประเทศในประวัติศาสตร์เช่น อเมริกา จีน ญี่ปุ่นเป็นต้น ค่อยๆเติบโตและพัฒนาด้านต่างๆของประเทศไม่ว่าจะเป็น ด้านการค้าขาย ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านการทหารเป็นต้น ตั้งแต่ยุคหินจนกระทั่งยุคอวกาศ และแน่นอนเมื่อคุณยิ่งใหญ่แล้ว ทุกประเทศต่างก็มุ่งหวังที่จะยึดครองโลก และคุณจะเป็นคนตัดสินว่าคุณจะจัดการกับพวกเขาอย่างไร ซึ่งวิธีการมีมากมายไม่ว่าจะเป็น การวิจัยวิทยาศาสตร์ จนมีวิทยาการล้ำเหนือประเทศอื่นๆบนโลก หรือจะทำให้ทุกประเทศโดนครอบงำด้วยวัฒนธรรมของประเทศคุณ แม้กระทั่งการยึดครองโลกด้วยการทำลายทุกประเทศด้วยกำลังทหารก็สามารถทำได้เช่นกัน หลังจากอินโทรกันแล้ว เราจะพูดถึงฟีเจอร์เด่นๆที่ภาคนี้ทำออกมาแตกต่างจากภาค 5 กันครับ


 

เขตศูนย์วิจัยวิทยาศาตร์ (สีฟ้าซ้ายมือ)และเขตศิลปวัฒนธรรม (สีชมพูตรงกลาง)

 

อันดับแรกเลยก็คือ ระบบ District ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ โดยระบบนี้การสร้างสิ่งก่อสร้างบางอย่างจะถูกแยกออกมาจากตัวเมือง ในภาค 5 เราจะสามารถสร้างทุกอย่างไว้ในตัวเมืองได้ทั้งหมดแต่ภาคนี้จะแยกออกมาแบ่งเป็นเขตพื้นที่ใน 1 ช่อง และต้องสร้างเขตพื้นที่ในเมืองก่อนจึงจะสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ถ้าต้องการสร้างมหาวิทยาลัยเพื่อวิจัยเทคโนโลยี ก็จำเป็นจะต้องมีเขตวิจัยก่อนเป็นต้น ซึ่งขอบอกเลยว่าเป็นระบบที่ทำให้ผู้เล่น เล่นยากและคิดมากขึ้นเพราะเราต้องบริหารเมืองให้ดีว่าเมืองนี้คุณจะใช้ทำอะไร เมืองนี้คุณจะเน้นด้านไหนเป็นต้น รวมถึงการสร้างเขตพื้นที่บางที่ก็มีผลเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นการสร้าง เขตวิจัยไว้ที่ใกล้ภูเขาเป็นต้น


 


 

Civic ระบบใหม่ที่จะช่วยให้คุณมีทางเลือกในการพัฒนาประเทศมากขึ้น

 

เรื่องที่สองคือเรื่องของระบบการพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยี จากแต่ก่อนเราจะอัพเกรดเมืองของเราได้จากการวิจัยเท่านั้น แต่ภาคนี้จะมีระบบ Civic ซึ่งมันคือระบบ Policy แต่ปรับเปลี่ยนใหม่เป็นการออกนโยบายของรัฐบาล จะมีผลที่เราจะได้เทคโนโลยีที่แตกต่างกัน เช่นการที่คุณจะสามารถเปิดเส้นทางการค้าได้ ประเทศของคุณต้องเคยออกนโยบายนี้มาแล้ว จากแต่ก่อนที่สามารถสร้างได้จากการวิจัยการค้าขายสำเร็จ นอกจากนั้นแล้วตัวเกมยังออกแบบระบบที่ช่วยในการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาเล็กน้อยคือ ระบบ Boots เมื่อเราทำบางอย่างในตัวเกมสำเร็จ การพัฒนาเทคโนโลยีในส่วนนั้นจะไวขึ้นเช่น การที่ประเทศคุณออกไปปราบโจรด้วย ทหาร Slinger ก็จะทำให้ประเทศคุณเรียนรู้การใช้ธนูได้ไวขึ้น เป็นต้น ซึ่งผมต้องบอกเลยว่าระบบนี้ทำออกมาได้ดีมากๆทำให้การเล่นเกมมีมิติมากขึ้นและน่าสนใจมากเลยทีเดียว


 


 

เรียกได้ว่าเน้นสีสัน สดใส เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

 

เรื่องสุดท้ายคือเรื่องของภาพและกราฟฟิค เพราะว่าต้องยอมรับว่าภาคนี้ออกแบบกราฟฟิคมาให้ค่อนข้างหนักไปทาง สดใส ติดการ์ตุนมากกว่าภาคก่อนที่จะเน้นความสมจริงของสิ่งก่อสร้างทำให้หลายคนอาจจะไม่ชอบ แต่ส่วนตัวแล้วผมรู้สึกว่าดูเป็นเกมทุกเพศทุกวัยดี และการใส่รายละเอียดในตัวเมืองที่มากขึ้นจากเมื่อก่อนที่ สิ่งก่อสร้างสำคัญๆของโลกมักจะกระจุกและดูไม่สวยแต่ด้วยระบบ District อีกแหละครับที่ทำให้เมืองเราดูมีระเบียบมากขึ้น โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดียังไม่รวมถึงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเช่น เมื่อเรามองไปยังพื้นที่อื่นบนโลกที่เราไปสำรวจมาแล้ว ก็จะกลายเป็นคล้ายภาพวาดเวลายูนิตเราไม่อยู่ รวมถึงรายละเอียดอื่นๆที่สุดยอดจริงๆ


 


 

คุ้ม! งานนี้บอกได้คำเดียวว่าคุ้มจริงๆ

 

และทั้งหมดนี้ก็คือ ฟีเจอร์คร่าวๆ ย้ำว่าคร่าวๆจริงๆนะครับ เพราะว่ารายละเอียดของเกมนี้มีเยอะมาก มากถึงขนาดที่ถ้าจะให้เขียนคงต้องเขียนกันเป็นเล่มเลยทีเดียว สำหรับผมแล้วนะครับเกมนี้ลองเล่น..เป็นเรื่องจริงๆ ถ้าหากว่าคุณเป็นคอเกม วางแผน Turn-Based หรือแฟนๆ Civilization ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง และขอย้ำอีกครั้งว่าเกมนี้เหมาะกับทุกเพศทุกวัยจริงๆ และประสบการณ์ของตัวผมเองบอกได้เลยว่า ถ้าคุณเล่นเกมนี้แล้ว คุณจะเข้าใจโลกมากขึ้นด้วยครับ สำหรับเกมนี้ขายลง Steam แล้วครับ ราคาอยู่ที่ 1600 บาท และ Digital Deluxe ราคา 2100 บาทครับ ถ้าหากว่าสนใจก็ซื้อผ่าน Steam กันเลยนะครับ ส่วนวันนี้ผมคงต้องลาไปก่อน โอกาสหน้าถ้าลองเล่น..เป็นเรื่องเมื่อไหร่ ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ


 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น