สกู๊ปพิเศษ
Global
Posted by : TF_may2greview 
12-12-2017 15:40 view : 1536
สรุปรางวัล THE GAME AWARDS 2017 ปีทอง Nintendo และอินดี้เกม!

 

จบกันไปแล้วนะคะ สำหรับงาน THE GAME AWARDS 2017 งานประกาศรางวัลเกมส่งท้ายปีสุดยิ่งใหญ่ ซึ่งปีนี้ก็มีหลายเกม หลากสาขา มากผู้เข้าชิงที่น่าสนใจให้นำมาชวนพูดคุยกัน แต่ที่โดดเด่นเป็นสง่าหลักๆ ก็คือ 3 เกมที่กวาดไปเสียหลายรางวัลในปีนี้ นั้นก็คือ Zelda: Breath of the Wil, Hellblade: Senua’s Sacrifice และ Cuphead

 

ท่านใดต้องการรับชมเทปย้อนหลังหรือดูรายชื่อผู้ชนะในแต่ละสาขาทั้ง 31 รางวัล! สามารถคลิ๊กอ่านรายละเอียดได้ทาง http://thegameawards.com/awards/ แต่ในบทความวันนี้เมย์อยากจับประเด็นบางรางวัลและบางเกมมาพูดคุยเป็นพิเศษ เริ่มแรกที่เต็ง 1 ของปีนี้ไม่ใช่ใคร ค่าย Nintendo นั่นเอง หลังจากความล้มเหลวไม่เป็นท่า ทั้งด้านยอดขายและเสียงวิจารณ์กับเครื่องเกม Wii U (วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2012 และปัจจุบันเลิกผลิตไปแล้วเมื่อเดือนมกราคมปี 2017) โดยในรอบ 6 ปีมานี้ขายไปได้ทั่วโลกทั้งหมดเพียง 13.56 ล้านเครื่อง ผิดกับ Nintendo Switch ที่แม้จะเปิดตัววางจำหน่ายเมื่อ มีนาคม ต้นปี 2017 นี้เอง แต่ ณ ปัจจุบันสามารถทำยอดไปได้ถึง 7.63 ล้านเครื่องเป็นที่เรียบร้อยแม้จะยังไม่จบสิ้นปีงบประมาณ และในบรรดาเกมที่ทยอยออกมาภายในปี 2017 ก็มีหลายเกมที่ได้เข้าชิงรางวัลซึ่งกวาดไปได้เสียหลายรางวัลด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Super Mario Odyssey และ The Legend of Zelda: Breath of the Wild ที่ได้ถูกเสนอเข้าชิงถึง 6 รางวัล และ The Legend of Zelda: Breath of the Wild เองก็กวาดกลับบ้านไปถึง 3 รางวัล ทั้งรางวัลใหญ่ที่สุดของงานอย่าง Game of The Year Award แม้แต่ในสาขาอื่นๆ อย่าง Mobile เกมบนมือถือก็มีเกมของ Nintendo เข้าชิงอย่าง Super Mario Run และ Fire Emblem หรือทางด้าน Best Handheld Game เครื่องเล่นเกมพกพาทั้ง 5 เกมที่เข้าชิงมาจาก Nintendo ทั้งหมด! เรียกได้ว่าปีนี้เป็นปีทองของปู่มากๆ หลังจากพลาดพลั้ง และล้มเหลวตกอัพ มาหลายปี อีกทั้งนี่เป็นปีแรกที่ Nintendo ได้รางวัล Game of the Year ไปครองอีกด้วยค่ะ (หลายท่านอาจไม่ทราบแต่ Nintendo ไม่เคยได้รับรางวัลใหญ่มาก่อนเลย)

 

แต่สิ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ก็คือ Highlight ที่สำคัญๆ ของงานในปีนี้ กลับไปอยู่ที่เกมจากบรรดานักพัฒนาอิสระทั้งหลายหรือ อินดี้เกม ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในสาขาที่ต้องชนกับเกมจากค่ายเบอร์ใหญ่ ที่น่าตกใจและดีใจไปกว่านั้นคือสามารถขนรางวัลกลับไปได้ด้วยเนี่ยซิคะ ตัวอย่างที่ดีมากคือเกมอย่าง Hellblade: Senua’s Sacrifice และ Cuphead ซึ่งเกมหลังนี้จุดกำเนินการสร้างมาจากพี่น้อง 2 คน คุณ Chad Moldenhauer และคุณ Jared Moldenhauer ในชื่อค่าย StudioMDHRโดยเป็นเกมแนว Platform ตะลุยข้างซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกมอย่าง Contra ในอดีต และมีภาพงานศิลป์ในฉบับการ์ตูนยุค 1930s (หากใครนึกไม่ออกตัวอย่างเช่นเรื่อง ป๊อปอาย, เบ็ตตี้ บู๊พ หรือ มิกกี้ เมาส์) Cuphead วางจำหน่ายบน PC และเป็น Exclusive ให้บนคอนโซลสำหรับ Xbox One ซึ่งสามารถทำยอดขายไปได้เกิน 1 ล้านชุดหลังจากวางจำหน่ายไปได้เพียง 2 สัปดาห์ และได้รับการเสนอเข้าชิงถึง 5 รางวัล และชนะรางวัลที่ชนกับเกมเบอร์ใหญ่ๆ อย่างสาขา Best Art Direction ไม่ว่าจะเป็น Destiny 2, Persona 5, Horizon Zero Dawn หรือ The Legend of Zelda: Breath of the Wild เอง

 

ด้านเกม Hellblade: Senua’s Sacrifice จากค่าย Ninja Theory วางจำหน่ายบน PC และ PlayStation 4 ก็ถือเป็นเกมอินดี้ที่ม้ามืดเข่นกัน ถูกเริ่มพัฒนาในปี 2014 โดยทีมงานประมาณ 20 คนเท่านั้น พัฒนาโดยใช้ Unreal Engine 4 ในช่วงวางจำหน่ายเป็นที่เปรียบเทียบและนำไปพูดถึงกับเกมอย่าง Mass Effect: Andromeda ของ BioWare จาก EA เป็นอย่างมาก ในด้านคุณภาพตัวเกม เพราะ Hellblade มี Animation และการแสดงสีหน้าอารมณ์ของตัวละครถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริงมากๆ เมื่อเทียบกับเกมที่มาจากค่าย Triple A ซึ่งมีทีมงานและทรัพยากรจำนวนมหาศาลกว่าอย่าง EA ปัจจุบันสามารถทำยอดขายเกิน 500,000 ชุดทั่วโลกเป็นที่เรียบร้อย และในวันที่ 10 ตุลาคม 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวัน World Mental Health Day หรือวันสุขภาพจิตโลก Ninja Theory ได้นำกำไรยอดขายวันดังกล่าวบริจาคให้กับ Rethink องค์กรการกุศลเกี่ยวกับสุขภาพจิตในประเทศอังกฤษ ถือเป็นเรื่องน่ายกย่องในแง่ทั้งนโยบาย และ Impact ที่มีต่อสังคม และในงาน The Game Awards ก็ได้ถ้วยกลับไปครองถึง 3 รางวัล

 

เมย์คิดว่ามันเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างมากที่เกมอินดี้หลายเกมได้รับการพูดถึงในวงกว้างบนงานประกาดรางวัลใหญ่ระดับนี้ แม้จะไม่ได้รับรางวัลก็ตาม เพราะจะทำให้คนที่ไม่เคยเล่นหรืออาจไม่ได้สนใจ รู้จักมากขึ้น มันเป็นเสมือเครื่องการันตีว่า ถ้าสิ่งที่คุณทำมีคุณภาพ มีคุณค่า มีความหมายในวงการเกม หรือ ให้อะไรบางอย่างไม่ว่าจะความบันเทิง หรือ สาระที่สะท้อนสังคม ไม่ว่าคุณจะมาจากค่ายที่เล็กแค่ไหน คนเพียง 1 หรือ 2 หรือ 20 คนหรือแม้จะใช้ทุนจำนวนน้อย ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ ในยุคที่ค่าย AAA ต่างโหมโรงกับระบบ Microtransaction กันขนาดนี้ (ซึ่งแน่นอนว่าในงานค่ายอย่าง EA ก็โดนขยี้จากหลายทิศทางเลยล่ะค่ะ) อีกทั้งการกลับมา Top form ของ Nintendo ในปีนี้ จะเป็นอะไรที่สนุกในปีหน้า ว่า Sony และ Microsoft จะขนไม้เด็ดอะไรออกมาสู้ เพราะเมื่อใดก็ตามที่ค่ายเกมต่างพัฒนาและแข่งขันกันด้วยเกมดีๆ เมื่อนั้นคนที่ได้รับประโยชน์ไม่ใช่ใครแต่คือผู้บริโภคอย่างเราๆ นี่เอง

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง