กำลังเข้าสู่ TIG ภายใน วินาที กรุณารอซักครู่
 สกู๊ปพิเศษ
Global
Posted by : TF_GantaroZX 
08-04-2021 17:15 view : 11100
10 จุดบกพร่องของ PlayStation 5 ที่แพ้ Xbox Series X|S แบบยับเยิน เทียบกันจะๆ กับเครื่องเล่นเกมคอนโซลค่ายสีเขียวที่ต้องบอกว่ารอบนี้ 'ทำการบ้านมาดี'

 

ถึงเวลานี้เพื่อนๆ หลายคนคงได้มีโอกาสสัมผัสเครื่องเล่น PlayStation 5 และ Xbox Series X|S กันบ้างแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งทั้งคู่ก็เป็นแพลตฟอร์มเน็กซ์เจ็นที่วางจำหน่ายพร้อมกัน หรือจะเรียกว่าติดๆ กันเลยน่าจะใกล้เคียงกว่า ทำให้เกมเมอร์พบกับทางเลือกชวนหนักอก เพราะทั้งสองฝั่งก็ล้วนดีกันคนละด้านไป บ้างก็เด่นเกม บ้างก็เด่นฟีเจอร์ บางคนเกิดรักพี่เสียดายน้องก็อาจจะถอยมาทั้งคู่เพื่อที่จะได้ 'เจ็บแต่จบ'

 

สำหรับวันนี้เอง ThisIsGame Thailand ก็ได้นำรายชื่อ 10 ข้อบกพร่องที่เราพบกันบน PlayStation 5 แต่ดั๊นแพ้เครื่องเล่น Xbox Series X|S กันแบบยับเยิน แต่ขอบอกก่อนว่าเหนือสิ่งอื่นใดแล้ว บทความนี้อาจเป็นเพียงแค่ตัวเลือกประกอบการตัดสินใจเท่านั้น และเป็นเพียงแค่การพินิจถึงฟีเจอร์ที่ด้อยกว่า ถ้าหากใครที่ตกลงปลงใจกับเครื่องเล่นใดเครื่องเล่นหนึ่งไปแล้วก็ไม่ต้องคิดมากนะครับ ถ้าหากพร้อมแล้วก็ลองมาเริ่มกันที่ข้อแรกเลย

 

1. บริการเช่าเกม PlayStation Now ไม่ค่อยมีเกมดีๆ สักเท่าไหร่

 

 

เริ่มต้นกันที่ไลน์อัปเกมบนบริการบุฟเฟ่ต์ก่อนเลยที่ PlayStation Now ซึ่งถึงแม้ปัจจุบันมีการเสริมบริการดาวน์โหลดไฟล์เกมมาเล่นแล้วแต่รายชื่อเกมก็ค่อนข้างเก่าและไม่แจกอย่างใจป้ำนักเมื่อเทียบกับ Xbox Game Pass ที่จับเกมฟอร์มยักษ์ระดับ AAA มาให้เล่นกันแบบ Day-1 ผสมผสานเกมอินดี้คุณภาพเยี่ยมหมุนเวียนมาให้บริการกันเรื่อยๆ แถมยังสามารถซื้อเกมที่มีการเปิดให้เล่นได้ในราคาพิเศษด้วย (ยังรอ HALO Infinite อยู่นะ)

 

2. หน้าจอเมนูปรับเปลี่ยนให้ใช้งานยากกว่าเดิม

 

 

ฝั่ง PlayStation 5 ได้ปรับเปลี่ยนเมนูรูปแบบเดิมให้เป็นหมวดหมู่เกม, สื่อบันเทิง และปุ่มตั้งค่า ซึ่งฟังดูแล้วก็ดูใช้งานง่ายและเฉพาะเจาะจงดี หากแต่ว่าปุ่มตั้งค่ามันดันอยู่คนละแถวแล้วก็เล็กเสียเหลือเกิน พอนำเมนูนี้แยกไปทางนู้นทีทางนี้ที ผู้ใช้งานที่ย้ายมาจาก PS4 ก็อาจจะเกาหัวเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเมนูปุ่ม PS ที่เรามักจะกดปุ่มค้างเอาไว้กลับหน้าหลัก แต่ตอนนี้กลายเป็นการกดเบาๆ ครั้งเดียว เพื่อเรียกเมนูย่อยขึ้นมา ให้เรากดหาปุ่มหน้าหลักอีกต่อ! ขณะเดียวกันฝั่ง Xbox Series X|S ก็ไม่ต้องทำอะไรมากเพราะยก UI เดิมมาใช้ได้เลยแบบไม่ต้องเรียนรู้นาน

 

3. การซื้อเกมข้ามโซนบนสโตร์เป็นได้อย่างยากลำบาก

 

 

แม้ว่าปัจจุบัน Sony และ Microsoft (รวมไปถึง Nintendo) จะผ่อนปรนให้ทุกคนสามารถอิมพอร์ตเกมจากเมืองนอกเมืองนามาเล่นกันได้อย่างอิสระแล้ว แต่ฝั่ง Sony ยังมีข้อจำกัดเล็กๆ คอยปิดกั้นอยู่ นั่นก็คือเราจะไม่สามารถหักบัตรเครดิตจากนอกประเทศได้ ส่วนฝั่ง Microsoft จะสามารถซื้อได้แบบไม่ต้องพึ่ง VPN ให้เสี่ยงกันเลย ขอเพียงแค่ไม่ไปโกงข้อมูลบัตรเครดิตของคนอื่นมาก็สามารถซื้อเกมบนสโตร์อื่นได้มากมายไม่ต้องกลัวโดนแบน 

 

ความน่าสนใจก็คือ ท่ามกลางสังคมคนไทยหัวใจอาร์เจนที่ค่อนข้างโจ๋งครึ่ม ตัวแทน Microsoft ได้ยืนยันว่าอนุญาตการเปลี่ยนที่ตั้งสโตร์มาตั้งแต่ปี 2013 แล้ว โดยยกตัวอย่างว่าบางทีเราอาจจะมีโอกาสยกเครื่องเล่น Xbox ไปที่ต่างประเทศหรือพื้นที่ที่มีการให้บริการได้นั่นเอง ไม่งั้นจะใส่เมนูสำหรับการเปลี่ยนโซนมาทำไมล่ะเอ้อ!

 

4. ขั้นตอนการอัปเกรดเกมที่ไม่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากนัก

 

 

Xbox นำเสนอระบบใหม่ที่เรียกว่า Smart Delivery ฟังดูแล้วก็ดูธรรมดาๆ แต่ขอบอกเลยว่ามันสะดวกเสียยิ่งกว่าสะดวก เพราะว่าระบบจะสามารถตรวจสอบแพลตฟอร์มที่เหมาะสมให้กับเกมที่เราต้องการติดตั้งได้ทันทีไม่ว่าจะเป็น Xbox Series X, Xbox Series S หรือ Xbox One ซึ่งฝั่ง Series S จะมีขนาดติดตั้งน้อยกว่าเพราะไม่ต้องใช้ทรัพยากรกราฟิกมาก ส่วนทาง PS5 ก็สามารถทำได้เหมือนกัน แต่ฝันร้ายจะมาเยือนก็ตอนที่เราใส่แผ่น PS4 เข้าไป แต่ระบบทำการติดตั้งเวอร์ชั่นเก่าเข้าไปแทนน่ะสิ (กดออกแทบไม่ทัน)

 

5. โอนเซฟบน Cloud จาก PlayStation 4 เป็นอะไรที่ปวดหัว

 

 

ในการถ่ายโอนเซฟ Cloud จาก PlayStation Plus จะไม่สามารถทำได้ผ่านหน้าเมนูหลักเหมือน PS4 แต่ว่าผู้เล่นจะต้องเข้าไปเลือกอิมพอร์ตเอาในเมนูตั้งค่าอีกรอบหนึ่ง (ฮ่วย!) ส่วนฝั่ง Xbox ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น แค่เข้าเกมก็สามารถดึงไฟล์จาก Cloud ได้แบบเรียบเนียนไร้รอยต่อไม่มีสะดุด

 

6. ปัญหาเรื่องโอเวอร์ฮีท, ต่อ Wi-Fi และอาการบริคที่เกิดขึ้นแบบสุ่ม

 

 

ฟังดูอคติแต่ก็อดคิดไม่ได้เพราะมีการกล่าวกันว่าไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่น PlayStation รุ่นไหนที่เป็นล็อตแรกก็มักจะมากับปัญหาทั้งสิ้น (รอบที่แล้วคายแผ่น รอบนี้ดูดแผ่น แฮ่!) แน่นอนว่ากรณีนี้มันเป็นอะไรที่ 'ตาดีได้ ตาร้ายเสีย' เพราะบางคนก็ไม่ได้เจอปัญหาอะไร ทว่าอาการแปลกประหลาดของเครื่องเล่นเหล่านี้มักจะกวนใจผู้เล่นอยู่เสมอ โดยเบื้องต้นที่เราพบกันก็จะเป็นเรื่องโอเวอร์ฮีต, Wi-Fi ติดๆ ดับๆ และอาการเครื่องแฮงค์หลังจากเสียบฮาร์ดดิสก์

 

7. ลืมการเล่นเกมย้อนหลังไปได้เลย

 

 

การเล่นเกมย้อนหลังของ PlayStation 5 มีการรองรับแบบเต็มที่แค่เพียง PS4 เท่านั้น (และ PS2 สำหรับเกมที่มีขายบน Store) ส่วนเกม PS3 ก็ต้องอาศัยการสตรีมผ่าน PS Now กันไปซึ่งบ้านเราก็ยังไม่มีการรองรับแต่อย่างใด ถัดมาที่ฝั่ง Xbox พี่แกยืนยันว่าตั้งแต่วันแรกจะมีเกมให้เราพร้อมเล่นทะลุ 1,000 เกมแน่นอนตั้งแต่รุ่นแรก, Xbox 360, Xbox One เช่นเดียวกับเกมใหม่ ว่าแล้วขอไปหาแผ่น Alan Wake แพบ

 

8. Quick Resume เรื่องเล็กๆ ที่ไม่เล็กสำหรับเกมเมอร์ใจร้อน

 

 

หนึ่งในฟีเจอร์ที่หลายคนมองข้าม แต่ทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมเป็นไปโดยไม่มีสะดุดมากที่สุด เห็นทีต้องยกความดีความชอบในจุดนี้ให้กับ Quick Resume ของ Xbox Series X|S ที่สามารถเก็บข้อมูลการเล่นเพื่อให้เราคอนทินิวจากจุดที่เล่นค้างเอาไว้ได้ทันที แถมไม่ได้ทำได้แค่เพียงเกมเดียว แต่สามารถเก็บไว้ได้หลายๆ เกมสลับไปมาจนเล่นไม่ทันเลยทีเดียว ส่วนฝ่าย Sony ก็อาจจะอึดอัดบ้าง แต่คงไม่ช้าจนเกินรอ... เนอะ

 

9. การรองรับอุปกรณ์เสริมที่ไม่เปิดกว้างมากเท่าค่ายเขียว

 

 

PlayStation 5 และ Xbox Series X|S ต่างมีความสามารถในการทำงานร่วมกับอุปกรณ์เสริมหลากหลายชนิด แต่ในแง่การใช้งานจริงแล้วต้องยกความดีความชอบให้กับ Xbox ที่ยังคงรองรับเครื่องมือต่างๆ จาก A ถึง Z ได้อย่างไม่งอแงไม่ว่าจะเป็นกล้องเว็บแคม USB ธรรมดา, จอยโยก ไปจนถึงอุปกรณ์สุดเจ๋งอย่าง Adaptive Controller สำหรับผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ

 

นอกจากนี้เรื่องของพื้นที่ใช้งานในเครื่องก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เราไม่พูดถึงไม่ได้ ทั้งสองเครื่องเล่นสามารถใช้งาน External SSD/HDD เพื่อเล่นเกมย้อนหลัง (PS4/XB1) ได้ตามปกติ แต่ในฝั่ง Xbox Series X|S จะสามารถเก็บไฟล์เกมเน็กซ์เจ็นบนหน่วยความจำธรรมดาได้ด้วย ถึงแม้จะไม่สามารถรันเกมได้ตรงๆ แต่ก็ช่วยให้เซฟเนื้อที่ได้เยอะและยังมีหน่วยความจำ External ของ Seagate ไว้เพิ่มความจุด้วย ส่วน PS5 เองก็คงต้องรอกันต่อไป

 

10. คอนโซลที่ทำให้ทุกคนเอื้อมถึงประสบการณ์เน็กซ์เจ็นได้ง่ายกว่าที่เคย

 

 

การมาถึงของ Xbox Series ได้พลิกประวัติศาสตร์เดิมๆ ที่ว่า 'เกมใหม่ต้องเป็นของคนเงินหนา' เท่านั้น เพราะว่า Xbox Series S มีการนำเสนอประสบการณ์เน็กซ์เจ็นไซส์มินิให้เราได้เล่นกันในราคาเทียบเท่ากับเครื่องเล่นรุ่นปกติ แม้ว่าจะตัดช่องอ่านแผ่นและมีขนาด SSD น้อยกว่า แต่ก็เพียงพอให้กับลูกเด็กเล็กแดงได้เล่นเกมเพลินๆ หรือจะเอาไว้เป็นเครื่องเล่นสำรองก็ยังได้

 

ส่วนฝั่งตะวันตกและประเทศที่มีการทำตลาดเองก็ได้โครงการ Xbox All Access ที่ให้ทุกคนผ่อนเครื่องเล่นในราคาเพียงไม่กี่บาทต่อเดือนเป็นเวลาสองปี ซึ่งแน่นอนว่ายอดรวมก็จะสูงกว่าการซื้อเกมทั่วไปแต่เราจะได้รับสิทธิ์ Xbox Game Pass Ultimate รวมมาให้เล่นออนไลน์และรับบุฟเฟ่ต์เกมคุณภาพกันตลอดสัญญา นับเป็นประตูก้าวแรกสู่คอนโซลที่เป็นมิตรกับลูกค้าอย่างแท้จริง

 

ทั้งหมดนี้ก็คือ 10 จุดบกพร่องจากฝั่ง PlayStation 5 ที่ดูยังไง๊ ดูยังไงฝั่งเขียวก็เหนือกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นองค์ประกอบเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการประกอบการตัดสินใจซื้อเครื่องเล่นเท่านั้น แต่หัวใจหลักของเกมเน็กซ์เจ็นก็คือรายชื่อเกมและผลงานเอ็กคลูซีฟที่จะมีในอนาคต นับตั้งแต่วันนี้ไปเราก็คงต้องรอชมกันยาวๆ แต่ถ้าหากมีความคืบหน้าใดๆ ที่น่าสนใจพวกเรา ThisIsGame Thailand ก็จะไม่ลืมนำมาแบ่งปันกันอีกครั้งที่นี่ครับผม

 

 

 

 

 

อย่าลืม! กด Subscribe และกดกระดิ่ง ที่

Youtube Channel

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

คนเล่นเกมมือถือ

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

 

ข้อมูลอ้างอิงสำหรับข้อที่ 3: Eurogamer

แหล่งที่มาของรูปภาพ: PlayStation และ Xbox (1), (2), (3)

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Sony เล็งแก้ดีไซน์ของ PlayStation 5 เพื่อให้ผลิตได้ในจำนวนที่มากขึ้น
การปรับเปลี่ยนที่แฟนๆ น่าจะแฮปปี้ขึ้นบ้างไม่มาก... ก็น้อย
ยูทูบเบอร์เล่นใหญ่ Custom เครื่อง PS5 เป็นของขวัญให้คุณพ่อ
แปลงโฉมเครื่องเกมรุ่นใหม่ด้วยลวยลายสุดอาร์ต
Jim Ryan ยืนยัน Sony กำลังเร่งผลิต PS5 ให้พอต่อความต้องการ
หลังสินค้าขาดตลาดจนใครหลายคนต้องถอดใจ