กำลังเข้าสู่ TIG ภายใน วินาที กรุณารอซักครู่
 สกู๊ปพิเศษ
Global
Posted by : TF_JadeWarrior 
05-09-2020 11:20 view : 4077
10 เรื่องแปลกแต่จริงในซีรี่ส์ Final Fantasy ที่ทำให้เกมดังมาตลอดหลายปี

 

กว่า 30 ปีที่ผ่านมา Final Fantasy ได้มีเรื่องราวการเดินทางของตัวละครที่อยู่ในความทรงจำของแฟนๆ มากมาย แต่บางทีเรื่องเหล่านั้นก็มักจะมีสิ่งแปลกๆ ที่สามารถพบเจอได้ในทุกภาค จนดูเหมือนเป็นเรื่องตลกจากความไม่สมเหตุผลสมผลว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ แต่มันก็กลายเป็นเสน่ห์ของเกมที่ดำเนินมาตลอดหลายภาค และเป็นส่วนที่ทำให้หลายคนชื่นชอบ Final Fantasy กันไปโดยไม่รู้ตัวไปแล้ว

 

1. ตัวเอกมักเป็นเด็กกำพร้า

 

 

ในโลกของ Final Fantasy ตัวเอกของเกมส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็กกำพร้า หรือบางคนหากมีพ่อแม่อยู่ก็อาจจะต้องสูญเสียครอบครัวไปด้วยเหตุบางอย่าง ซึ่งการวางบทให้พวกเขาไม่ต้องมีส่วนร่วมกับครอบครัว ก็เป็นเรื่องสะดวกสบายที่ไม่ต้องขออนุญาตพ่อแม่เพื่อออกเดินทางไปต่อสู้กับบอสที่มีความเว่อร์วังระดับพระเจ้า และกลายเป็นเด็กกำพร้าผู้กอบกู้โลกกันได้ในที่สุด

 

2. เพื่อนร่วมทางต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

 

 

การเดินทางของตัวเอกนั้นมักจะมาพร้อมกับเพื่อนร่วมทางอีกประมาณ 3 คน ซึ่งมีการตั้งข้อสันนิษฐานว่านี่อาจจะเป็นพื้นฐานของสาย Tank, Damage, Healer ที่เป็นเอกลักษณ์ของเกม RPG แต่นอกเหนือจากนั้น สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนคือเพื่อนร่วมทางนั้นมักจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งในขณะที่ตัวเอกมักจะเป็นคนที่เงียบขรึมพูดน้อย เพื่อนร่วมทางก็จะมีทั้งคนที่ช่างพูด ดูแข็งแรงใจกล้าบ้าบิ่น และเป็นนักคิดวิเคราะห์จนเหมือนเป็นมันสมองของทีม

 

3. Phoenix Down ช่วยอะไรไม่ได้ในเนื้อเรื่อง

 

 

Phoenix Down เป็นไอเท็มที่มีประโยชน์มากในเกม เพราะมันสามารถช่วยชุบชีวิตตัวละครในทีมที่ตายจากการต่อสู้ได้บ่อยครั้ง ทำให้นี่เป็นหนึ่งในไอเทมหลักที่ผู้เล่นต้องมีติดตัวไว้เสมอ แต่ไม่ว่าจะเก็บตุน Phoenix Down ไว้มากแค่ไหน พอถึงฉากสำคัญที่ต้องมีตัวละครตายในเรื่องแล้ว ทุกคนก็เหมือนลืมที่จะใช้ Phoenix Down ชุบชีวิตเพื่อนที่ตายไปทุกที จนสุดท้ายก็ต้องเป็นหนังเศร้าตลอด

 

4. เวทมนตร์มีการแบ่งสี

 

 

เวทมนตร์นั้นเป็นสิ่งที่อยู่เหนือสิ่งที่เข้าใจได้ และเวทมนตร์ใน Final Fantasy นั้นก็มีกจะเข้าใจง่ายจากการแบ่งแยกสีเอาไว้ อย่างเช่น White Magic จะมีไว้เพื่อใช้ในการรักษา และ Black Magic จะเป็นเวทมนตร์ประเภทโจมตีเป็นหลัก ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังมีเวทมนตร์เสริมอื่นๆ อย่าง Blue Magic ที่จะใช้เวทมนตร์ตามการโจมตีของมอนสเตอร์ตัวนั้นๆ Green Magic ที่ไว้ใช้เพิ่มสถานะของเราหรือลดสถานะของศัตรู และ Red Magic ที่เป็นการผสมสานของเวทมนตร์ในระดับต่ำถึงระดับกลาง

 

5. มนต์อสูรมักมาจากเรื่องราวในตำนาน

 

 

หลังจาก Final Fantasy III ระบบการอัญเชิญมนต์อสูรก็เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจให้เกมมาหลายภาค ซึ่งบางครั้งในเกมนั้นมนต์อสูรแต่ละตัวก็จะมีเรื่องเล่า ของการเป็นสิ่งมีชีวิตในตำนานมาตั้งแต่สมัยกาลก่อน และชื่อของมนต์อสูรแต่ละตัวนั้นก็ล้วนอ้างอิงหรือดัดแปลงมาจากตำนานเรื่องเล่าในโลกแห่งความจริง ถึงแม้ว่าลักษณะของมนต์อสูรบางตัวนั้นจะไม่ได้ตรงกับตำนานเลยก็ตาม

 

6. ใครชื่อ Cid แสดงว่าเป็นยอดนักประดิษฐ์

 

 

สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเกม ก็คือการมีธีมและตัวละครบางตัวที่ชัดเจน อย่างเช่นหากคุณได้เจอกับตัวละครที่ชื่อ "Cid" ไม่ว่าเขาหรือเธอจะเป็นใคร ก็จะรู้ได้ทันทีว่านี่ต้องเป็นตัวละครที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร หรือยานพาหนะตั้งแต่รถบินยันเรือเหาะเลยทีเดียว ในบางภาคนั้น Cid จะเป็นเพียงตัวละครที่คอยช่วยเหลือพัฒนาอุปกรณ์ให้ตัวเอกเท่านั้น แต่ในบางภาคเขาก็ได้ร่วมเดินทางไปกับตัวเอกด้วย ถึงแม้ว่าจะดูไม่ค่อยมีบทบาทสำคัญกับเรื่องราวของเกมมากนัก แต่ Cid ก็มักจะคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือในยามที่ถึงเวลาจำเป็นได้เสมอ

 

7. เหนื่อยก็พักเล่น Blitzball

 

 

รู้หรือไม่ว่า Final Fantasy X นั้นได้แรงบันดาลใจเกี่ยวกับการออกแบบวัฒนธรรมมาจากประเทศไทย และนั่นก็ทำให้เกิดวัฒนธรรมใน Final Fantasy  X ซึ่งเป็นมินิเกมที่เรียกว่า Blitzball ขึ้นมา ซึ่งในขณะที่บางภาคอาจจะมีมินิเกมให้เล่นกันเพียงนิดๆ หน่อยๆ ไปจนถึงขั้นเป็นสวนสนุกที่สามารถแวะไปเล่นได้ตลอดเวลา แต่ Blitzball นั้นดูเหมือนจะกลายเป็นอีกเกมหนึ่ง ที่สามารถหยุดจากการดำเนินเนื้อเรื่องหลักมาทุ่มเวลาเล่นได้ ซึ่งผู้เล่นบางคนนั้นอาจจะไม่ชอบวิธีการเล่นและข้ามผ่านไป แต่ผู้เล่นบางคนก็เลือกที่จะพักจากเนื้อเรื่องเพื่อมาศึกษาระบบการเล่นที่มีชั้นเชิงกว่าที่คิด

 

8. สู้กับบอสลับหลังจบเนื้อเรื่อง

 

 

เป็นธรรมเนียมความสนุกอย่างหนึ่งของเกม RPG ที่เมื่อจบเนื้อเรื่องหลักแล้ว ผู้เล่นจะสามารถกลับไปค้นหาสิ่งต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในโลกของเกม และได้ต่อสู้ท้าทายกับบอสลับที่ซ่อนอยู่ในเกม ที่จะให้ทั้งค่าประสบการณ์และอาวุธสุดยอดมา ซึ่งบอสที่ผู้เล่นมักคุ้นเคยกันอย่าง Ultima หรือ Omega ก็ล้วนแต่มีความเก่งชนิดที่บอสใหญ่ของเกมเทียบไม่ติด แต่ทั้งที่มีความเก่งกาจขนาดนี้ พวกมันก็มักจะหลบซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ไม่ค่อยออกมาสุงสิงกับตัวเอกหรือบอสใหญ่ซะอย่างงั้น

 

9. ไม่มีเกมไหนเขามีอัศวินหัวหอมกันหรอก

 

 

Onion Knight หรือ อัศวินหัวหอม เป็นอาชีพที่ปรากฎตัวครั้งแรกใน Final Fantasy III ซึ่งถือเป็นอาชีพที่มีความเก่งมากที่สุด และเป็นที่รู้จักของแฟนๆ กันดี แต่เมื่อลองดูดีๆ แล้วจะพบว่าไม่มีเกมไหนเลยที่มีอาชีพอัศวินหัวหอมอยู่เหมือนเกมนี้ เพราะแค่ชื่อก็ไม่รู้ว่าจะดูเก่งได้ยังไง แต่ดูเหมือนว่าที่มาของอาชีพนี้จะมาจากสำนวนญี่ปุ่นที่ว่าด้วยเรื่องความยากจน และต้องทำงานหนักผ่านอุปสรรคไปจนประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกับในเกมที่เมื่อทนเล่นจนเก็บเลเวลอาชีพนี้ได้สูงสุด นี่ก็จะกลายเป็นอาชีพที่เก่งที่สุดไปในทันที

 

10. เป็นพระเจ้า เท่ากับเป็นตัวร้าย

 

 

ไม่ว่าเรื่องราวหรือบอสของเกมในตอนแรกนั้นจะเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายแล้วเมื่อถึงคราวจวนตัว พวกเขาก็มักจะกลายร่างเป็นบอสที่มีพลังระดับพระเจ้า และมีพลังทำลายล้างสูงถึงขั้นเรียกอุกกาบาตถล่มจักรวาลได้เลยทีเดียว และเป็นเหตุให้ตัวเอกในหลายๆ ภาค ต้องต่อสู้ปิดฉากกับเทพเจ้าอยู่บ่อยครั้ง และด้วยการชนะของสกิลตัวเอกทุกครั้ง โลกก็ได้กลับมาเป็นปกติสุข และกลายเป็นโลกที่ไม่มีพระเจ้าอยู่อีกแล้ว

 

 

อย่าลืม! กด Subscribe และกดกระดิ่ง ที่

Youtube Channel

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

คนเล่นเกมมือถือ

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

ที่มา: gamerant

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
การพัฒนาพื้นฐานของ Final Fantasy XVI เสร็จสมบูรณ์แล้ว
พร้อมเดินหน้าผลิตทรัพยากรในฉากและออกแบบการต่อสู้กับบอส
แฟนคลับพบ Final Fantasy XVI ได้รับการจัดเรตติ้งระดับ 18+
หากมีการยืนยันจริงนั่นหมายความว่าเกมนี้จะเป็นเกมภาคหลักภาคแรกที่ได้รับเรตติ้งระดับ M
5 สิ่งที่คุณจะได้เห็นในวิดีโอเปิดตัว FINAL FANTASY XVI
เนื้อเรื่องแนวสงคราม / เกมเเพลย์เป็น Action / ธีมยุคกลาง / ตัวเอกล้างแค้น
10 ภาพ Fan Art ที่จับเอาเกมชื่อดังมาครอสโอเวอร์กันได้อย่างลงตัว
เมื่อต่างเกมมารวมกันในงานศิลป์ ความปังจึงบังเกิด!