กำลังเข้าสู่ TIG ภายใน วินาที กรุณารอซักครู่
 สกู๊ปพิเศษ
Thai
Posted by : TF_MakinoJou 
31-08-2020 17:25 view : 8815
5 Moment แห่งความทรงจำของการเล่นเกม PC ในยุค 90's ถ้าคุณเคยแกะเมาส์ลูกกลิ้งออกมาเช็ด เราคือพวกเดียวกัน

 

แม้จุดเริ่มต้นของวิดีโอเกมจะมีมาตั้งแต่ยุค 70's แต่กว่าคำว่าเกมจะได้รับความนิยมไปทั่วโลกก็ต้องใช้เวลาและการพัฒนาค่อนข้างนานกว่า 20 ปีเลยทีเดียว และหนึ่งในยุคทองของวงการเกมและมีเรื่องเล่ามากมายก็คงจะหนีไม่พ้น ยุค 90's ซึ่งแน่นอนว่าในบ้านเราในตอนนั้นก็ค่อนข้างฮิตไม่แพ้กัน แต่ที่ผมจะขอหยิบจับเอามาพูดคุยในบทความนี้ก็คือเรื่องของการเล่นเกม PC ในยุค 90's ซึ่งเกมที่เด่น ๆ ในยุคนั้นก็จะมี Command & Conquer, Diablo, Counter Strike, Half Life และอื่น ๆ อีกมากมาย และจะมีโมเม้นท์เฉพาะในยุคนี้เท่านั้นถึงจะเจออีกด้วย ถ้าเพื่อน ๆ ผ่านช่วงเวลานี้มาจะต้องเคยเจอ 5 โมเม้นท์ที่ผมกำลังจะกล่าวถึงอย่างแน่นอนครับ

 

1. เอามือจับจอแล้วไฟดูด

 


เป็นเรื่องฝังใจของหลาย ๆ คนพอ ๆ กับการถูกไฟฟ้าสถิตตอนเอามือเปิดตู้น้ำในเซเว่นกันเลยทีเดียว กับการถูกไฟดูดจากการสัมผัสหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งในยุคนั้นจอ Monitor ของ PC นั้นไม่ได้เรียบและแบนราบ หรือมีผิว Texture หน้าจอเป็นอย่างที่เรารู้จักกัน เพราะทุกวันเอามือจับจอก็มีน้อยมากที่จะโดนไฟดูด ต่อให้เอาสเปรย์เช็ดจอไปฉีดตอนที่เปิดจออยู่แล้วเช็ดก็ยังไม่โดนดูด แต่กลับกันจอยุค 90's ที่เป็นจอสี่เหลี่ยมใหญ่ ๆ แถมเป็นจอนูน น้ำหนักเยอะ สีเพี้ยนง่าย แถมจับทีไรเป็นต้องไฟดูดทุกที ขอบอกเลยว่าเกมเมอร์ยุค 90's หลายคนต้องเคยฝังใจกับเรื่องนี้แน่นอนครับ 

 

2. ไปร้านเกมแล้วแอบเล่นเซฟของคนอื่นที่มีในเครื่อง

 


สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ไม่มี PC ที่บ้านก็จะไปเล่นที่ร้านเกมกัน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของยุคนั้นเพราะคอมพิวเตอร์มีราคาสูงมาก ไม่ใช่ทุกคนจะมี PC ของตัวเองเหมือนในทุกวันนี้ และการเล่นเกมที่ร้านถ้าเป็นเกมที่ต้องเล่น Story Mode หรือต้องการจะเล่นต่อเซฟเดิมที่ค้างไว้ ก็จะต้องเซฟลงเครื่องนั้น ๆ และทุกครั้งที่มาเล่นร้านเดิมเราก็ต้องนั่งเครื่องประจำของเรา แต่สิ่งที่แย่ก็คือเราไม่ได้อยู่ที่ร้านตลอดเวลาและเครื่องคอมก็เป็นของสาธารณะ แน่นอนว่ามีโอกาสที่คนอื่นมาเล่นเซฟเราต่ออย่างแน่นอน หรือเราเองนี่แหละที่เล่นเซฟของคนอื่น (555) เพราะบางครั้งเราก็อยากรู้อยากเห็นไปซะหมด อย่างสมมุติเกม Diablo เห็นตัวละครคนอื่นใส่ของเทพ ๆ ยืนโชว์ตัวเลเวลสูง ๆ มันก็อดไม่ได้ที่จะกดเข้าไปลองเล่นบ้างว่ามันจะโหดขนาดไหน แต่เจ้าของเซฟกลับมาเล่นก็คงรู้สึกไม่โอเคนักที่มีคนมาเซฟของตัวเอง

 

3. ใช้ Floppy Disk ในการเซฟเกม

 


และนี่คือนวัตกรรมของสายจริงจังเกมมิ่ง ที่อยากเล่นเกมที่ร้านแล้วกลัวว่าจะมีใครมาวุ่นวายกับเซฟของตัวเอง โดยการเซฟลง Floppy Disk พกติดตัวไว้ซะเลย เวลาเล่นเสร็จก็เซฟไว้ เปลี่ยนร้านเล่นก็ได้ขอให้มีเกมเดียวกันอยู่ในเครื่อง ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครที่ไหนเอาเซฟเราไปย่ำยี ซึ่ง Floppy Disk เป็นแผ่นดิสประเภทหนึ่งก่อนที่จะมี CD, DVD และ Blu-ray แต่ลักษณะของแผ่นจะไม่เป็นวงกลมเหมือนที่เคยเห็นในปัจจุบัน แต่มันจะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเท่าฝ่ามือและมีดิสสีดำคลายเทปอยู่ด้านในเพื่อใช้เขียนข้อมูล มีทั้งแบบเซฟและลบได้เหมือน Flash Drive และมีแบบเซฟแล้วบันทึกข้อมูลถาวรแบบ CD โดยภาษาที่เราจะเรียกติดปากกันก็คือ "ไดร์ฟ A" เป็นวิธีเซฟเกมแล้วย้ายเครื่องเล่นประจำยุค 90's และพอเกมออนไลน์โผล่มาก็ถูกเปลี่ยนเป็นระบบสมัคร ID ออนไลน์แทนในที่สุด

 

4. ลงเกมด้วยแผ่น CD ที่มีกล่อง Packaging โคตรใหญ่

 


สำหรับใครที่มีเครื่อง PC ของตัวเองก็มักจะต้องลงเกมเล่นที่บ้านใช่ไหมล่ะครับ และในยุคนั้นก็ไม่ได้มีเว็บโหลดเกมจริง ๆ จัง ๆ เหมือนในปัจจุบัน แถมแพลตฟอร์มอำนวยความสะดวกอย่างพวก Steam ก็ไม่มีให้เห็นนัก การซื้อเกมมาเล่นเลยเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักถ้าหากต้องการเล่นเกมอยู่ที่บ้าน และไม่รู้ทำไม Packaging เกม PC ในบ้านเราถึงมีกล่องใหญ่อลังการงานสร้างขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่แกะกล่องออกมาก็จะมีเพียงแผ่น CD เล็ก ๆ ขนาดไม่ถึงครึ่งของกล่องด้วยซ้ำไป บางเกมอาจมีของแถมเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดมาบ้างหรือสมุดคู่มือให้พอเป็นพิธี พอลงเกมเสร็จทั้งแผ่นและกล่องก็จะกลายเป็นของตั้งโชว์เก๋ ๆ ไปโดยปริยาย ซึ่งในยุคนี้การซื้อแผ่นมาลงเกมนั้นเริ่มหมดความนิยมไปทุกทีจนแทบไม่มีให้เห็น เพราะอินเทอร์เน็ตแรงขึ้น เราสามารถโหลดเกมเป็น 100Gb มาลงเล่นที่บ้านได้สบาย ๆ และสังเกตว่า PC รุ่นใหม่ ๆ หรือโน้ตบุ๊คทุกวันนี้ก็แทบจะไม่มีช่องใส่ CD-ROM ให้อีกแล้ว 

 

5. แกะลูกกลิ้งเมาส์มาทำความสะอาด

 


ถ้าคุณเป็นเกมเมอร์ยุคใหม่ที่ซีเรียสเรื่อง DPI ของเมาส์ ว่าต้องใช้เมาส์เกมมิ่งที่มีความละเอียดสูงเท่านั้นถึงจะเข้ามือ และมองว่าเมาส์ราคาถูก ๆ อย่าง 200 - 300 บาท มันไม่คู่ควรกับคุณอีกแล้ว ผมอยากจะบอกว่าเจ้าเมาส์ 200 - 300 บาท นี่แหละครับดีสุดยอดแล้วเมื่อเทียบกับ "เมาส์ลูกกลิ้ง" แห่งยุค 90's เพราะมันคือสุดยอดของความแย่และขัดฟีลการเล่นได้ตลอดเวลา ยิ่งถ้าเล่นในร้านเกมจะยิ่งหนักเข้าไปใหญ่เพราะผ่านมือผู้เล่นหลายคน นึกสภาพว่ากำลังเล่น Counter Strike อยู่แล้วเลื่อนเมาส์ไม่ไปเพราะติดคราบขี้ไคลหรือเศษฝุ่นในลูกกลิ้งของเมาส์ ทำให้เราหัวร้อนมาก ๆ สุดท้ายก็ต้องแกะลูกกลิ้งเมาส์ออกมาทำความสะอาด ขูดเช็ดเอาคราบสิ่งสกปรกออกให้หมดเพื่อความไหลลื่นของเมาส์ที่เราเล่น แต่ต่อให้สะอาดเอี่ยมแค่ไหนก็ยังไม่ดีเท่าเมาส์เลเซอร์ราคา 200 ที่ขายอยู่ตอนนี้หรอกครับ ยิ่งเกมมิ่งเกียร์ราคาเป็นพันไม่ต้องพูดถึงเลย คนที่ทันเล่นเมาส์ลูกกลิ้งจะเข้าใจเป็นอย่างดี

 

และนี่ก็คือ "5 Moment แห่งความทรงจำของการเล่นเกม PC ในยุค 90's" ตรงกับที่เพื่อน ๆ เคยเจอมาบ้างไหมครับ คิดแล้วก็หวนคิดถึงอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะแต่ละอย่างนั้นหาไม่ได้แล้วในยุคนี้ แม้บางอย่างจะยังทำได้บ้างอย่างเช่นการลงเกมด้วย CD แต่ความรู้สึกคือมันฝืนแล้วล่ะ เพราะโหลดในเน็ตเอาก็ได้  ราคาใน Steam ก็ถูกกว่า ไม่ต้องเหนื่อยออกไปหาอีกด้วย มันไม่ใช่ฟีลที่แบบต้องออกไปซื้อแผ่นเท่านั้นถึงจะได้เล่นเหมือนแต่ก่อนนั่นเอง อย่างไรก็ตาม โลกของเกมก็ได้มีการพัฒนาและเติบโตอยู่ตลอดเวลา บางเกมที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่ยุค 90's เองก็ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย พอออกภาคใหม่ก็เปลี่ยนระบบการเล่นบ้างอะไรบ้างก็เป็นธรรมดาของวงการเกมครับ ใครคิดถึงเกมเก่า ๆ ก็ลองหยิบจับมาเล่นบ้างให้หายคิดถึงก็ดีเหมือนกันนะ :)

 

 

อย่าลืม! กด Subscribe และกดกระดิ่ง ที่

Youtube Channel

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

คนเล่นเกมมือถือ

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

 

Credit
turbosquid.commoddb.com
mentalfloss.comdek-d.comsupport.hp.com

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
6 เหตุผลที่คนไทยต้องเล่น Pandora Hunter
สนุก ฮา คนไทยทำ ได้กลิ่นอาย Dokapon
6 บทเรียนชีวิตที่ได้เรียนรู้จากเกม
เกมให้อะไรมากกว่าที่เราคิด
8 วิธีเล่น Dokapon ยังไงให้ได้ที่ 1 ตลอด
ล่าบอส / ฟาร์มของ / เก็บเงิน / ห้ามเห็นใจ ใช่เลย~!