สกู๊ปพิเศษ
Global
Posted by : TF_MRYEEE 
15-07-2019 17:49 view : 6009
เมื่อเกมแนว Battle Royale เริ่มหมดยุค ทำไมเกมแนวนี้ถึงเริ่มหมดเทรนด์ ขณะที่เกมแนวอื่นยังคงเติบโต

 

เกมแนว Battle Royale ที่หลายคนน่าจะรู้จักกันดีในชื่อเกมโดดร่ม ที่ตอนนี้ถ้าจะมีเกมเมอร์คนไหนที่ไม่รู้จัก ถือว่าเกมเมอร์คนนั้นเชยขั้นรุนแรงมาก เพราะนับตั้งแต่ปี 2017 ที่เกม PUBG สามารถทำให้ผู้เล่นเกมทั่วทุกมุมโลกต้องแห่กันเข้ามาเล่น จนทำให้เกมนี้มียอดผู้เล่นบน Steam ที่เยอะจนแซงเกม MOBA อย่าง Dota 2 ที่เป็นเกมติดอันดับผู้เล่นเยอะที่สุดบน Steam มาตลอดหลายปีไปอย่างหน้าตาเฉย ! 

 

PUBG จึงกลายเป็นเกมแนวใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในเวลาอันสั้น ทำให้ค่ายเกมอื่นเริ่มอิจฉาตาร้อน ขอนำเกมแนวการเล่นแบบนี้ไปทำเป็นเกมของตัวเอง หรือไม่ก็ใส่เข้าไปเพิ่มในเกมของตัวเอง อย่าง Fortnite จาก Epic Games เกมที่ตอนแรกไม่มีใครแทบจะรู้จัก แต่พอหลังจากใส่โหมด Battle Royale ไปได้ไม่นาน ก็เริ่มมีผู้เล่นแห่กันมาเพียบ จนในปัจจุบัน มันกลายเป็นเกมที่ทำกำไรได้อันดับต้น ๆ ของโลก ด้วยรายได้ที่มากถึง 79,200 ล้านบาทไทย ทำให้ Epic Games รวยขนาดที่กล้าเปิดร้านค้าขายเกมมาแข่งกับ Steam เลยทีเดียว

 

 

แต่ในช่วงกลางปี 2019 นี้ก็ดูเหมือนเกมแนว Battle Royale เริ่มจะมีกระแสที่ซบเซาลงอย่างมาก ทั้ง ๆ ที่เมื่อต้นปี 2019 ก็มีเกม APEX Legends จากค่ายเกม EA ที่สามารถสร้างยอดคนเล่นไปได้มากถึง 25 ล้านคน ภายในเวลาแค่ 1 อาทิตย์ แต่พอผ่านไปได้ซักพัก กระแสของเกมแนวนี้ก็เริ่มหดหายไปอีก ถึงขั้นที่ส่งผลให้เกม APEX Legends มีรายได้ที่ร่วงลงหนักติดต่อกัน 2 เดือน นี้จะเป็นสัญญาณของการบ่งบอกว่าเกมแนว Battle Royale ใกล้จะหมดยุคของมันแล้วหรือเปล่า ? แล้วอะไรที่ทำให้เกมแนว Battle Royale มันถึงเริ่มไม่เป็นกระแสได้เร็วขนาดนี้ ? วันนี้ทางเราจึงได้วิเคราะห์ออกมา ให้ไปหาคำตอบเรื่องนี้ด้วยกันครับ

 

คำเตือน !

บทความนี้เป็นการวิเคราะห์ว่าทำไมเกมแนว Battle Royale ถึงเริ่มหมดกระแส และมียอดคนเล่นที่ลดลงไปเยอะเป็นจำนวนมากแล้วเท่านั้น ซึ่งมันไม่ได้มีความหมายว่าเกมแนว Battle Royale จะไม่มีคนเล่นกันอีกแล้ว หรือเกมกำลังจะตายจากพวกเราไปกันหมด บางเกมอาจจะมีคนเล่นอยู่ที่หลักหมื่นถึงหลักแสนอยู่ก็เป็นได้ เพียงแต่กระแสของเกมแนวนี้ มันเริ่มที่จะไม่เติบโตเหมือนเกมแนวอื่นแล้วก็เท่านั้น

 

แนวเกมทำให้ผู้เล่นเบื่อในระยะยาว

 

 

ด้วยความที่ Battle Royale เป็นแนวเกมที่เข้าใจง่าย และไม่มีความซับซ้อนอะไรมาก แค่กระโดดร่มลงมาจากเครื่องบิน ตามหาอาวุธ และไอเทมที่สามารถช่วยให้มีชิวิตรอดเป็นคนสุดท้ายได้ก็แค่นั้น แนวเกม Battle Royale จึงเป็นแนวเกมที่ไม่ต้องเรียนรู้อะไรมากก็สามารถเล่นเป็นได้ ทำให้เกมแนวนี้สามารถเรียกคนมาเล่นได้เป็นจำนวนมาก แต่ในทางกลับกันเมื่อผ่านไปสักพัก คนเล่นจำนวนมากนั้น ก็จะเริ่มรู้สึกเบื่อ เพราะรอบการเล่นในแต่ละครั้ง มันแทบไม่ได้มีอารมณ์ที่ต่างอะไรกันเลย 

 

หลายคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็น่าจะเถียงผมว่า อ้าว เกมมันก็มีตั้งหลายอาวุธให้หาเจอได้นี้ หรือเกมอย่าง PUBG ก็มี mod หลายชนิดให้นำไปติดอาวุธได้อีก แผนที่ในเกมก็ตั้งกว้าง แถมมีให้เล่นมากกว่า 1 แผนที่ด้วย ในแต่ละรอบการเล่น มันก็น่าจะต่างกันเยอะอยู่ไม่ใช่หรือ ? มันก็ต่างกันจริง ๆ อีกรอบนึงคุณอาจจะชนะด้วยอาวุธปืน M4 และอีกรอบนึงอาจจะชนะด้วยอาวุธปืนสไนเปอร์ AWM ก็ได้ แต่ถึงมันจะต่างกันยังไง อารมณ์ของตัวเกมก็ยังคงเหมือนเดิมอยู่ดี ยังไงคุณก็คือคนที่กระโดดลงมาจากเครื่องบินเพื่อทำทุกอย่างให้รอดจนเป็นที่ 1 จุดนี้แหละที่ทำให้ถึงจะมีการอัปเดตอาวุธใหม่, โหมดใหม่ หรือแผนที่ใหม่เพิ่มเข้ามาแค่ไหน ผู้เล่นที่เล่นเกมแนวนี้มานานแล้วก็จะรู้สึกสนุกได้ไม่นาน ก่อนที่จะเบื่อกันไปอีกตามเคย

 

 

ขอยกตัวอย่างเกม Fortnite ที่น่าจะเป็นเกมเดียวในบรรดา Battle Royale ที่อัปเดตได้ถี่มาก อาทิตย์นึงต้องมีการอัปเดตเพิ่มอาวุธใหม่ หรืออะไรที่ใหม่ ๆ แปลก ๆ เข้าไปในเกมอยู่ทุกครั้ง จนทำให้เคยมีผู้เล่นเกมนี้บางคนสงสัย ว่าทำไมมันอัปเดตอะไรบ่อยขนาดนี้ ซึ่งจุดนี้แหละ ที่ทำให้เกม Fortnite ยังสามารถฮิตเป็นอันดับต้น ๆ ของเกมแนว Battle Royale แต่ถึงจะฮิตเป็นอันดับต้น ๆ เราก็มักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับยอดผู้เล่นของเกม Fortnite ที่ลดลงแบบฮวบมาเยอะเป็นบ่อยครั้งอยู่ดี

 

และเมื่อเราลองไปมองเกมแนวอื่นกันบ้างอย่างเกม League of Legends เกมที่เปิดให้บริการมาหลายปีแล้ว ที่ถึงแม้จะอัปเดตตัวเกมอยู่บ่อยครั้งก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เพิ่มอะไรใหม่ทุกอาทิตย์เท่าขนาดเกม Fortnite แต่ยอดผู้ชมของเกม LoL ใน Twitch กลับมีมากกว่าเกม Fortnite ที่คงที่ตลอดเวลากว่าเสียอีก จุดนี้เป็นการบ่งบอกได้เลยว่าเกมแนว Battle Royale เป็นแนวเกมที่เบื่อได้ง่ายมากในระยะยาว ขณะที่เกมแนว MOBA กลับเบื่อได้ยากกว่ามาก เพราะการเล่นของเกมแนวนี้ในทุกครั้ง ๆ อารมณ์ที่คุณได้จะต่างกันตลอดเวลา จากการที่เกมแนวนี้จะมีฮีโร่ให้เลือกเล่นเป็นจำนวนมาก แล้วการเล่นในแต่ละแมตช์ก็จำเป็นที่ต้องออกไอเทมตามสถานการณ์เกมที่ไม่เหมือนกันทุกครั้งอีก

 

 

แต่สิ่งนี้แหละ ที่ทางทีมสร้างเกม Respawn Entertainment เข้าใจเป็นอย่างดี พวกเขาเลยสร้างเกม APEX Legends ที่เป็นเกมแนว Battle Royale แตกต่างจากชาวบ้านเขาเลย เพราะผู้เล่นจะได้เลือกฮีโร่ที่มีความสามารถแตกต่างกันเหมือนกับในเกม MOBA อีกด้วย ทำให้การเล่นแต่ละรอบของเกม APEX Legends มันสามารถให้อารมณ์ที่แตกต่างในการเล่นทุกครั้งได้ดีมาก แต่สุดท้ายแล้ว APEX Legends ก็ต้องประสบกับปัญหาที่ผู้เล่นเกมแนวนี้ลดลงแบบฮวบเหมือนเกมอื่น ๆ อยู่ดี เพราะการตลาดของผู้จัดจำหน่ายตัวเองอย่างค่ายเกม EA ที่วางแผนการอัปเดตเกมออนไลน์ได้ไม่ดี และล่าช้ามาก ซึ่งตรงนี้ขอนำไปเล่าต่อในหัวข้อถัดไปก็แล้วกัน   

 

การตลาดที่ผิดพลาด

 

 

ไม่ใช่ว่าทุกเกมจะมีการตลาดที่ผิดพลาดนะครับ แต่เกมที่มีฐานผู้เล่นเยอะกว่าเกมอื่น อย่าง PUBG และ APEX Legends นี่สิครับที่ดันประสบปัญหานี้ จนทำให้กระแสของเกมมันหายไป 

 

ต่อจากที่เล่าไปเมื่อกี้เลยกับเคสของเกม APEX Legends ที่สามารถทำให้เกมเพลย์ของมันให้อารมณ์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละรอบได้ แต่ก็ยังต้องมาเจอกับปัญหาการอัปเดตที่ล่าช้า และในการอัปเดตแต่ละครั้งก็ไม่ได้มีอะไรเพิ่มขึ้นมาเยอะ ซึ่งตรงนี้แหละ ที่เป็นความผิดพลาดของค่ายเกม EA เอง ที่มีการวางแผนการอัปเดตเกมออนไลน์ได้ไม่ค่อยดีนัก เพราะถ้าเราลองย้อนกลับไปที่เกม Titanfall ที่มีฐานผู้เล่นเยอะมากในช่วงที่เกมเปิดใหม่ ๆ แต่เกม Titanfall กลับไม่ได้มีอัปเดตใหญ่อะไรต่อมาหลังจากนั้นเลย นอกจากจะให้ทีมสร้างเกมทำแผนที่มาเพิ่มให้สำหรับผู้ที่ซื้อ Season Pass ของเกมนี้ และอัปเดตฟรีอีกนิดหน่อยในช่วงหลังก็แค่นั้น ทำให้เกม Titanfall กลายเป็นเกมร้างในเวลาต่อมา จนมีหลายคนออกมาบ่นกันมากมาย ว่าทำไมมันถึงร้างไวขนาดนี้ แต่ส่วนใหญ่ก็ให้คำตอบที่เหมือนกัน ว่าเกมไม่มีคอนเทนท์ใหม่ ๆ ที่ดีพอนั่นเอง จุดนี้ทำให้เห็นเลยว่าแผนการตลาดของค่ายเกม EA สำหรับเกมออนไลน์นั้นไม่ได้เรื่องอย่างมาก และยังคงส่งผลมาที่เกม APEX Legends อีกด้วย

 

 

ส่วนอีกฝั่งนึงนั้นก็คือ PUBG ที่หลายคนออกมาบ่นว่า หลังจากตัวเกมเป็นเวอร์ชั่น 1.0 กว่าจะมีอัปเดตอะไรเข้ามาเพิ่มก็ล่าช้ามาก ทั้ง ๆ ที่เกมนี้สามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล โดยไม่ได้แค่มาจากการขายเกม หรือระบบ Microtransaction พวกเขายังได้เงินจากการขายลิขสิทธิ์เกมนี้ไปให้กับบริษัท Tencent ไปทำเป็นเกมบนมือถือ และยังได้ไปร่วมมือผลิตสินค้าสะสมกับแบรนด์ชั้นนำจากเกาหลีอีกด้วย เห็นได้เลยว่ากำไรที่พวกเขาทำได้ ไม่ใช่น้อย ๆ แน่นอนแบบที่ใครหลายคนคิดเลย แต่ทำไมถึงยังอัปเดตเกมได้ล่าช้า จนคนหนีไปเล่นเกมอื่นกันหมดขนาดนี้ ?

 

สำหรับเรื่องนี้เอาเข้าจริง ก็ยังไม่มีใครสามารถทราบคำตอบได้ชัดเจน เพราะมันเป็นไปได้หลายสาเหตุมาก อาจจะเป็นเพราะทีมพัฒนาเกมนี้ ไม่ได้มีความมืออาชีพเหมือนค่ายเกมใหญ่ ทำให้พวกเขากว่าจะอัปเดตอะไรใหม่แต่ละอย่างต้องใช้เวลานาน ( ถ้าใครที่เล่นเกมนี้จะสังเกตุได้เลย ว่าเกมมีปัญหาด้านความเสถียรหลายอย่างมาก )  แต่ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุไหนก็ตาม มันก็ล้วนแล้วเป็นความผิดพลาดของการตลาดอย่างเห็นได้ชัด

 

 

จะเห็นได้เลยว่า กาตลาดของเกมแนว Battle Royale ก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก และยังต้องมีอะไรที่ดีกว่าการตลาดของไปเกมด้วยอีก เพราะเกมอย่าง Fortnite ที่มีการตลาดสุดแสนเพอร์เฟค ทั้งการทำกำไร และการอัปเดตที่ถี่ตลอดเวลา ก็ยังไม่สามารถครองใจผู้เล่นทุกคนที่เล่นเกมแนวนี้ได้อยู่ดี เพราะการนำเสนอของเกมที่ไปในทางออกการ์ตูน

 

แนวเกมที่ผู้เล่นใช้โปรแกรมโกงกันเยอะมาก

 

 

เป็นอีกหนึ่งเหตุผลใหญ่ ๆ ที่ทำให้คนเลิกเล่นเกมแนวนี้กันเลยก็ว่าได้ เพราะแมตช์นึงของเกมแนวนี้ที่ส่วนใหญ่จะมีผู้เล่นมากถึง 100 คน ที่หมายความว่าถ้ามีผู้เล่นแค่ 1 คน ใช้โปรแกรมโกงในเกม ก็ต้องเท่ากับว่าจะทำให้ผู้เล่นอีก 99 คนต้องหัวร้อน และเบื่อเกมนี้กันได้ง่ายขึ้น และต่อให้เกมนั้น ๆ จะมีระบบป้องกันที่ได้แค่ไหนก็ตาม สุดท้ายคนที่สร้างโปรแกรมโกงขึ้นมา ก็สามารถให้ระบบป้องกันนั้นตรวจจับไม่ได้ในอนาคตอยู่ดี 

 

จริงอยู่ที่เรื่องผู้เล่นใช้โปรแกรมโกง จะเกิดขึ้นแค่บนแพลตฟอร์ม PC และมือถือ แต่ก็เพราะ 2 แพลตฟอร์มนี้แหละ ที่มีผู้เล่นเกมแนว PVP กันเยอะมาก ซึ่งของ PVP สามารถอ้างอิงได้จากใน Twitch ที่เกมคนเข้าชมเยอะ จะเป็นเกมแนว PVP และจะมาจากฝั่ง PC เป็นส่วนมาก โปรแกรมโกงเกมจึงมีผลหลายส่วน ที่ทำให้กระแสของเกมแนวนี้ลดลงนั่นเอง 

 

 

และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้เกมแนว Battle Royale มันเริ่มหมดยุคจากความคิดของทางเราครับ จะเห็นว่าบางอันมันไม่สามารถแก้ไขได้จริง ๆ หรือบางอันก็สามารถแก้ไขได้ แต่ก็อาจจะใช้ทุนที่เยอะมาก จนหลายค่ายเกมเลือกที่จะไปสร้างเกมแนวอื่นยังจะคุ้มกว่า ทำให้แนว Battle Royale มันจึงควรจะเป็นเพียงแค่โหมด ๆ นึงในเกม มากกว่าจะเป็นเกม ๆ นึงแบบ MOBA นั่นเอง

 

สุดท้ายนี้ ผมอยากให้คิดภาพว่าถ้ามีเกม ๆ นึงที่สามารถทำเกมเพลย์ให้อารมณ์การเล่นแต่ละรอบมันต่างกันได้อย่าง APEX Legends , มีการตลาดที่สามารถทำกำไร แล้วมาอัปเดตเกมของตัวเองได้ถี่แบบ Fortnite และยังเป็นเกมที่ไร้ผู้เล่นใช้โปรแกรมโกง คุณคิดว่าเกม ๆ นั้นจะสามารถกลายเป็นกระแสได้นานหลายปีเหมือนกับเกม League of Legends ที่ยังคงมีผู้เล่นออนไลน์เยอะสุดเป็นจำนวนมาก แม้ตัวเกมจะเปิดมาได้นานหลายปีหรือไม่ ? 

 

มาเป็นเพื่อนกันนะ! @Thisisgame

เพิ่มเพื่อน

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

คนเล่นเกมมือถือ

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โหมดติดเชื้อ! PUBG MOBILE พร้อมสร้างประสบการณ์ความสยองรูปแบบใหม่แล้ววันนี้
เพิ่มโหมดการเล่นใหม่ เปลี่ยนธีมในเกมเป็นแบบโจรสลัด และอื่นๆ อีกมากมาย
PUBG Mobile Lite เวอร์ชั่นย่อส่วนสำหรับทุกคนเปิดให้บริการในสโตร์ไทยแล้ว
เน้นเกมเร็ว มาพร้อมแผนที่ขนาดเล็กลงสำหรับผู้เล่น 60 คน
สุดแหวก! แค่เล่น PUBG ก็ได้เหรียญคริปโตไปใช้ซื้อของในเกมฟรี
เพียงแค่ล็อคอินและทำภารกิจตามที่กำหนดเท่านั้น
PUBG Corp. ปล่อยวิดิโออธิบายการทำงานระบบป้องกันผู้เล่นโกง
มาตรการเอาจริงจากค่ายเกมดังที่ต้องการให้ผู้เล่นได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด