รีวิว
Thai
Posted by : TF_Youryu 
11-02-2020 11:30 view : 1616
[รีวิว] Dragon Ball Z: Kakarot เกมที่จะมาเติมเต็มทุกความรู้สึกให้กับแฟนดราก้อนบอล แอคชั่นสุดมันส์ ผสานเรื่องราวอันแสนประทับใจ ในระบบ RPG ที่ลงตัว

 

Dragon Ball Z: Kakarot เป็นอีกหนึ่งเกมที่ผู้เขียนบอกเลยว่าแฟนดราก้อนบอลไม่ควรพลาดอย่างยิ่งครับ โดยเกมนี้จะบอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยของโกคูที่ออกเดินทางเพื่อแสวงหาพลังและการต่อสู้ที่ท้าทาย เป้าหมายสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือ การปกป้องโลกนี้ให้พ้นจากเงื้อมมือของเหล่าร้ายทุกคน ซึ่ง BANDAI NAMCO Entertainment ได้กล่าวว่า Dragonball Z: Kakarot จะมอบประสบการณ์แอคชั่น RPG พร้อมเปิดเผยเรื่องราว Dragon Ball Z อย่างที่ไม่มีที่ไหนเคยทำมาก่อน และวันนี้ผู้เขียนจะพาผู้อ่านทุกคนไปพบกับรีวิวเกม Dragon Ball Z: Kakarot เกม Action-RPG เติมเต็มทุกความรู้สึกให้กับแฟนดราก้อนบอล กันครับ

 

บรรยากาศชวนให้คิดถึง

 

 

สิ่งแรกที่ต้องพูดถึงก่อนเลยคือ บรรยากาศภายในเกมที่เปิดมาก็ทำให้ผู้เล่น (ที่มีอายุหน่อย) ได้ย้อนวัยกลับไปสู่ความหลังครั้งยังเด็กอีกครั้ง ด้วยเพลงเปิดที่คุ้นหูอย่าง Cha-La-Head-Cha-La เวอร์ชั่นดั้งเดิมที่คุณ Hironobu Kageyama เป็นคนร้อง พร้อมฉากโกคูและโกฮังบนเมฆสีทองที่คุ้นตา รวมถึงการตัดต่อของเพลงเปิดที่เราจะได้พบกับตัวละคร และฉากที่คุ้นเคยจำนวนมาก แค่ได้ดูฉากเปิดนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าอย่างมาก และแฟนพันธุ์แท้จริง ๆ คงอดใจไม่ไหวที่จะเข้าเล่นเกมทันทีหลังจบเพลงอย่างแน่นอน

 

ภาษาไทยที่แปลออกมาได้สมบูรณ์แบบ

 

 

ประเด็นที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย นั่นคือเรื่องภาษาไทยในเกม เพราะเกม Dragon Ball Z: Kakarot เป็นอีกหนึ่งเกมที่มีการแปลเป็นภาษาไทยออกมา ภาษาไทยที่แปลออกมาต้องยอมรับว่าแปลออกมาได้ดีมาก ๆ โดยทีมผู้แปลภาษาไทยในเกมได้รักษาแนวการแปลแบบดั้งเดิมไว้อย่างดี ทำให้ผู้เล่นที่เคยอ่านหรือดูการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อนได้ลิ้มรสกับความรู้สึกเดิม ๆ ที่พวกเขาเคยมีมา ผู้เขียนประทับใจในจุดนี้มาก เพราะถ้าหากย้อนกลับไปอ่านมังงะที่ผู้เขียนซื้อมาเก็บไว้ ผู้เขียนจะพบว่าภาษาที่แปลออกมาในประโยคสำคัญต่าง ๆ ถูกแปลเหมือนกับมังงะมากกว่า 90%  ไม่ว่าจะเป็นมุกตลกของซูนโงคูที่เล่นกับท่านไคโอ “ที่นอนที่มีหนอนยัวเยี้ย เค้าเรียกว่าที่หนอน!!!” รวมถึงบทสนทนาต่าง ๆ ของตัวละคร หากใครเคยอ่านมังงะรับรองได้ว่าฮาครืน

 

ภาพการ์ตูนแบบเซลล์เฉด พร้อมเอฟเฟกต์ตระการตา

 

 

กราฟิกภายในเกมเป็นอีกหนึ่งเกมที่ทำออกมาได้ดีมาก เกมจะใช้ภาพแบบเซลล์เฉด (ภาพแบบการ์ตูนมีลายเส้น) 3 มิติ สีสันสดใสสวยงาม (ต่างจาก Xenoverse 2 ภาพจะออกมีแสงเงาที่เข้มกว่า และโทนสีหม่นกว่าเล็กน้อย) ภาพสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำออกมาได้ดี รวมถึงบรรยากาศภายในเกมที่แอนิเมชั่นการเคลื่อนไหวลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ไม่ขัดตา ไม่ว่าจะเป็นฉากปกติทั่วไป จนถึงฉากต่อสู้ที่ถูกทำแอนิเมชั่นออกมาได้ดีมาก การเคลื่อนที่แบบวาร์ปทำออกมาได้ถึงใจ ท่าโจมตี การปล่อยพลังทั้งหลายทำออกมาได้สะใจสายบู๊อย่างแน่นอน แต่ที่ต้องชื่นชมมากกว่านั้นคือ เอฟเฟกต์การต่อสู้ที่ทำออกมาได้อลังการงานสร้าง ผู้เขียนบอกเลยว่าใครสายเล่นเกมการ์ตูนที่ชอบเอฟเฟกต์อลังการไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

 

เติมเต็มทุกเรื่องราวที่อยากรู้

 

 

จุดเด่นที่สุดของเกมไม่ใช่การดำเนินเนื้อเรื่องตามเรื่องราวเดิม ๆ ที่เราเคยรู้มาทั้งหมด แต่จะมีการเสริมเรื่องราวปลีกย่อยลงไปให้ผู้เล่นได้ติดตาม ผู้พัฒนาเกมเคยบอกแล้วว่าเรื่องราวเหล่านี้คือเรื่องราวที่แฟน ๆ อยากรู้ ตัวอย่างเช่น ทำไมราดิซถึงมาโลกก่อนคนอื่น ๆ จอมราชาเอ็นม่ามีอำนาจในการตัดสินคนตายทุกคนไม่จำกัดแค่บนโลกใช่หรือไม่ เป็นต้น แม้จะเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้บางคนที่เคยสงสัยใคร่รู้ก็ได้คำตอบ

 

โลกแบบ Open-World ที่พร้อมให้ผู้เล่นได้ออกสำรวจ

 

 

ในเกม Dragon Ball Z: Kakarot จะนำเสนอโลกแบบ Open-World  มีพื้นที่ให้ผู้เล่นได้สำรวจจำนวนมาก ผู้เล่นจะสามารถเดินทางไปไหนมาไหนก็ได้ตามใจ แผนที่จะแบ่งออกเป็นหลาย ๆ พื้นที่ ผู้เล่นสามารถปลดล็อคพื้นที่ได้ ด้วยการเล่นเนื้อเรื่องไปเรื่อย ๆ พื้นที่จะมีตั้งแต่ป่า หนองน้ำ จนถึงพื้นที่น้ำแข็ง ในขณะเดียวกันบางจุดในแต่ละพื้นที่จะมีการจำกัดการเข้าถึงด้วยเลเวล ผู้เล่นสามารถกลับมาสำรวจใหม่ได้เมื่อเลเวลสูงขึ้น ประกอบกับภาพกราฟิกของพื้นที่ถูกทำออกมาได้อย่างสวยงาม ต้องบอกเลยว่าแค่การออกสำรวจโลกไปเรื่อย ๆ ก็กินเวลาไปนานมากเลยครับ

 

 

นอกจากนี้บรรยากาศภายในเกมถูกทำออกมาได้อย่างมีชีวิตชีวา หากผู้เล่นบินไปรอบ ๆ จะเจอไดโนเสาร์เดินไปเดินมา (รวมถึงบินด้วย) ต้นไม้ ใบหญ้าจำนวนมาก NPC ที่อยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ คอยบอกใบ้ถึงไอเทมที่มี หรือมอบเควสรองให้เราได้ทำ หรืออาจจะมอบไอเทมให้เราฟรี ๆ หากเราเข้าไปคุยด้วย รวมถึงมีหมู่บ้านที่จะมี NPC เดินกันขวักไขว่ ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนกับโลกจริง ๆ ใบหนึ่ง

 

 

สำหรับการสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ผู้เล่นสามารถทำได้ตั้งแต่การเดิน หรือวิ่งบนพื้นดิน ไปจนถึงการเหาะบนอากาศ ต้องบอกเลยว่าหากเกม Spider-Man ของ Insomniac ระบบการห้อยโหนสำรวจเมืองทำออกมาดีน่าสนใจ เกม Dragon Ball Z: Kakarot ของ BANDAI NAMCO ก็มีระบบเหาะบนอากาศสำรวจแผนที่ที่ดีไม่แพ้กัน

 

มีกิจกรรมให้ทำมากมายจนลืมเวลา

 

 

เมื่อเป็นโลกแบบ Open-World ทางผู้พัฒนาเกมไม่พลาดที่จะมีระบบเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ผู้เล่นได้เล่นกันอย่างเต็มที่ในโลกใบนี้ ผู้เล่นจะได้ทำสิ่งต่าง ๆ มากมายตั้งแต่การเก็บอัญมณีเพื่อใช้ในการอัปเกรดตัวละคร ล่าไดโนเสาร์ ตกปลา เก็บผลไม้ ล่าสัตว์เพื่อหาวัตถุดิบไปใช้ทำอาหาร รวมถึงต่อสู้กับหุ่นยนต์จรจัด และทำลายฐานทัพของกองทัพโบว์แดง (Red Ribbon Army) ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนภาค Dragon Ball Z เรียกได้ว่าหากผู้เล่นอยากจะพักจากการดำเนินเนื้อเรื่อง และออกท่องเที่ยวในโลกใบนี้สามารถทำได้เพลิดเพลินจนลืมเวลาเลยทีเดียว

 

 

และถ้าหากผู้เล่นกังวลว่าการออกทำกิจกรรมต่าง ๆ จะอันตรายจนเกินไป หรือการเข้าต่อสู้กับศัตรูที่มีอยู่มากมายในโลกใบนี้มันยากเกินกว่าที่คนคนเดียวจะทำได้ เกมนี้ก็มีระบบจัดทีมมาให้ผู้เล่นได้ใช้งานด้วย ซึ่งตัวละครที่เข้าร่วมในทีมจะช่วยผู้เล่นในการต่อสู้ อีกทั้งผู้เล่นยังสามารถออกคำสั่งให้ใช้ท่าไม้ตายได้อีกด้วย ฉะนั้นผู้เล่นก็สามารถออกทำกิจกรรมได้เต็มที่หายห่วง

 

เควสหลัก เควสรอง ที่ไม่ควรพลาดสักเควสเดียว

 

 

เกม Dragon Ball Z: Kakarot จะมีเควสให้ผู้เล่นได้ทำมากมาย โดยเควสหลัก (สีแดง) จะเป็นเควสเนื้อเรื่องที่ผู้เล่นสามารถทำเพื่อดำเนินเรื่องราวต่อไปได้เรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันเควสรอง (สีฟ้า) ภายในเกมจะเป็นส่วนเติมเต็มเรื่องราวที่ผู้เล่นไม่ควรพลาดที่จะทำเควสรองเหล่านี้ เพราะผู้เล่นจะได้เติมเต็มเรื่องราว รวมถึงได้อมยิ้มไปกับความยียวนกวนโอ๊ยของหลาย ๆ เควสในเกม รวมถึงเควสรองจะมอบไอเทมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์มากมายต่อการต่อสู้ ผู้เขียนลองนั่งทำเควสรองเพลิน ๆ ก่อนที่จะทำเควสหลักเพื่อดำเนินเนื้อเรื่องเหมือนกันครับ

 

เกมเพลย์ RPG เต็มรูปแบบ

 

 

หากใครคาดหวังว่าเกม Dragon Ball Z: Kakarot จะเป็นเกมแอคชั่นต่อสู้ 3 มิติเหมือนเดิม ไม่มีอะไรแปลกใหม่ต้องบอกว่าผู้อ่านคิดผิด เพราะเกมได้ขนเอารูปแบบเกม RPG มาเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้เพื่อเก็บเลเวล การใช้ไอเทมระหว่างการต่อสู้ การเพิ่มพลังสกิลเพื่อให้สกิลของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และอื่น ๆ อีกมากมายที่บอกได้เลยว่าถูกใจแฟนเกม Action RPG อย่างแน่นอน

 

การติดตั้งสกิลให้เหมาะสมกับสไตล์การเล่นของแต่ละคน

 

 

อีกหนึ่งระบบที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยปกติตัวละคร 1 ตัวจะมีท่าโจมตีพิเศษติดตั้งได้เพียง 4 ท่าเท่านั้น แต่ระหว่างที่ผู้เล่นเล่นเกมไปเรื่อย ๆ ผู้เล่นจะสามารถปลดล็อคท่าโจมตีพิเศษได้มากมาย ผู้เล่นสามารถเลือกติดตั้งท่าโจมตีพิเศษได้ตามที่ผู้เล่นต้องการ ผู้เล่นจะเลือกติดตั้งท่าโจมตีที่สร้างคอมโบได้อย่างต่อเนื่อง หรือจะติดตั้งท่าที่เน้นปล่อยคลื่นพลัง หรือเน้นติดตั้งท่าโจมตีระยะประชิด ก็สามารถทำได้ไม่มีข้อจำกัดใด ๆ จุดนี้เองเป็นจุดที่ผู้เขียนประทับใจอย่างมาก เพราะผู้เขียนสามารถสร้างรูปแบบการต่อสู้ของตัวละครตามที่ผู้เขียนถนัดได้ ไม่รู้สึกเหมือนกับโดนบังคับให้เล่นตามที่กำหนดมาเท่านั้น

 

การแปลงร่าง ที่จะช่วยพลิกสถานการณ์

 

 

ระบบแปลงร่างเป็นอีกระบบที่น่าสนใจในเกม เรารู้อยู่แล้วว่าซุนโกคูเองสามารถแปลงร่างเป็นซุปเปอร์ไซย่าได้ แต่ในเกมจะมีการเพิ่มเติมการแปลงร่างเข้ามาอีก เช่น การแปลงร่างเป็นร่างไคโอ การแปลงร่างนี้จะส่งผลต่อตัวละครที่แตกต่างกันไป เช่นการแปลงร่างไคโอที่จะทำให้ผู้เล่นโจมตีได้รุนแรงมากขึ้น แต่ต้องแลกมาด้วยเลือดที่ค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ ผู้เล่นจะต้องวางแผนการแปลงร่างให้ดี เพราะหากผู้เล่นวางแผนผิด อาจทำให้การต่อสู้ลำบากจนถึงขั้นพ่ายแพ้ไปเลยก็เป็นได้ การแปลงร่างนี้ไม่บังคับว่าจะต้องแปลงร่างเมื่อไหร่ ผู้เล่นสามารถเลือกแปลงร่างได้ตามที่ต้องการ และสามารถยกเลิกการแปลงร่างได้อีกด้วย!

 

เกมเพลย์ต่อสู้ 3 มิติที่ควบคุมง่าย แต่ท้าทาย

 

 

เกมเพลย์ต่อสู้ในเกมทำออกมาให้เข้าใจได้ง่าย ใช้งานได้ไม่ยาก แต่กลับมีความท้าทายสูงอย่างไม่น่าเชื่อ การวางปุ่มการใช้งานถูกวางมาอย่างเป็นระบบ เช่นกด L1 เพื่อเลือกท่าไม้ตาย กด R1 เพื่อเลือกรูปแบบการแปลงร่าง กด L2 เพื่อป้องกัน (และกดปุ่มอื่น ๆ ประกอบเพื่อโจมตีตอบโต้ได้อีก 2 รูปแบบ) เกมนี้ไม่ได้มุ่งเน้นให้ผู้เล่นกดปุ่มรัว ๆ เพื่อเอาชนะแต่อย่างใด ตัวละครแต่ละตัวจะมีรูปแบบการโจมตีที่แตกต่างกัน ก่อนการโจมตีพิเศษแต่ละครั้งจะมีการแสดงท่าทางที่แตกต่างกัน ผู้เล่นจะต้องอ่านรูปแบบการโจมตีของศัตรูให้ออก แล้วค่อยเลือกการโจมตีที่เหมาะสม ก็จะสามารถเอาชนะได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าหากผู้เล่นที่คิดว่าจะพุ่งเข้าไปโจมตีอย่างเดียวเพื่อหวังชัยชนะ บอกได้เลยว่าโอกาสที่ผู้เล่นจะลงไปกองกับพื้นมีสูงมากครับ

 

ระบบโซลเอมเบลม ที่จะทำให้ตัวละครแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

 

 

ระบบที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับเกม Dragon Ball ระบบนี้จะคล้าย ๆ กับระบบการวางผังรูนในเกมอื่น ๆ ที่ผู้เล่นจะได้นำตราสัญลักษณ์ของตัวละครต่าง ๆ ที่ได้จากการดำเนินเนื้อเรื่อง หรือการทำเควสต่าง ๆ จุดที่น่าสนใจคือโซลเอมเบลมมีอยู่หลายแบบ แต่ละแบบจะส่งผลที่แตกต่างกัน อีกทั้งตราสัญลักษณ์ของตัวละครแต่ละตัวก็จะมีค่าความสามารถที่แตกต่างกันไป ผู้เล่นจะต้องวางแผนวางตราสัญลักษณ์ให้เหมาะสมกับค่าสถานะ อีกทั้งตราสัญลักษณ์บางอันหากวางอยู่ใกล้กันก็จะส่งผลพิเศษตามรูปแบบที่แตกต่างกัน

 

ระบบดราก้อนบอล รวบรวมให้ครบ แล้วขอพรจากเทพเจ้ามังกร

 

 

ระบบที่ขาดไม่ได้จริง ๆ กับเกมดราก้อนบอล ผู้เล่นจะได้ออกตามหาดราก้อนบอลทั้ง 7 ลูกในโลกใบนี้ ระบบนี้จะเปิดให้ใช้หลังจากที่เล่นจบภาคฟรีซเซอร์ ดราก้อนบอลจะสุ่มเกิดในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ผู้เล่นได้ออกตามหา แต่ตัวเกมก็ไม่ได้ใจร้ายกับผู้เล่นมากจนเกินไปจนถึงขั้นให้ผู้เล่นค้นหาแบบไม่มีคำใบ้ใด ๆ เลย เพราะหากผู้เล่นเปิดแผนที่โลกขึ้นมา และพบกับสัญลักษณ์ดราก้อนบอลในพื้นที่ใด นั่นคือพื้นที่นั้นมีดราก้อนบอลอยู่ แต่เมื่อเข้าไปในพื้นที่นั้น ๆ ผู้เล่นจะต้องใช้ความพยายามในการบินค้นหาดราก้อนบอลไปเรื่อย ๆ ครับ

 

สำหรับพรที่ผู้เล่นสามารถขอได้ก็จะมีมากมายหลากหลายแบบ ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะขอท้าสู้กับบอสที่เราชนะไปแล้ว ขอเงินจำนวนมาก ขออัญมณีสีต่าง ๆ ไปจนถึงขอไอเทมหายาก เมื่อผู้เล่นขอพรเสร็จแล้ว ลูกแก้วก็จะกระจายตัวหายไปเป็นก้อนหิน ในเกมจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีกว่าที่ดราก้อนบอลจะปรากฏขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

 

สรุปการรีวิว

 

 

Dragon Ball Z: Kakarot เป็นเกมที่ตอบสนองทุกความต้องการของแฟนการ์ตูน Dragon Ball Z ได้เป็นอย่างดี รวมถึงแฟนเกมคงได้สนุกสนานกับการเล่นเกมอย่างเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะเป็นกราฟิกของเกมที่สดใส่สวยงาม ภาษาไทยที่ถูกแปลออกมาได้อย่างดีเยี่ยม การออกสำรวจโลก การต่อสู้ที่แสนจะดุเดือด เรื่องราวที่น่าติดตาม ทำเควสต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายในโลกใบนี้ ไปจนถึงระบบต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมาได้อย่างลงตัว

 

สิ่งที่อาจขัดใจผู้เขียนเล็กน้อย (ถึงน้อยมาก) คือระบบการโหลดฉากเข้าสู่ฉากต่อสู้ระหว่างที่กำลังออกสำรวจโลก เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้เล่นเผชิญหน้ากับศัตรูเช่นหุ่นยนต์จรจัด แทนที่ตัวเกมจะให้เราต่อสู้ได้เลยทันที กลับกลายเป็นผู้เล่นจะต้องถูกโหลดเข้าสู้ฉากต่อสู้เหมือนเกม JRPG สมัยก่อน อาจจะขัดใจสายบู๊ที่ชอบความต่อเนื่องอยู่บ้าง แต่ภาพรวมเกมยังสนุกเหมาะสมกับการเล่นอย่างแน่นอน

 

ส่วนตัวผู้เขียนขออนุญาตให้คะแนนเกมนี้ที่ 9 เต็ม 10 ครับ ผู้เขียนขอย้ำว่า รีวิวนี้ รวมถึงคะแนนนี้เป็นมุมมองของผู้เขียนเท่านั้น แฟนเกมคนอื่น ๆ อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันก็ได้ครับ

 

จุดเด่น

- เกมที่ทำให้ผู้เล่นวัยเก๋าได้ย้อนวัยกลับไประลึกถึงตอนเด็กที่กำลังนั่งดูหรืออ่านการ์ตูนได้เป็นอย่างดี

- กราฟิกเกม รวมถึงเอฟเฟกต์ที่ทำออกมาได้น่าประทับใจ

- การสำรวจโลกที่ไม่น่าเบื่อ รูปแบบของโลกที่ถูกออกแบบมาได้อย่างดี และมีกิจกรรมให้ทำมากมาย

- เกมเพลย์ต่อสู้ที่เข้าใจง่าย แต่ท้าทายไม่น่าเบื่อ หรือไม่ยากจนเกินไป

- ระบบ RPG ที่ใส่เข้ามาในเกมได้อย่างลงตัว ทำให้เกมน่าเล่นขึ้นอีกมาก

- ระบบดราก้อนบอลที่ถูกใส่มาได้อย่างเหมาะสม

 

ข้อสังเกต

- การโหลดฉากเข้าสู่ฉากการต่อสู้ระหว่างออกสำรวจโลก

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ BANDAI NAMCO Entertainment ที่เอื้อเฟื้อและสนับสนุนเกมมาให้เราได้รีวิวกันในครั้งนี้ด้วยครับ และหากใครต้องการซื้อเกมนี้ไปเล่น สามารถสั่งซื้อได้ที่นี่เลย  >>คลิก<<

 

>> รับชมคลิปลองเล่นจากทีมงาน This is Game Thailand <<

 

 

ภาพ Screenshots ของเกม

 

 

อย่าลืม! กด Subscribe และกดกระดิ่ง ที่

Youtube Channel

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

คนเล่นเกมมือถือ

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Dragon Ball Z: Kakarot วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ววันนี้
ผจญภัยร่วมกับ Goku พร้อมคำบรรยายภาษาไทยเต็มรูปแบบ
ได้ลุ้น! Disney อาจเตรียมสร้างภาพยนตร์ Dragon Ball ด้วยนักแสดงชาวเอเชีย
ถึงเวลากู้หน้าจาก Dragon Ball ที่แสดงโดยนักแสดงชาวยุโรป
Dragon Ball: Strongest Warriors ทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 บนชาร์ต App Store จีนเพียงชั่วข้ามคืน
การันตีความสนุกของเกมมือถือ MMORPG ลิขสิทธิ์แท้จาก Bandai Namco ที่ให้บริการโดย Tencent
Dragon Ball: Strongest Warriors เปิดทดสอบ OBT ทั้ง iOS/Android แล้ว
เกมมือถือ Action MMORPG กราฟิก 3D คมชัด ย้อนเรื่องราวสู่จุดเริ่มต้นของ Dragon Ball