กำลังเข้าสู่ TIG ภายใน วินาที กรุณารอซักครู่
 Tech Review
Global
Posted by : TF_Artherlus 
16-04-2021 10:08 view : 704
[รีวิว] Huawei MatePad แท็บเล็ตโฉมใหม่แต่คงไว้ซึ่งความคุ้มค่า หน้าจอใหญ่เต็มอิ่มทุกความบันเทิง รองรับการเล่นเกมในเฟรมเรทสูงถึง 60FPS

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาแท็บเล็ตสักรุ่นแต่ไม่รู้ว่าจะเลือกเป็นรุ่นไหนดี เพราะมองไปตลาดในตอนนี้ดูเหมือนว่าหลาย ๆ แบรนด์จะไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก อย่างไรก็ตาม Huawei เป็นหนึ่งในแบรนด์ยังคงมีแท็บเล็ตรุ่นใหม่ออกมาให้เราได้ใช้กันอย่างต่อเนื่อง และกับ Huawei MatePad ประจำปี 2021 ว่าแต่จะมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างเราไปหาคำตอบกันเลย

 

 

ตัวเครื่อง Huawei MatePad มาพร้อมกับการออกแบบที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์จากรุ่นก่อน หน้าจอที่เลือกใช้งานมีขนาด 10.4 นิ้ว ขณะที่อัตราส่วนต่าง ๆ ก็แทบจะไม่มีความต่างจากรุ่นก่อนแต่อย่างใด

 

 

ด้านหลังของตัวเครื่องใช้งานวัสดุเป็นพลาสติกที่มีคุณภาพ จับแล้วไม่รู้สึกว่าลดทอนคุณค่าของตัวเครื่องลง ขณะที่สีของตัวเครื่องที่เราได้มาทดสอบในครั้งนี้จะเป็นสี Midnight Grey 

 

 

การวางตำแหน่งกล้องหลังยังคงยึดแบบเดิมเอาไว้คืออยู่ที่มุมด้านซ้าย แน่นอนว่าในเรื่องของจำนวนกล้องมีเพียงตัวเดียวเท่านั้น แต่เป็นแบบ Ultrawide ทำให้มุมมมองของภาพได้มากกว่า

 

 

ขณะที่กล้องหน้าจะถูกจัดอยู่ที่ด้านขวาของตัวเครื่อง ซึ่งหากจะมองว่าใช้งานง่ายหรือยากน่าจะขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานเสียมากกว่า ด้วยความที่เป็นแท็บเล็ตโอกาสที่เราจะใช้งานในแนวนอนย่อมมึมากกว่าการถือใช้งานในแนวตั้ง ฉะนั้นการการนำกล้องมาอยู่ที่ตำแหน่งนี้จะส่งผลให้เวลาที่เราทำการวิดีโอคอลตำแหน่งสายตาของเราจะอยู่ที่จุดกึ่งกลางพอดี

 

 

จุดเด่นของตัวเครื่องที่น่าสนใจอีกอย่างคงหนีไม่พ้นลำโพงที่ให้มามากที่ 4 ตัวฝังอยู่ด้านที่ขอบด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่องอย่างละ 2 ตัว และแน่นอนว่าเมื่อเป็น Huawei ลำโพงที่ใช้งานจึงเป็นของทาง Harman / Kardon นั่นเอง นอกจากลำโพง 4 ตัวแล้วก็ยังมีไมโครโฟนอีก 4 ตัวที่สามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกได้เช่นกัน

 

 

พอร์ตที่มีอยู่กับเครื่องจะมีเพียงแค่พอร์ต USB-C เท่านั้น ส่วนปุ่มที่ใช้งานจะมีปุ่ม Power และปุ่มเพิ่ม / ลดเสียง อีกด้านจะเป็นช่องสำหรับใส่ MicroSD เพิ่มเติมที่รองรับสูงสุด 512GB

 

 

และแน่นอนว่า Huawei MatePad รุ่นใหม่ก็ยังคงรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมอย่าง Huawei Smart Keyboard ของมันต้องมีที่จะช่วยทำให้เราสามารถแปลงแท็บเล็ตให้กลายเป็นโน้ตบุ๊คขนาดย่อมได้

 

 

ในส่วนของรูปแบบของคีย์บอร์ดที่ให้มาจะเป็นแบบที่มีภาษาไทยกำกับมาด้วยทำให้พิมพ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่อาจจะมีบางปุ่มที่ต้องปรับตัวเสียหน่อยจึงจะใช้งานได้คุ้นเคย ส่วนผิวสัมผัสของเคสจะเป็นแบบหนัง

 

 

ตัวคีย์บอร์ดจะใช้งานการเชื่อมต่อเป็นแบบ Bluetooth ซึ่งเราสามารถที่จะเปิดปุ่มใช้งานได้ที่ด้านข้างของเคสและใกล้กันจะมีพอร์ต USB-C ให้สำหรับการชาร์จนั่นเอง

 

 

นอกจากนี้คงจะเป็นเรื่องยากที่จะดูว่าสถานะแบตเตอรี่อยู่ในระดับใดจึงมีไฟ LED อยู่เหนือตัวแป้นพิมพ์ที่จะคอยบอกสถานะให้เราได้

 

 

สำหรับตัวเคสไม่สามารถที่จะปรับระดับของตัวเครื่องได้ โดยตัวยึดระหว่างตัวเครื่องและเคสจะมีแผงแม่เหล็กที่ค่อนข้างแน่นไม่มีหลุดง่าย ๆ อย่างแน่นอนเมื่อใช้งาน

 

 

มาว่ากันที่การใช้งานกันบ้างในส่วนของหน้าจอ Huawei MatePad มาพร้อมกับขนาด 10.4 นิ้ว โดยที่ความละเอียดของหน้าจออยู่ในระดับ 2K (2000 x 1200) พาเนลหน้าจอใช้งานเป็นแบบ IPS ส่งผลให้การรับชมสิ่งต่าง ๆ ได้รับอรรถรสเต็มที่

 

 

ข้อได้เปรียบของหน้าจอที่เรามักจะได้จากการใช้งานแท็บเล็ตคืออัตราส่วนของหน้าจอจะเป็นแบบ 16:9:6 ส่งผลให้เวลาที่เรารับชมคลิปบน YouTube จะได้การแสดงผลที่เต็มหน้าจอ แตกต่างจะสมาร์ทโฟนที่มักจะมีขอบดำด้านของอยู่ให้เห็น (แน่นอนว่าในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับคลิปที่เรารับชมว่าทำออกมาในอัตราส่วนใดด้วย)

 

 

และเวลาที่เรารับชมอะไรที่ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานก็อาจจะส่งผลให้สายตาของเราต้องทำงานหนัก ฉะนั้นในตัวเครื่องจึงได้มีโหมด Eye Comfort มาให้ด้วย อีกทั้งตัวจอยังได้การรับรองจาก TÜV Rheinland หมดห่วงเรื่องแสงสีฟ้าที่จะเข้ามาสู่สายตาของเราลงไปได้เยอะ

 

 

หลาย ๆ คนอาจจะมีข้อสงสัยว่าแล้วหน้าจอใหญ่ขนาดนี้สามารถแบ่งหน้าจอทำงานได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าได้ และทำได้ดีเสียด้วย โดยที่ตัวเครื่องจะรองรับการทำงานแบ่งหน้าจอได้ทั้งแบบแบ่งครึ่ง หรือจะเป็นการใช้งานแอปพลิเคชันหลัก แล้วดึงแอปพลิเคชันอีกตัวมาเป็นหน้าต่างได้เช่นกัน

 

 

อีกทั้งการที่มี Huawei Smart Keyboard จะช่วยให้เราสามารถใช้งานโหมด Desktop ได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น สามารถเปิดหน้าจอต่าง ๆ ได้แบบเดียวกันกับที่เราใช้งานโน้ตบุ๊คเลย ส่วนประสิทธิภาพและการตอบสนองในการใช้งานก็ไม่มีสะดุด

 

สาเหตุที่ทำให้สามารถเปิดใช้งานแอปพลิเคชันหลายตัวพร้อมกันได้มาจากการที่ตัวเครื่องใช้งานชิปเซ็ต Kirin 820 ที่มาพร้อมกับการอัปเกรดในหลาย ๆ เรื่องและที่น่าสนใจที่สุดคือการที่รองรับการใช้งานการเชื่อมต่อ WiFi 6 นั่นเอง

 

 

สำหรับคะแนนที่ได้จากการทดสอบด้วย AnTuTu ได้คะแนนไปทั้งหมด 403762 คะแนน ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจไม่น้อย 

 

 

การใช้งานอื่น ๆ อย่างการเล่นเกมอยู่ในระดับที่ดี โดยเกมที่กินสเปคอย่าง Genshin Impact ก็สามารถที่จะเรียกว่าอยู่ในระดับที่สามารถเล่นได้ ส่วนเกมอื่น ๆ ถ้าตัวเกมรองรับการเปิดตัวใช้งานเฟรมเรทสูง 60FPS ก็สามารถเปิดได้เช่นเดียวกัน จะมีเพียงแค่ ROV เพียงเกมเดียวเท่านั้นที่ยังไม่รองรับในส่วนนี้

 

 

ส่วนการใช้งานด้านความบันเทิงเช่นการเล่นโซเชียลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter รองรับทั้งหมด นอกจากนี้ด้วยความที่หน้าจอมีขนาดใหญ่ทำให้การนำไปใช้งานเพื่อการอ่านการ์ตูนหรือนิยายที่เป็นแบบ eBook ทำได้สะดวกเช่นกัน แถมตัวเครื่องมีโหมด eBook ที่จะทำให้หน้าจอของเรากลายเป็นหน้าจอแบบ E Ink เพิ่มความสะดวกในการอ่าน

 

 

สิ่งที่เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาคงหนีไม่พ้นการที่ตัวเครื่องไม่ได้รองรับบริการ Google ส่งผลให้การติดตั้งแอปพลิเคชันและการใช้งานแอปพลิเคชันบางส่วนมีเรื่องกวนใจอยู่บ้าง แต่ทาง Huawei ก็มีร้านค้าอย่าง AppGallery ที่จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานได้สามารถติดตั้งแอปพลิเคชันได้ง่ายขึ้นเยอะ เพราะมีตัวเลือกในการค้นหาที่รวบรวมเกือบทุกแอปพลิเคชันและเกมมาไว้ให้ในที่เดียว

 

 

แบตเตอรี่ที่ให้มากับตัวเครื่องมีขนาด 7250mAh ส่งผลให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานข้ามวัน จากที่ลองใช้งานหนัก ๆ ทั้งวันเมื่อหมดวันแล้วยังมีแบตเตอรี่ให้ใช้งานอีกกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นพอจะบอกได้ว่าหากใช้เต็มที่น่าจะเพียงพอสำหรับการใช้งาน 2 วันเต็ม 

 

ระยะเวลาในการชาร์จด้วยความที่ตัวเครื่องมาพร้อมกับระบบชาร์จไว 18W ทำให้ไม่ต้องรอนานมาก แต่หากเป็นการชาร์จจาก 0 - 100 เปอร์เซ็นต์ก็ยังจำเป็นที่จะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการชาร์จถึงจะเต็ม ซึ่งหากเทียบกับขนาดของแบตเตอรี่แล้วอยู่ในระดับที่รับได้

 

 

คุณภาพของกล้องที่ให้มากับตัวเครื่องอาจจะไม่ได้มีลูกเล่นให้ใช้งานมากมายนัก แต่หากเทียบว่าเป็นแท็บเล็ตที่โอกาสได้ใช้งานในการถ่ายภาพย่อมน้อยกว่าการวิดีโอคอล ก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะว่าคุณภาพของกล้องหน้าเมื่อนำมาใช้งานวิดีโอคอลทำออกมาได้เยี่ยม และการมีไมโครโฟนถึง 4 ตัวก็ช่วยในเรื่องของการสื่อสารได้เป็นอย่างดี

 

 

สิ่งกวนใจเพียงอย่างเดียวในการใช้งาน Huawei MatePad ควบคู่กับ Huawei Smart Keyboard คงเป็นเรื่องของการเปลี่ยนภาษาที่ดูเหมือนว่าจะยังต้องรอการอัปเดตกันอีกสักระยะ เพราะเมื่อลองใช้งานแล้วพบว่ามีปัญหาในเรื่องของการตรวจจับภาษาที่เปลี่ยนจากไทยเป็นอังกฤษ รวมไปถึงบางครั้งการกดพิมพ์ตัวอักษรบางตัวดันกลายเป็นอีกตัว ซึ่งเรื่องนี้เป็นอะไรที่มองข้ามไม่ได้เลย

 

 

สรุปแล้ว Huawei MatePad เป็นแท็บเล็ตในราคาประหยัดที่น่าประทับใจในช่วงราคานี้อย่างมาก ในภาพรวมจัดว่าเป็นเครื่องที่น่านำมาใช้งานสำหรับการเรียน วิดีโอคอล หรือใช้งานโซเชียลได้ตอบโจทย์ อีกทั้งการมีอยู่ของ Huawei Smart Keyboard ก็ทำให้มันกลายเป็นแท็บเล็ตที่ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และคุ้มยิ่งกว่าเพราะตอนนี้มีการจัดโปรพิเศษระหว่างวันที่ 25 มีนาคม - 25 เมษายนจ่ายเพียง 9,990 บาท ได้ของแถมอาทิ Huawei Smart Keyboard และอื่น ๆ ไปเลย ใครที่สนใจก็ต้องรีบกันหน่อยเพราะมีเวลาเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น

 

ข้อดี

- หน้าจอใหญ่ 10.4 นิ้วรองรับการใช้งานหลากหลาย

- ความละเอียดของหน้าจอระดับ 2K เต็มอิ่มทุกมุมมอง

- ชิปเซ็ต Kirin 820 รองรับการใช้งานรอบด้าน

- มาพร้อมกับที่เก็บข้อมูล 128GB

- การปรับปรุงระบบภายในที่ทำออกมาได้อย่างไม่มีสะดุด

- มีโหมดการทำงานให้ครบครัน

- คุณภาพเสียงที่ให้ครบทุกรายละเอียด

- แบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

 

ข้อสังเกต

- ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มาให้ทำให้หากใครที่มีหูฟังของเดิมอยู่จำเป็นต้องใช้ตัวแปลงที่ให้มาภายในกล่องแทน

 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง Huawei แห่งประเทศไทยที่ได้ทำการส่ง Huawei MatePad แท็บเล็ตที่มาพร้อมกับความคุ้มค่าสมราคามาให้เราได้ทดสอบ ใครที่สนใจสามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ตามร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วไปและทางช่องทางออนไลน์

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อสินค้าได้ที่ : คลิก

 

 

อย่าลืม! กด Subscribe และกดกระดิ่ง ที่

Youtube Channel

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

คนเล่นเกมมือถือ

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง