กำลังเข้าสู่ TIG ภายใน วินาที กรุณารอซักครู่
 Tech Review
Thai
Posted by : TF_Artherlus 
27-05-2020 10:40 view : 4657
[รีวิว] Huawei P40 เรือธงสุดคุ้มค่าที่จัดมาให้ครบในทุก ๆ ด้าน จัดหนักจัดเต็มทั้งเรื่องเล่นเกมและถ่ายภาพ

 

ปัจจุบันเราจะได้เห็นการเปิดตัวสมาร์ตโฟนหลากหลายรุ่นออกมาให้เราได้เห็น และยิ่งนานวันเข้าสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมกับสเปคจัดหนักจัดเต็มและมีราคาไม่สูงมากเริ่มมีออกมาให้เราได้เห็นกันมากขึ้น อย่างไรก็ตามตลาดเรือธงก็ยังคงเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนต้องการเพราะมันเป็นการบ่งบอกเทรนด์ของสมาร์ตโฟนในปัจจุบันว่าจะไปในทิศทางใด และแต่ละค่ายก็จะนำความเป็นที่สุดของตัวเองไว้กับสมาร์ตโฟนเรือธง และวันนี้เราจะมาแนะนำหนึ่งในสมาร์ตโฟนเรือธงที่โดดเด่นในเรื่องการถ่ายภาพอย่าง Huawei P40 จะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้างเรามาดูกันเลย

 

Specification

- หน้าจอ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด FHD+ 2340 x 1080 พิกเซล อัตราส่วน 19.5:9

- ชิปประมวลผล Hisilicon Kirin 990 CPU Octa-core (2x2.86 GHz Cortex-A76 & 2x2.09 GHz Cortex-A76 & 4x1.86 GHz Cortex-A55) ชิปกราฟฟิก Mali-G76 MP16

- RAM 8GB

- ความจุภายใน 128GB เพิ่ม NM SD Card ได้สูงสุด 256GB

- กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50MP Ultra Vision f/1.9 (Wide) + 16MP f/2.2 (Ultra Wide Angle) + 8MP f/2.4 (Telephoto) พร้อมไฟแฟลช LED และโหมดการทำงานต่างๆ

- กล้องหน้า 2 ตัวความละเอียด 32MP f/2.0 + IR ToF 3D (สำหรับการสแกนใบหน้าเท่านั้น)

- รองรับ Hybrid Dual SIM แบบ Dual Standby ที่เป็นแบบนาโนซิม

- พอร์ตเชื่อมต่อ USB-C

- แบตเตอรี่ความจุ 3800mAh ถอดไม่ได้ รองรับ HUAWEI SuperCharge 22.5W

- ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบด้วย EMUI 10.1 (Huawei Mobile Services)

- น้ำหนัก 175 กรัม

- ราคา 22,990 บาท

 

[Design] - Huawei P40 จอขนาดกำลังดี ใช้งานง่าย พกพาสะดวก

ในยุคที่หลายแบรนด์เริ่มที่จะละทิ้งการออกสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดเล็กและหน้าจอแบนเรียบ แต่ตัวของ Huawei P40 สามารถมอบสิ่งนี้ให้กับผู้ใช้งานได้ ด้วยการที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว ทำให้สามารถที่จะใช้งานได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างไม่เป็นปัญหา และด้วยความที่หน้าจอเป็นแบบเรียบไปกับพื้นผิว ทำให้หมดปัญหาถือใช้งานอยู่แล้วหลุดมือ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้งกับรุ่นที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบโค้ง

 

 

ตัวเครื่องมาพร้อมกับความบางถึง 8.5 มิลลิเมตร ขณะที่น้ำหนักอยู่ที่เพียง 175 กรัม แม้ว่าจะดูมีน้ำหนักที่มากกว่าเรือธงบางรุ่น แต่ในเรื่องของการถือใช้งานเป็นระยะเวลานานก็ไม่ได้รู้สึกเมื่อยหรือล้าแต่อย่างใด ต้องยกความดีความชอบให้กับทางทีมออกแบบที่สามารถกระจายน้ำหนักไปทั่วทั้งตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี 

 

 

ด้านหลังของตัวเครื่องมีการใช้งานกระจกที่โค้งรับเข้ากับตัวเครื่อง ขณะที่รอบ ๆ ตัวเครื่องจะใช้งานเป็นตัวของ Metal Frame ทำให้เวลาใช้งานสามารถจับได้สะดวก ด้วยที่ไม่ทิ้งร่องรอยการใช้งานเอาไว้มากนัก ขณะที่หน้าจอด้านหน้าก็ถือว่าเป็นหน้าจอที่แทบบจะไร้ขอบก็ว่าได้ อย่างไรก็ตามด้วยความที่ใช้งานกล้องหน้าในรูปแบบของ Punch Hole ทำให้บริเวณมุมซ้ายบนของตัวเครื่องจะมีกล้องแบบ Dual ติดตั้งเอาไว้อยู่

 

 

ในส่วนของปุ่มสำหรับการใช้งานตัวของ Huawei P40 มาพร้อมกับปุ่มที่อยู่ด้านขวาของตัวเครื่องทั้งหมด ขณะที่ด้านล่างจะเป็นในส่วนของลำโพง ช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดและพอร์ต USB-C โดยตัวเครื่องที่เราได้มาทดสอบในวันนี้เป็นสี Deep Sea Blue ขณะที่อีก 2 สีจะเป็นตัวของ Silver Frost และ Blush Gold

 

[Camera] - ที่สุดของเรือธงราคาคุ้มค่าด้านการถ่ายภาพยังคงต้องมอบให้กับ Huawei P40

ขึ้นชื่อว่าเป็นสมาร์ตโฟนตระกูล P ของทาง Huawei แล้วก็ต้องพูดถึงเรื่องของการถ่ายภาพกันหนักเสียหน่อย Huawei P40 มาพร้อมกับกล้องหลักที่ให้มาใช้งานที่แทบจะไม่ต่างจาก P40 Pro มาพร้อมกับฟีเจอร์อย่าง OIS ให้ได้ใช้งาน กล้องหลักที่มีความละเอียด 50MP เป็นแบบ Ultra Vision ที่มาพร้อมกับขนาดรูรับแสง f/1.9 ระยะโฟกัสที่ 23 มิลลิเมตร อย่างไรก็ตามในส่วนของระบบกันสั่นของ Huawei จะใช้งานเป็นแบบดิจิทัลโดยเรียกว่า AIS (Artificial Image Stabilization) เรียกได้ว่ามีทั้งระบบ OIS และ AIS ให้ใช้งาน

 

 

ในส่วนของเลนส์ Telephoto มาพร้อมกับความสามารถในการซูมแบบ Optical 3 เท่า หรือแปลงเป็นระยะโฟกัสอยู่ที่ 80 มิลลิเมตร เช่นเดียวกันกับการที่ให้เลนส์ Ultra Wide 16MP ที่มีขนาดรูรับแสง f/2.2 พร้อม มุมมองอยู่ที่ 17 มิลลิเมตร

 

 

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าสำหรับกล้องที่ให้มาใน Huawei P40 ถือว่ามีประสิทธิภาพในการถ่ายที่ดี สามารถเก็บรายละเอียดได้เป็นอย่างดี หากนำไปเทียบกับเรือธงตัวอื่น ๆ ที่อยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็ถือว่าทำได้ดีกว่ามาก และหากมองไปที่ราคาของ Huawei P40 ที่วางขายอยู่ในตอนนี้ด้วยราคา 22,990 บาท ถือว่ากินขาดเลย

 

 

ภาพภ่ายที่ได้มาจากการใช้งานกล้องหลักเป็นอะไรที่ไร้ที่ติ เซ็นเซอร์ที่มาพร้อมกับความละเอียด 50MP สามารถที่จะเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีในส่วนของ Dynamic Range ถือว่าเป็นส่วนที่ดีที่สุดของตัวกล้องก็ว่าได้ แม้จะมีบางช่วงที่การเพิ่มรายละเอียดของแสงเงาในบางครั้งที่อาจจะดูเพี้ยนไปบาง แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนน้อยของการทดลองถ่ายมาทั้งหมด

 

 

นอกจากกล้องหลักแบบ Ultra Vision ที่ทำออกมาได้เป็นอย่างดี ในส่วนของ Telephoto ก็ถือว่าเอาชนะรุ่นอื่น ๆ ได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามหากนำไปเทียบกับรุ่น Pro ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่ามันดีที่สุด แต่หากเทียบกับราคาแล้วถือว่าไม่เลวและเป็นอันดับต้น ๆ ของรุ่นก็ว่าได้ ใครที่เป็นคนที่ชื่นชอบในการถ่ายภาพด้วยเลนส์ Telephoto ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเช่นกัน

 

 

สุดท้ายในส่วนของ Ultra Wide ที่มักจะเป็นเลนส์ที่มักจะถูกทำออกมาได้ไม่ดีในทุก ๆ แบรนด์ที่ใส่เลนส์ตัวนี้มาให้ เช่นเดียวกันกับ Huawei P40 ที่อาจจะไม่ได้มีมุมมองที่กว้างที่สุดหากเทียบกับรุ่นอื่น แต่สิ่งที่ได้มาทดแทนคือเรื่องของรายละเอียดในภาพที่เก็บได้ครบ เพราะว่ามีระบบเบื้องหลังอย่าง Autofocus และ Macro Mode ที่ทำงานร่วมกันอยู่ ทำให้ภาพที่ได้มีรายละเอียดที่ครบถ้วน

 

 

ในส่วนของกล้องหน้าที่ให้มาพร้อมกับความละเอียด 32MP ถือว่าสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี ขณะที่อีกส่วนจะเป็นตัวของ IR ToF 3D ที่ช่วยในเรื่องของความปลอดภัยในการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้าให้ดียิ่งขึ้น (กล้องหน้าจะใช้งานเพียงแค่เลนส์ตัวเดียวเท่านั้น) การถ่ายวิดีโอสามารถถ่ายได้ด้วยความละเอียดสูงสุด 4K 60FPS

 

[Display] - แม้จะดูเหมือนขาดอะไรไป แต่จอภาพของ Huawei P40 ก็ยังคงเหมาะกับคำว่าเรือธง

มาว่ากันที่เรื่องของหน้าจอของ Huawei P40 กันบ้าง หลาย ๆ คนที่อยู่กับวงการสมาร์ตโฟนมาอาจจะบอกว่าหน้าจอที่ให้มาดูจะน่าผิดหวังไปเสียหน่อยด้วยความที่หน้าจอยังคงมี Refresh Rate ทั่ว ๆ ไปที่ 60Hz เช่นเดียวกับการที่ไม่ได้รับมาตรฐานการแสดงผลแบบ HDR อย่างไรก็ดีสิ่งที่เราได้มาอย่างจอที่เป็นแบบ OLED พร้อมความละเอียด 2340 x 1080 FHD+ ก็ถือว่าลงตัวแล้วเช่นกัน

 

 

ในส่วนของมุมมองของจอภาพก็ถือว่าทำได้อย่างดีเยี่ยม ความสว่างของหน้าจอทั้งในที่ร่มและกลางแจ้งสามารถใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่ต้องมาคอยเอามือบังเพื่อใช้งาน และแม้ว่าจะไม่ได้มีหน้าจอที่รองรับในระดับ 90Hz หรือ 120Hz แต่ Huawei P40 ก็ยังคงเป็นสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมกับหน้าจอในการแสดงผลที่ไม่ได้น่าเกลียดอะไรเลย

 

[Battery] - ดูเหมือนน้อยแต่ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานไม่แพ้ใคร

สำหรับแบตเตอรี่ของ Huawei P40 ให้มาทั้งหมด 3800mAh ซึ่งก็เป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนเป็นกังวลกันว่าจะใช้งานได้มากน้อยเพียงใด เพราะส่วนมากแล้วเราจะเห็นเรือธงให้แบตเตอรี่มาเกิน 4000mAh เป็นอย่างต่ำ จากการใช้งานต้องบอกว่าสามารถอยู่ได้อย่างต่ำ ๆ 2 วันหากไม่ได้ใช้งานอะไรมากนัก เปิดเล่นแอปพลิเคชันยอดฮิตต่าง ๆ เล่นเกมนิดหน่อย แต่ถ้าเกิดว่าใช้หนัก ๆ อย่างการดูหนังยาว ๆ เล่นเกมแบบต่อเนื่อง เท่าที่ทดสอบดูใช้งานตั้งแต่ช่วงตี 5 ของวันไปจนถึงช่วง 4 ทุ่มก็ถือว่ายังมีแบตเตอรี่เหลือให้ไปต่อได้

 

 

ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ของ Huawei P40 อาจจะไม่ได้เร็วแรงเหมือนกับ P40 Pro เพราะรองรับการใช้งาน Fast Charge ที่ 22.5W การชาร์จจาก 0 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์จะอยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมงนิด ๆ ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้น่าเกลียดอะไรเลย

 

[Performance] - จะเปิดเกมค้างไว้แล้วสลับไปเล่นอย่างอื่นกลับมา ก็เล่นได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด

Huawei P40 มาพร้อมกับการใช้งานชิปเซ็ตเป็นตัวของ Kirin 990 ที่รองรับการใช้งาน 5G ในตัว พร้อมกับแรม 8GB แม้ว่าจะไม่ได้เป็นชิปเซ็ตที่แรงที่สุดในตลาด ณ ตอนนี้แต่ก็ถือว่าเป็นเบอร์ต้น ๆ ของตลาดเช่นกัน การใช้งานในส่วนต่าง ๆ สามารถทำได้เป็นอย่างดี

 

 

ในด้านของการเล่นเกมจากที่มีการทดสอบทั้งหมดในเกมชื่อดังต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น PUBG Mobile, RoV หรือแม้กระทั่ง Fortnite ก็สามารถที่จะเล่นได้อย่างไม่มีปัญหา โดยหากไม่นับ Fortnite ที่สมาร์ตโฟนหลาย ๆ รุ่นก็ยังไม่รองรับการเล่นที่ 60FPS ในเกมอื่น ๆ สามารถที่จะปรับสุดได้หมดทุกเกม และเล่นได้อย่างไม่มีปัญหาสะดุดให้ได้เห็นกัน หรือจะเป็นเกมแนว Open World อย่าง Dragon Raja ที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้ทรัพยากรเครื่อง Huawei P40 ก็เอาอยู่ทั้งสิ้น

 

 

จากการใช้งานจริงอย่างการเปิดเกมค้างไว้แล้วสลับไปใช้งานแอปพลิเคชันอื่นเช่น Facebook หรือไปแอปแต่งภาพต่าง ๆ แล้วย้อนกลับมาเปิดเกมอีกครั้ง ก็สามารถที่จะเล่นต่อได้ทันที ไม่มีการต้องมารอโหลดใหม่ ประสบการณ์ในการใช้งานถือว่าทำออกมาได้เป็นอย่างดี คู่ควรกับคำว่าเรือธงอย่างยิ่ง

 

วิดีโอลองเล่นหลากหลายเกมฮิต

 

 

เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เราไม่สามารถหาซิมสำหรับการทดสอบ 5G มาใช้งานได้ แต่ต้องบอกก่อนว่าตัวเครื่องรองรับการใช้งาน 5G ในไทยเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องรออัปเดตใด ๆ การใช้งาน Wi-Fi และ NFC ทำงานได้เป็นอย่างดีไม่มีปัญหา การตอบสนองของระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอถือว่าเร็วทันใจ เช่นเดียวกับการปลดล็อคด้วยใบหน้าก็ทำได้อย่างไม่มีติดขัด เทียบกับราคาแล้วถือว่าให้ในสิ่งที่เรือธงควรจะมีมาให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลย

 

[Software] - การขาดหายไปของ Google ยังคงเป็นเรื่องที่ชวนให้คิดอยู่เสมอ

ในเรื่องของระบบของตัวเครื่องแม้ว่าจะยังคงไม่มีบริการของ Google ให้ใช้งานแต่เมื่อนำไปเทียบกับตอนช่วงที่ Huawei Mate 30 Series ออกมาในช่วงแรก ๆ แล้วต้องบอกว่าตอนนี้ร้านค้าของ Huawei อย่าง AppGallery มีแอปพลิเคชันต่าง ๆ ให้ใช้งานค่อนข้างที่จะครบถ้วนเป็นอย่างดี ล่าสุด LINE ก็สามารถดาวน์โหลดได้ผ่าน AppGallery เรียบร้อยแล้ว

 

 

อย่างไรก็ตามหากจะให้ว่ากันตามหลักความเป็นจริงแล้วการที่ Huawei P40 ขาดการรองรับการใช้งานบริการจาก Google ทำให้แอปพลิเคชันบางตัวไม่สามารถที่จะใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างที่ควรจะเป็น อย่างเช่น Grab ที่ไม่สามารถใช้งานได้ แม้จะเข้ามาที่หน้าหลักได้แต่การระบุตำแหน่งไม่สามารถทำได้ หรือจะเป็นพวกเกมบางเกมที่หากจำเป็นต้องพึ่งบริการ Google ก็จะไม่สามารถเล่นได้ (เกมที่เจอปัญหาที่ทดสอบจะเป็นตัวของ Cardfight Vanguard Zero ซึ่งไม่ได้เป็นเกมยอดฮิตสักเท่าไหร่) ซึ่งล้วนเป็นผลกระทบที่มาจากการที่ขาดบริการของ Google ไปนั่นเอง

 

 

สำหรับแอปพลิเคชันของ Google ที่ไม่สามารถใช้งานได้อย่างแน่นอนจะเป็นตัวของ Docs, Drive, Gmail, YouTube ซึ่งแน่นอนว่าหากใครที่มีความจำเป็นต้องใช้งานแอปพลิเคชันหลัก ๆ ของทาง Google ในการใช้งาน Huawei P40 อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้ดีนัก แม้ว่าจะใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ได้ก็ตามแต่ความง่ายในการใช้งานคงจะสู้แอปพลิเคชันที่ทำมาโดยเฉพาะไม่ได้

 

 

ทีนี้เรามาดูแอปพลิเคชันของทาง Google ที่สามารถใช้งานได้กันบ้างจะเป็นตัวของ Google Maps, Google Translate และ Google Chrome เหล่านี้สามารถที่จะใช้งานได้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ไม่สามารถทำได้คือการลงชื่อเข้าใช้งานด้วยบัญชีของทาง Google นั่นเอง แต่แอปพลิเคชันที่กล่าวมาก็ไม่ได้มีความจำเป็นถึงขนาดที่จะต้องลงชื่อเข้าใช้งานตลอดเช่นเดียวกัน

 

หากตัดปัญหาเรื่องของการที่ไม่มีบริการของ Google ให้ใช้งานและต้องถูกแทนที่ด้วยบริการของทาง Huawei แทน ก็ต้องบอกว่าตัวของ Huawei P40 ถือว่าเป็นสมาร์ตโฟนเรือธงที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ประสบการณ์ในการใช้งานที่ดูเหมือนว่าทาง Huawei ตั้งใจเป็นพิเศษในส่วนของระบบที่ให้มาบนตัวเครื่อง และเราก็ไม่สามารถบอกได้เช่นกันว่าหากมีบริการของ Google ให้ใช้งานควบคู่กันไปเหมือนที่เคยเป็นในอดีต ความไหลลื่นของระบบจะสามารถทำได้ดีเท่าตอนนี้หรือไม่ เพราะต้องบอกว่าครั้งแรกที่ได้ลองใช้งานและเปิดทุกสิ่งอย่างสลับไปมาไม่เจออาการเพี้ยนในการแสดงผลและใช้งานให้เห็นกันเลย

 

[Conclusion] - Huawei P40 เรือธงที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในทุก ๆ ด้าน

 

 

สำหรับ Huawei P40 ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ตโฟนเรือธงที่คุ้มค่าในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการออกแบบที่ทำออกมาได้สวยงาม เรื่องของกล้องที่ขึ้นชื่อลือชามาถึงทุกวันนี้ สเปคภายในที่ให้มาที่ต้องบอกว่าสามารถรีดประสิทธิภาพออกมาได้ครบถ้วน ในขณะที่ระบบของตัวเครื่องมีการปรับแต่งให้ใช้งานโดยที่ไม่มีอาการสะดุดใด ๆ ให้เห็น เรียกได้ว่าด้วยราคา 22,990 บาท ถือว่าเป็นเรือธงที่คุ้มค่าอย่างมาก

 

ข้อดี

- คุณภาพของกล้องที่พัฒนาออกมาได้เป็นอย่างดี

- หน้าจอขนาด 6.1 นิ้วที่อาจจะดูเล็กแต่ใช้งานจริงแล้วสะดวกกว่าที่คาด

- จอ OLED ที่ให้คุณภาพของการแสดงผลดูเป็นธรรมชาติและตรงกับสิ่งที่ควรจะเป็น

- ความอึดของแบตเตอรี่ที่ตัดสินจากขนาดของแบตเตอรี่ไม่ได้

- ลำโพงที่ดังและให้รายละเอียดของเสียงได้เป็นอย่างดี

- รองรับการใช้งาน 5G ตั้งแต่ออกจากกล่อง

- ระบบที่ปรับแต่งมาให้ใช้งานได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด

 

ข้อสังเกต

- การขาดหายไปของบริการจาก Google ทำให้มีข้อจำกัดในการใช้งานบางอย่าง

- AppGallery ยังคงขาดแอปพลิเคชันบางอย่างที่จำเป็น

- น่าเสียดายที่จอแสดงผลยังรองรับแค่ 60 Hz

 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง Huawei แห่งประเทศไทยที่ได้ทำการส่ง Huawei P40 มาให้เราได้ใช้ในการทดสอบครั้งนี้ หากใครอยากจะได้สมาร์ตโฟนเรือธงที่น่าสนใจรุ่นนี้สามารถหาซื้อได้แล้วตามร้านค้าชั้นนำไอทีทั่วประเทศ หรือสามารถหาซื้อได้ตามช่องทางออนไลน์ได้เช่นเดียวกัน

 

สั่งซื้อและรายละเอียดเพิ่มเติม : คลิก

 

อย่าลืม! กด Subscribe และกดกระดิ่ง ที่

Youtube Channel

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

คนเล่นเกมมือถือ

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง