กำลังเข้าสู่ TIG ภายใน วินาที กรุณารอซักครู่
 Tech Review
Thai
Posted by : TF_Artherlus 
23-11-2020 12:49 view : 2812
[รีวิว] HyperX Alloy Origins คีย์บอร์ดเกมมิ่ง Blue Switch พร้อมไฟ RGB สุดหลากหลาย จัดเต็มฟีเจอร์สำหรับการเล่นเกมและเสียงอันเป็นเอกลักษณ์

 

ยุคนี้หากใครที่อยากจะเข้าถึงประสบการณ์ในการเล่นเกมแบบถึงขีดสุดถือว่าไม่ยากอีกต่อไป เพราะมีตัวเลือกของอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ให้เลือกสรรมากมาย และในครั้งนี้เราจะมาแนะนำหนึ่งในคีย์บอร์ดสำหรับการเล่นเกมที่ใช้งานได้สนุกมืออีกรุ่นอย่าง HyperX Alloy Origins ที่มาครบทุกฟีเจอร์ที่เกมเมอร์จะต้องหลงใหล ว่าแต่จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างเราไปดูกันเลย

 

 

สำหรับ HyperX Alloy Origins รุ่นนี้จะมาพร้อมกับการใช้งานสวิตช์อีกหนึ่งแบบหลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง HyperX ได้มีการนำเสนอคีย์บอร์ดรุ่นเดียวกันแต่เป็นสวิตช์อีกแบบ โดยในครั้งนี้พวกเขาได้ทำการเลือกใช้งานสวิตช์ที่เป็นแบบ Clicky สีน้ำเงิน โดยจะเป็นสวิทช์ที่ทาง HyperX ออกแบบขึ้นมาเอง รองรับการใช้แรงกด 50 กรัมและมีความลึกในการกดที่ 1.8 มิลลิเมตรพร้อมการันตีการกดได้ถึง 80 ล้านครั้ง

 

 

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไฟ RGB ทั่วทั้งพื้นที่ของการใช้งาน รองรับการใช้งานฟีเจอร์อย่าง Game Mode ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Anti-Ghosting หรือ N-Key Rollover ที่ทำให้เราสามารถกดปุ่มพร้อม ๆ กันได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ถือว่าน่าจะตอบโจทย์เกมเมอร์ที่กำลังมองหาคีย์บอร์ดที่ให้มาครบครันเลยทีเดียว

 

 

สำหรับการออกแบบของ HyperX Alloy Origins จะมาพร้อมกับการให้ความรู้สึกที่แน่นหนาและทนทานต่อการใช้งาน ด้วยความที่วัสดุที่ใช้งานเป็นอะลูมิเนียมที่ทาง HyperX เผยว่าใช้เกรดเดียวกันกับเครื่องบินเลยทีเดียว

 

 

แน่นอนว่าด้วยความที่เป็นเกมมิ่งคีย์บอร์ดฉะนั้นรูปแบบของคีย์บอร์ดจะเป็นแบบ Full Size ทำให้สามารถใช้งานได้เต็มรูปแบบ พร้อมปุ่มพิเศษที่จะเพิ่มเข้ามาให้การใช้งานสะดวกสบายยิ่งขึ้นไปอีกขั้น

 

มองภาพรวมครั้งแรกที่ได้พบหากยังไม่ได้ทำการเชื่อมต่อกับ USB อาจจะต้องบอกว่าไม่ได้ให้ความรู้สึกของความเป็นเกมมิ่งคีย์บอร์ดมากนัก เพราะว่าไม่ได้มีส่วนหรือองค์ประกอบเพิ่มเติมที่แยกออกมาจากตัวคีย์บอร์ดให้เราสังเกตเห็นได้

 

 

อย่างไรก็ตามหลังจากที่เชื่อมต่อแหล่งพลังงานเรียบร้อยแล้วงานนี้แหละที่ได้เวลาปาร์ตี้เพราะไฟ RGB แบบ Rainbow ที่ดึงดูดสายตาเป็นอย่างมาก และความคมชัดและระดับความสว่างของแสงไฟที่น่าประทับใจอย่างมาก

 

 

แน่นอนว่าเราสามารถที่จะถอดปุ่มออกมาได้ง่าย ๆ เพียงแค่ออกแรงดึงปุ่มขึ้นมาก็จะพบกับสวิตช์สีน้ำเงินแบบ Clicky ที่เวลากดแล้วใครที่ชื่นชอบเวลากดแล้วต้องมีเสียงถือว่าตอบโจทย์ได้ดี

 

 

ส่วนเสริมที่เพิ่มเข้ามาภายในคีย์บอร์ดก็คือส่วนหน้าจอที่บริเวณด้านมุมบนขวามือที่จะแสดงให้เห็นสถานะ 3 อย่างคือตัว G ที่จะหมายถึง Game Mode ส่วนของตัวเลขที่เป็นการบอกถึงโปรไฟล์การใช้งานของคีย์บอร์ด และสุดท้ายคือตัว A ที่เป็นการบอกสถานะว่าเปิดใช้งาน CapLock อยู่นั่นเอง

 

 

อีกส่วนจะเป็นส่วนที่อยู่บริเวณปุ่ม F1 - F12 ที่จะมีฟังก์ชันเสริมพิเศษที่ทำให้เราสามารถปรับแต่งได้อย่างเช่นตรงปุ่ม F1 - F3 ที่จะเป็นการเลือกการแสดงผลของโปรไฟล์ที่ตั้งเอาไว้ หรือจะเป็นปุ่ม F12 ที่เป็นการเปิดใช้งาน Game Mode

 

 

ไฟ RGB ที่ลอดออกมาใต้ปุ่มแต่ละปุ่มถือว่ามีการคุมโทนออกมาได้ดีอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเปิดในยามเช้าหรือยามค่ำคืนก็งดงามไม่แพ้กัน

 

 

ด้านล่างของคีย์บอร์ดจะเป็นวัสดุแบบชิ้นเดียวที่ใช้งานเป็นอะลูมิเนียมเช่นเดียวกัน โดยที่จะมียางสำหรับการยึดติดกับพื้นผิวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

 

 

HyperX Alloy Origins จะมาพร้อมกับฐานที่สามารถปรับระดับได้ 3 ระดับด้วยกันโดยจะมีองศาในการปรับอยู่ที่ 3, 7 และ 11 องศา สามารถเลือกได้ตามความชอบ

 

 

สำหรับ HyperX Alloy Origins จะเป็นคีย์บอร์ดที่มาพร้อมกับการพกพาไปไหนได้สะดวกเพราะสามารถถอดสายออกมาได้ โดยที่ด้านบนจะเป็นพอร์ต USB-C สำหรับการเชื่อมต่อเพื่อใช้งาน

 

 

ด้วยความที่เป็นคีย์บอร์ดสำหรับการเล่นเกมการปรับแต่งถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญไม่น้อย แน่นอนว่า HyperX Alloy Origins มาพร้อมกับซอฟต์แวร์สำหรับการใช้งานให้ด้วยคือ HyperX NGENUITY ที่เราสามารถปรับแต่งได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นโปรไฟล์การแสดงผลที่จะเรียกใช้ผ่านคีย์บอร์ด การแสดงผลสีในแต่ละพื้นที่ การตั้งค่า Macro ถือว่าน่าจะถูกใจใครที่ชื่นชอบการปรับแต่งไม่น้อย

 

 

ประสบการณ์ในการใช้งานคีย์บอร์ด HyperX Alloy Origins แบบ Blue Switch ต้องบอกว่ากดสนุกใช้ได้ ด้วยความที่เป็นสวิตช์แบบ Clicky ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเวลาที่เราพิมพ์จะได้รับเสียงที่สนุกและเร้าใจ ยิ่งพิมพ์ยิ่งสนุกแบบหยุดไม่อยู่ การนำไปเล่นเกมต่าง ๆ ถือว่าตอบโจทย์ได้ทุกแนว เพราะการตอบสนองของตัวคีย์บอร์ดตอบสนองทันทีเวลาที่เรากด ฉะนั้นวางใจได้เลยว่าการเวลาเล่นแล้วจะกดไม่ติด นอกจากนี้ฟีเจอร์ Game Mode ยังทำให้เราไม่ต้องห่วงเรื่องการกดปุ่ม Windows หรือโดนหลอกให้กด Alt+F4 ได้อีกด้วย

 

 

บทสรุปของ HyperX Alloy Origins ที่เป็นแบบ Blue Switch คงต้องบอกว่าเป็นคีย์บอร์ดสำหรับเกมเมอร์ที่กำลังมองหาคีย์บอร์ดสำหรับการเล่นเกม ที่ต้องการความเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องของเสียงพร้อมฟีเจอร์สำหรับการเล่นเกมอย่าง Game Mode ที่ทำให้ลบข้อผิดพลาดที่จะเกิดจากการกดได้ไปในทันที พร้อมแสงไฟ RGB ที่สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้หลากหลาย ด้วยราคาเพียง 3,290 บาท นับว่าเป็นราคาที่น่าสนใจเลยทีเดียว

 

จุดเด่น

- วัสดุอะลูมิเนียมหนาแน่นทนทาน

- มาพร้อมไฟ RGB ที่มีรูปแบบแสดงผลอันหลากหลาย

- สวิทช์แบบ Clicky ที่ทำให้การพิมพ์และใช้งานสนุกและได้เสียงอันเป็นเอกลักษณ์

- มาพร้อมกับฟีเจอร์การใช้งานที่ครบครัน

- เสียบและพร้อมใช้งานได้ทันที

- ปรับแต่งการแสดงผลขั้นสูงได้ผ่านซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY

 

จุดสังเกต

- ไม่มีที่พักข้อมือทำให้การใช้งานนาน ๆ อาจจะล้าได้

 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง HyperX แห่งประเทศไทยที่ได้ทำการส่ง HyperX Alloy Origins คีย์บอร์ดเกมมิ่งที่มาพร้อมการพิมพ์สุดสนุกพร้อมฟีเจอร์ที่ครบครันมาให้เราได้ทดสอบ ใครที่สนใจสามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ตามร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วไปและทางช่องทางออนไลน์

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อสินค้าได้ที่ : คลิก

 

 

อย่าลืม! กด Subscribe และกดกระดิ่ง ที่

Youtube Channel

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

คนเล่นเกมมือถือ

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
[รีวิว] HyperX Cloud Stinger Core Wireless หูฟังไร้สายสีขาวเด่นสะดุดตาเข้ากับ PS5
คุณภาพเสียงเยี่ยมไม่แพ้หูฟังแบบมีสาย รองรับการใช้งานยาว 17 ชั่วโมง
[รีวิว] HyperX QuadCast ไมโครโฟนที่ครบเครื่องที่สุดในตอนนี้
จะเล่นเกมหรือไลฟ์สตรีมก็ใช้งานได้หมด ในราคาที่เข้าถึงได้
[รีวิว] HyperX Cloud Flight S และ ChargePlay Base
การจับคู่ของหูฟังไร้สายสำหรับเกมเมอร์และแท่นชาร์จไร้สายสุดคูล ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนาน ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่
[รีวิว] HyperX ChargePlay Duo แท่นชาร์จจอย PS4 ที่คอเกมคอนโซลไม่ควรพลาด
อุปกรณ์เสริมที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานอย่างต่อเนื่อง