Tech Review
Thai
Posted by : TF_Artherlus 
30-11-2018 17:10 view : 1518
[รีวิว] เกมมิ่งคีย์บอร์ด HyperX Alloy Core RGB ทนทาน สวยหรู ราคาจับต้องได้ อีกหนึ่งความประทับใจโดยไม่ต้องพึ่งแมคคานิคอล

 

ในยุคปัจจุบันที่ใครๆต่างก็ต้องมีคีย์บอร์ดคู่ใจ หลายๆคนอาจจะเปลี่ยนไปใช้งานเกมมิ่งคีย์บอร์ดที่เป็นแบบแมคคานิคอล เพราะเสียงที่เร้าใจและการกดที่มันส์ แต่ก็มีใครอีกหลายๆคนที่ไม่ได้ชื่นชอบแมคคานิคอลคีย์บอร์ด วันนี้ผมจึงอยากจะมาแนะนำให้ได้รู้จักกับ HyperX Alloy Core RGB ซึ่งเป็นคีย์บอร์ดแบบเมมเบรนเรียกง่ายๆก็คือคีย์บอร์ดที่เรารู้จักกันนั้นเอง ว่าแล้วก็มาดูกันเลย

 

จุดเด่น

- แถบไฟพิเศษพร้อมเอฟเฟกต์ RGB แบบไดนามิค

- โครงวัสดุเนื้อทึบทนทาน

- ทำงานเงียบ ตอบสนองฉับไว พร้อมฟังก์ชั่น anti-ghosting

- ป้องกันการรั่วไหล

- ชุดควบคุมมีเดียเฉพาะ

- ปุ่มใช้งานด่วนสำหรับปรับความสว่าง ควบคุมโหมดไฟส่องสว่างและโหมดเล่นเกม

- โหมดล็อคแป้นพิมพ์

- ราคา 1,990 บาท

 

 

ข้อมูลเฉพาะ

 

 

 

สำหรับกล่องที่บรรจุเจ้า HyperX Alloy Core RGB ค่อนข้างที่จะแน่นหนาและไม่สามารถที่จะขยับอะไรภายในได้เลย ในขณะที่รอบๆตัวกล่องจะเป็นการแนะนำเกี่ยวกับรายละเอียดและข้อมูลต่างๆแบบคร่าวๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รู้จักเบื้องต้น เมื่อทำการเปิดกล่องออกมาก็จะพบพระเอกของเรื่องเรานั้นเอง

 

 

สำหรับอุปกรณ์ที่ถูกบรรจุอยู่ภายในกล่องจะประกอบไปด้วย ตัว HyperX Alloy Core RGB และคู่มือต่างๆ 

 

 

สำหรับวัสดุที่เลือกใช้งานของ HyperX Alloy Core RGB จะเลือกใช้งานพลาสติก ซึ่งการประกอบและจุดเชื่อมต่างๆทำออกมาได้ค่อนข้างและไม่รู้สึกเปราะบาง สำหรับขนาดของตัวคีย์บอร์ดก็ถือว่าไม่ได้ใหญ่จนพกพาไปไหนลำบาก ด้านล่างของคีย์บอร์ดจะมีที่รองมือเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เมื่อยจากการใช้งานเป็นเวลานาน ในส่วนของสาย USB ก็เป็นงานถักทำให้เพิ่มความทนทานในระยะยาว

 

 

เรามาดูปุ่มและการใช้งานที่น่าสนใจของ HyperX Alloy Core RGB ว่ามีอะไรกันบ้างมาเริ่มกันที่ด้านซ้ายบนของคีย์บอร์ดกันเลย เราจะสังเกตเห็นปุ่ม 3 ปุ่มเริ่มจากซ้ายมือจะเป็น ปุ่มสำหรับเพิ่มลดแสงไฟ ถัดมาเป็นปุ่มสำหรับเลือกรูปแบบการแสดงผลของไฟบนคีย์บอร์ด และสุดท้ายเป็นปุ่มรูปตัว G ที่ย่อมาจาก Game Mode ที่เมื่อกดไปจะทำการปิดไม่ให้ปุ่ม Windows ทำงานนั้นเอง

 

 

 

ในส่วนของด้านขวาบนของคีย์บอร์ดจะเป็นในส่วนของไฟแสดงสถานะต่างๆที่เราคุ้นเคยกันดีโดยจากด้านซ้ายมือจะเป็นไฟที่แสดงเมื่อเรากดเพื่อเปิดใช้งาน Game Mode ถัดมาเป็นไฟแสดงสถานะปุ่ม Num Lock สุดท้ายเป็นไฟแสดงสถานะปุ่ม Caps Lock ซึ่งการออกแบบสัญลักษณ์ของทั้ง 3 ก็ถือว่าเข้าใจได้ชัดเจน

 

 

สำหรับใครที่ชื่นชอบจะใช้งานปุ่ม Multimedia ต่างๆก็ถือว่ามีมาให้ใช้งานอยู่เหมือนกัน โดยจะเป็นปุ่มเพิ่มลดและปิดเปิดใช้งานเสียง ส่วนด้านล่างจะเป็นในเรื่องของการหยุด ถอย เล่น/หยุดชั่วคราว และข้าม ซึ่งหากพิจารณากันดีๆก็อาจจะไม่ได้มากแต่ก็ถือว่าปุ่มที่ให้มาสามารถใช้งานได้ในการใช้งานจริงได้เป็นอย่างดี

 

 

อย่าพึ่งงงไปกับรูปด้านบนที่เป็นไฟสีขาวเพราะนี้เป็นหนึ่งในจุดเด่นของคีย์บอร์ดตัวนี้เช่นกันนั้นก็คือ Lock Mode โดยการจะเปิดใช้งานโหมดนี้เราต้องกดปุ่ม FN + F12 เพื่อทำการใช้งาน ซึ่งการเปิดใช้งานโหมดนี้จะทำให้คีย์บอร์ดของเราไม่ทำงานและจะแสดงไฟเป็นสีขาวกระพริบ ข้อดีคือเวลาที่เราต้องการจะ Sleep เครื่องแล้วเผลอไปกดคีย์บอร์ดจะทำให้หน้าจอเราไม่ติดขึ้นมาเอง

 

 

สำหรับการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆของคีย์บอร์ดตัวนี้เริ่มแรกอาจจะต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย เพื่อที่จะลองใช้งานปุ่มต่างๆให้ชิน แต่หลังจากที่คล่องแล้วก็ไม่มีปัญหา โดยด้านบนนี้จะเป็นการแสดงฟังก์ชั่นและวิธีในการกดปุ่มต่างๆนั้นเอง ส่วนถัดมาคือการปรับแต่งรูปแบบการแสดงผลของแสงไฟบนคีย์บอร์ด

 

 

สำหรับการปรับระดับของคีย์บอร์ดตัวนี้จะสามารถปรับได้สองระดับคือแนวราบกับเอนขึ้นมา โดยด้านหลังของคีย์บอร์ดจะมียางเพื่อช่วยไม่ให้คีย์บอร์ดของเราเคลื่อนเวลาที่ใช้งาน ทำให้การเล่นหรือใช้งานเป็นไปด้วยความแม่นยำที่สุด

 

 

ในเรื่องของระดับไฟที่สามารถปรับได้จะเป็น 3 ระดับด้วยกันคือ ปิด 50 เปอร์เซ็นต์ และ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยด้านบนของคีย์บอร์ดและด้านล่างจะมีโลโก้ของ HyperX อยู่ซึ่งถือว่าสวยงามเลยทีเดียว โดยทาง HyperX ได้แบ่งโซนการทำงานของ HyperX Alloy Core RGB ไว้ทั้งหมด 5 โซน ทำให้เวลาเปิดการใช้งานแสงไฟในรูปแบบของ RGB หรือ Wave เพื่อไล่ระดับจะค่อนข้างสวยเลยทีเดียว

 

 

ในส่วนสุดท้ายนี้หลังจากที่ได้ใช้งาน HyperX Alloy Core RGB ก็ต้องเพิ่มเข้าไปใน List ของคีย์บอร์ดทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากใช้งาน Mechanical Keyboard เลยก็ว่าได้เพราะมันมีทุกอย่างที่เหล่านักเล่นเกมต้องการไม่ว่าจะเป็นอัตราการตอบสนองเมื่อกดลงด้วย Polling Rate 1000 Hz หรือจะเป็นแสงไฟ RGB ที่ไม่ต้องพึ่ง Software ใดๆเลยเพียงแค่เสียบและใช้งาน เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการอะไรที่มันยุ่งยาก เน้นใช้งานง่ายๆแต่ได้ผลลัพท์ที่เกินคาด อีกทั้งยังมี anti-ghosting ที่ทำให้เรากดปุ่มเท่าไหร่ก็ได้ตามใจอยาก แถมยังมีการป้องกันน้ำเข้าคีย์บอร์ดได้อีกด้วย (ไม่เกิน 120 มล.) ในราคาเพียง 1,990 บาท นับว่าคุ้มค่ามากๆครับ

 

ข้อดี

- งานประกอบทำได้แน่นหนา

- ปุ่มฟังก์ชั่นที่มีให้ใช้งานมากมาย

- ไฟ RGB ที่แสดงผลได้เต็มพื้นที่

- เสียงปุ่มกดที่ไม่ดังและค่อนข้างเงียบ

- Anti-Ghosting กดเท่าที่ใจอยาก

- หมดกังวลด้วยการป้องกันของเหลวเข้าคีย์บอร์ด

- เสียบและใช้งานได้ทุกฟังก์ชั่นได้เลย

- ราคาที่เข้าถึงได้เพียง 1,990 บาท

 

ข้อสังเกต

- อาจจะไม่ถูกใจสำหรับคนที่ชื่นชอบเสียงกดอันเร้าใจ

- ไม่มีภาษาไทยกำกับบนตัวคีย์บอร์ด (แต่เป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับคีย์บอร์ดในการเล่นเกม)

 

ท้ายที่สุดนี้ต้องขอขอบคุณทาง HyperX ที่ได้ทำการส่ง HyperX Alloy Core RGB มาให้เราได้ทำการทดสอบและรีวิวกันในครั้งนี้ ใครที่อยากจะหาซื้ออุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ไม่เฉพาะ HyperX Alloy Core RGB ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ไอทีและเกมมิ่งทั่วๆไปได้เลยครับ

 

 

มาเป็นเพื่อนกันนะ! @Thisisgame

เพิ่มเพื่อน

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

คนเล่นเกมมือถือ

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ติดโรคเลื่อน! Nokia 9 PureView จะไม่มาในปีนี้
'สาเหตุน่าจะมาจากกระบวนการผลิต'
[รีวิว] Nokia 6.1 Plus ตอบโจทย์ได้ในทุกการใช้งานในราคาไม่ถึง 10,000 บาท
'Android One ใช้กับอะไรก็เข้ากัน, ทำงานก็ได้ เล่นเกมก็โอเค'
[รีวิว] Honor Play คำตอบสุดท้ายของการเล่นเกมในราคาไม่เกิน 10,000 บาท
'Play สมชื่อ ครบเครื่องเรื่องเล่นเกม, PUBG Mobile, Identity V, RoV ไหลลื่น'