Tech Review
Thai
Posted by : TF_Artherlus 
08-10-2018 12:42 view : 6620
[รีวิว] Honor Play คำตอบสุดท้ายของการเล่นเกมในราคาไม่เกิน 10,000 บาท 'Play สมชื่อ ครบเครื่องเรื่องเล่นเกม, PUBG Mobile, Identity V, RoV ไหลลื่น'

 

ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนในราคาไม่เกินหมื่นบาทอยู่เพื่อเอาไปเล่นเกมต้องบอกว่ารีวิวในครั้งนี้จะทำให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้นเยอะเลยกับสิ่งที่ผมจะมานำเสนอในวันนี้กับสมาร์โฟนจากค่าย Honor อย่าง Honor Play ที่เป็นมือถือสำหรับเล่นเกมอย่างแท้จริงด้วยการที่มี GPU Turbo ที่ทำให้การเล่นเกมของคุณดียิ่งขึ้นในราคาเพียงแค่ 9,990 บาท เท่านั้นจะเป็นยังไงเรามาดูกันเลย

 

 

Design

 

 

สำหรับ Honor Play ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่เอาเรื่องด้วยขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดของจออยู่ที่ 1080 x 2340 พิกเซล FullView Display มีอัตราส่วนในการแสดงผลของจออยู่ที่ 83% หน้าจอใช้งานพาเนล IPS เพื่อความสดและชัดในทุกๆมุมมอง กระจกหน้าจอเป็นแบบ 2.5D ให้มิติในการรับภาพมากยิ่งขึ้น

 

 

วัสดุที่ใช้งานในทั่วทั้งตัวเครื่องจะเป็นอลูมิเนียมอัลลอยทำให้สามารถถ่ายเทความร้อนได้ดีขึ้นจากพลาสติก สำหรับฝาหลังของตัวเครื่องหากมือมีคราบหรือแตะอะไรมาแล้วมาจับจะเกิดรอยนิ้วมือขึ้นให้เห็นได้ ตรงจุดนี้ก็ต้องระวังกันด้วยหากจะใช้งานแบบไม่ใส่เคส แต่ถ้าใส่เคสก็หมดปัญหาตรงจุดนี้ไปได้เลย

 

 

เรามาดูที่พอร์ตการเชื่อมต่อและปุ่มต่างๆรอบตัวเครื่องกันบ้างว่ามีอะไรกันบ้าง

 

ด้านซ้าย: ช่องสำหรับใส่ซิมแบบนาโนซิมรองรับการใช้งานแบบ Dual หรือจะเปลี่ยนไปใส่ Micro SD Card ก็ได้

ด้านขวา: ปุ่ม Power, ปุ่มเพิ่ม/ลด เสียง

ด้านบน: รูสำหรับตัดเสียงรบกวนขณะสนทนา

ด้านล่าง: รูสำหรับหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร, ช่องเสียบ USB Type - C, ลำโพง

 

 

สำหรับด้านหน้าของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ถัดมาคือลำโพงสำหรับใช้งานในการสนทนาเท่านั้น สุดท้ายเป็นรูสำหรับเซนเซอร์การทำงาน และการปลดล็อคเพื่อสแกนด้วยใบหน้า สำหรับใครที่ไม่ชอบรอยแหว่งบนจอก็สามารถเข้าไปปิดได้เช่นเดียวกันเพียงเท่านี้ก็จะได้จอแสดงผลที่ดูสมส่วนแล้ว

 

 

กล้องด้านหลังจะมาพร้อมความละเอียด 16 ล้านพิกเซล + 2 ล้านพิกเซล เป็นกล้องแบบคู่ที่จะทำให้ได้มิติความลึกของภาพขึ้นมายิ่งขึ้น มาพร้อมไฟ LED รองรับระบบการทำงานแบบ AI 

 

Specification

- หน้าจอ IPS ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล FullView Display อัตราส่วนการแสดงผลภาพ 83%

- ชิปประมวลผล Hisilicon Kirin 970 CPU Octa-core (4x2.4 GHz Cortex-A73 & 4x1.8 GHz Cortex-A53) ชิปประมวลผลกราฟฟิคเป็น Mali-G72 MP12

- RAM 4 GB

- ความจุ 64 GB

- รองรับ microSD สูงสุด 256 GB

- กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสุด f/2.2 + 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสุด f/2.4 รองรับการทำงานด้วย AI โหมด

- กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสุด f/2.0

- รองรับ Dual SIM โดยเป็นซิมแบบนาโนซิม

- พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type - C

- แบตเตอรี่ความจุ 3750 mAh

- ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบด้วย EMUI 8.2

- มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

- น้ำหนัก 176 กรัม

- ราคา 9,990 บาท

 

 

Software / Performance

 

สำหรับ Honor Play จะมาพร้อมกับ Android 8.1 Oreo ที่มีการครอบด้วย EMUI 8.2 ทำให้หน้าตาในการใช้งาน UI จะแตกต่างออกไปและมีลักษณะเฉพาะตัวขึ้นมามากยิ่งขึ้นจะมีแอพที่ทำการติดตั้งมาแล้วเช่นพวก HiCare ที่เป็นการเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวต่างๆของเราเพื่อนำไปประมวลในเรื่องของสุขภาพ ซึ่งโดยรวมแล้วก็ใช้งานได้ง่ายไม่มีปัญหาอะไรครับ

 

 

Honor Play รองรับจำนวนการทัชบนหน้าจอพร้อมกันถึง 10 จุดเรียกได้ว่าการเล่นเกมที่ต้องใช้การตอบสนองเร็วๆและหลายตำแหน่งทำได้อย่างไม่มีปัญหา รวมไปถึงเซนเซอร์การทำงานที่มีมาให้ครบครันไม่ว่าจะเป็น Gyroscope หรือจะเป็นเข็มทิศก็มีมาให้ใช้งานได้ตามสถานการณ์และไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้

 

 

การทดสอบด้วยโปรแกรมอย่าง AnTuTu ก็ถือว่าทำคะแนนออกมาได้โอเคเลยทีเดียวกับ 204326 คะแนน โดยการที่ตัวนี้มาพร้อมกับแรม 4 GB อาจจะทำให้คะแนนดร็อปลงไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาในการใช้งานแต่อย่างใดเลย

 

 

การใช้งานในเรื่องของการเล่นเว็บและโซเขียลต่างๆตัว Honor Play ก็สามารถทำออกมาได้อย่างไม่มีปัญหาบวกกับหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ทำให้การแสดงผลในส่วนต่างๆสามารถเก็บรายละเอียดออกมาได้กว้างเอามากๆ โดย Facebook การลองเล่นพร้อมกับมีการดูคลิปไปด้วยก็ไม่พบอาการกระตุกจากหน้าฟีดใดๆเลย

 

 

อีกหนึ่งข้อดีที่ทำให้การใช้งานหน้าจอ 6.3 นิ้วดูมีประโยชน์มากยิ่งขึ้นคงเป็นการใช้งานสองแอพในเวลาเดียวกันอย่างการแบ่งหน้าจอ จากที่ได้ลองแบ่งดูไม่ว่าจะเป็น YouTube พร้อม Chrome หรือจะเป็น Twitch พร้อม Facebook ก็สามารถทำได้อย่างไม่มีปัญหาและไม่พบอาการเด้งใดๆเลย

 

 

ต่อมาเป็นการทดสอบในการเล่นเกมต่างๆ โดยสำหรับชิปเซ็ต Kirin 970 ตัวนี้รองรับการเล่นที่ปลดล็อคเฟรมเรทไปที่ 60 FPS ได้ทำให้การเล่นเกมต่างๆเป็นไปได้อย่่างดีเยี่ยมโดยจะทำการทดสอบทั้งหมด 6 เกมด้วยกันประกอบไปด้วย RoV, PUBG Mobile, Identity V, Talion, Survival Heroes, Lineage 2 Revolution ผลลัพธ์ที่ได้ตามชาร์ตด้านล่างเลยครับ

 

 

 

ผลลัพธ์ที่ได้ลองเล่นแล้วเรียกได้ว่าน่าประทับใจอย่างยิ่งเลยครับเพราะ GPU Turbo ทำให้การเล่นเกมมีความนิ่งของ FPS มากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่าในทุกๆเกมสามารถเล่นได้โดยที่เฟรมเรทไม่ต่ำกว่า 50 FPS อีกทั้งยังสามารถขึ้นไปแตะที่ 60 FPS ได้ในบางช่วงด้วย ทำให้ใครที่อยากจะได้สมาร์ทโฟนเพื่อนำไปเล่นเกมด้วยราคาไม่เกินหมื่นบาท Honor Play จะเป็นคำตอบสุดท้ายของคุณอย่างแน่นอน

 

 

สำหรับกล้องก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Honor Play เช่นกันด้วยลูกเล่นที่มีมาภายในแอพกล้องหลักของเครื่องก็มากมายจนเอามาพูดได้ไม่หมด เริ่มจากที่การถ่ายภาพทั่วๆไปจะสามารถเปิดโหมด AI เพื่อให้ Software ช่วยในการตั้งค่าต่างๆได้ว่าจะถ่ายออกมาเป็นอย่างไรรวมถึงการระบุว่ากำลังถ่ายอะไรอยู่ด้วย

ถัดมาอย่างการถ่ายด้วยเลนส์ AR ที่จะมีการเล่นกับเทคโนโลยี AR ทำให้สามารถเพิ่มลูกเล่นในการถ่ายภาพได้เรียกได้ว่าไม่ต้องไปพึ่งแอพนอกในการใช้งานหากอยากตกแต่งหรือเพิ่มลายต่างๆเข้าไป หรือจะเป็นโหมดเพิ่มเติมที่ตัวกล้องมีมาให้อย่าง Pro, HDR, Panorama หรือจะเป็น 3D ก็มีให้เลือกเล่นนับไม่ถ้วน

ในส่วนของความละเอียดที่รองรับสูงสุดของภาพถ่ายจะเป็นขนาด 16 ล้านพิกเซล ในขณะที่หากเป็นการถ่ายวิดีโอจะรองรับสูงสุดที่ 4K

 

 

"ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง"

 

 

"ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าเปิดโหมดหน้าเนียน 100% - 50% - ปิด"

 

 

"ตัวอย่างวิดีโอจากกล้องหลัง"

 

Conclusion

ในส่วนของบทสรุปของ Honor Play ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ทำออกมาได้ดีและสมชื่อของคำว่า Play ที่อยู่ในชื่อรุ่นด้วย เพราะความสามารถในการเล่นเกมที่กล้าพูดได้เลยว่าสามารถเล่นเกมที่มีอยู่ใน Store ได้ทุกเกมในปัจจุบัน ประกอบกับการมีโหมด GPU Turbo ทำให้การเล่นเกมสามารถทำออกมาได้อย่างไม่มีปัญหา ในราคาเพียง 9,990 บาท ถือว่าเป็น Gaming Phone ที่คุ้มที่สุดเลยก็ว่าได้

 

จุดเด่น

- หน้าจอใหญ่ขนาด 6.3 นิ้ว ทำให้แสดงผลภาพออกมาได้กว้างและเก็บรายละเอียดได้

- ใช้งานพาเนลจอเป็น IPS ทำให้สู้แดดได้แม้อยู่กลางแจ้ง

- ชิปเซ็ต Kirin 970 สามารถปลดล็อคทุกๆข้อจำกัดในการทำงานได้

- GPU Turbo แม้ไม่ได้ทำให้ได้เฟรมเรทที่สูงขึ้นแต่ทำให้เล่นได้นิ่งยิ่งขึ้น

- แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้ทั้งวันไม่ต้องเสียเวลาชาร์จระหว่างวัน

- จบทุกการเล่นด้วยราคาเพียง 9,990 บาท

 

ข้อสังเกต

- ฝาหลังที่เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย

- Software มีอาการทำงานผิดพลาดบ้างในบางจังหวะแต่ไม่ได้บ่อยนานๆจะเจอสักครั้ง

 

และสำหรับใครที่กำลังตามหาว่าจะซื้อได้ที่ไหนบ้างก็คงต้องเน้นไปที่ร้านค้าออนไลน์เป็นหลักเสียมากกว่าเพราะเท่าที่เห็นร้านที่ขายแบบมีหน้าร้านจะเป็น CSC ที่มีของขายอยู่ โดยจะมีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สีคือ Midnight Black (เครื่องที่รีวิว), Navy Blue และ Ultra Violet สำหรับของแถมและราคาก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละร้านว่าจะจัดโปรโมชั่นอย่างไรนั่นเอง

 

 

อ่าน: รีวิว Nokia 2.1 จอใหญ่ แบตอึดแถมได้ Snapdragon 425

 

 

 

อ่าน: รีวิว Nokia 3.1 เล่นเกมก็ได้ โซเชียลเพลินในราคาไม่เกินห้าพันบาท

 

 

 

มาเป็นเพื่อนกันนะ! @Thisisgame

เพิ่มเพื่อน

 

>> เข้ากลุ่มพูดคุย-หาเกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น: https://goo.gl/ke9pTH <<

>> เข้าร่วมกลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับเกมมือถือได้ที่ : https://goo.gl/bzAnAe <<

>> เข้าร่วมกลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับเกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย : https://goo.gl/h4kxQe <<

 
©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เคาะราคาในไทยแล้ว! Asus Zenfone Max M2 และ Max Pro M2
พร้อมเจาะตลาดเกมมิ่งเต็มรูปแบบ
หลุดภาพและสเปคอย่างเป็นทางการ Asus Zenfone Max M2 และ Max Pro M2
'เกมมิ่งโฟนตัวใหม่ที่มาตีตลาดระดับกลาง'
เผยรายชื่อเกมที่รองรับหน้าจอ 90Hz ของ Asus ROG Phone
'ทดสอบโดยทีมงาน Asus เชื่อถือได้แน่นอน'