Tech Review
Thai
Posted by : TF_Artherlus 
08-10-2018 12:42 view : 5900
[รีวิว] Honor Play คำตอบสุดท้ายของการเล่นเกมในราคาไม่เกิน 10,000 บาท 'Play สมชื่อ ครบเครื่องเรื่องเล่นเกม, PUBG Mobile, Identity V, RoV ไหลลื่น'

 

ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนในราคาไม่เกินหมื่นบาทอยู่เพื่อเอาไปเล่นเกมต้องบอกว่ารีวิวในครั้งนี้จะทำให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้นเยอะเลยกับสิ่งที่ผมจะมานำเสนอในวันนี้กับสมาร์โฟนจากค่าย Honor อย่าง Honor Play ที่เป็นมือถือสำหรับเล่นเกมอย่างแท้จริงด้วยการที่มี GPU Turbo ที่ทำให้การเล่นเกมของคุณดียิ่งขึ้นในราคาเพียงแค่ 9,990 บาท เท่านั้นจะเป็นยังไงเรามาดูกันเลย

 

 

Design

 

 

สำหรับ Honor Play ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่เอาเรื่องด้วยขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดของจออยู่ที่ 1080 x 2340 พิกเซล FullView Display มีอัตราส่วนในการแสดงผลของจออยู่ที่ 83% หน้าจอใช้งานพาเนล IPS เพื่อความสดและชัดในทุกๆมุมมอง กระจกหน้าจอเป็นแบบ 2.5D ให้มิติในการรับภาพมากยิ่งขึ้น

 

 

วัสดุที่ใช้งานในทั่วทั้งตัวเครื่องจะเป็นอลูมิเนียมอัลลอยทำให้สามารถถ่ายเทความร้อนได้ดีขึ้นจากพลาสติก สำหรับฝาหลังของตัวเครื่องหากมือมีคราบหรือแตะอะไรมาแล้วมาจับจะเกิดรอยนิ้วมือขึ้นให้เห็นได้ ตรงจุดนี้ก็ต้องระวังกันด้วยหากจะใช้งานแบบไม่ใส่เคส แต่ถ้าใส่เคสก็หมดปัญหาตรงจุดนี้ไปได้เลย

 

 

เรามาดูที่พอร์ตการเชื่อมต่อและปุ่มต่างๆรอบตัวเครื่องกันบ้างว่ามีอะไรกันบ้าง

 

ด้านซ้าย: ช่องสำหรับใส่ซิมแบบนาโนซิมรองรับการใช้งานแบบ Dual หรือจะเปลี่ยนไปใส่ Micro SD Card ก็ได้

ด้านขวา: ปุ่ม Power, ปุ่มเพิ่ม/ลด เสียง

ด้านบน: รูสำหรับตัดเสียงรบกวนขณะสนทนา

ด้านล่าง: รูสำหรับหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร, ช่องเสียบ USB Type - C, ลำโพง

 

 

สำหรับด้านหน้าของตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ถัดมาคือลำโพงสำหรับใช้งานในการสนทนาเท่านั้น สุดท้ายเป็นรูสำหรับเซนเซอร์การทำงาน และการปลดล็อคเพื่อสแกนด้วยใบหน้า สำหรับใครที่ไม่ชอบรอยแหว่งบนจอก็สามารถเข้าไปปิดได้เช่นเดียวกันเพียงเท่านี้ก็จะได้จอแสดงผลที่ดูสมส่วนแล้ว

 

 

กล้องด้านหลังจะมาพร้อมความละเอียด 16 ล้านพิกเซล + 2 ล้านพิกเซล เป็นกล้องแบบคู่ที่จะทำให้ได้มิติความลึกของภาพขึ้นมายิ่งขึ้น มาพร้อมไฟ LED รองรับระบบการทำงานแบบ AI 

 

Specification

- หน้าจอ IPS ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล FullView Display อัตราส่วนการแสดงผลภาพ 83%

- ชิปประมวลผล Hisilicon Kirin 970 CPU Octa-core (4x2.4 GHz Cortex-A73 & 4x1.8 GHz Cortex-A53) ชิปประมวลผลกราฟฟิคเป็น Mali-G72 MP12

- RAM 4 GB

- ความจุ 64 GB

- รองรับ microSD สูงสุด 256 GB

- กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสุด f/2.2 + 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสุด f/2.4 รองรับการทำงานด้วย AI โหมด

- กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสุด f/2.0

- รองรับ Dual SIM โดยเป็นซิมแบบนาโนซิม

- พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type - C

- แบตเตอรี่ความจุ 3750 mAh

- ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบด้วย EMUI 8.2

- มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

- น้ำหนัก 176 กรัม

- ราคา 9,990 บาท

 

 

Software / Performance

 

สำหรับ Honor Play จะมาพร้อมกับ Android 8.1 Oreo ที่มีการครอบด้วย EMUI 8.2 ทำให้หน้าตาในการใช้งาน UI จะแตกต่างออกไปและมีลักษณะเฉพาะตัวขึ้นมามากยิ่งขึ้นจะมีแอพที่ทำการติดตั้งมาแล้วเช่นพวก HiCare ที่เป็นการเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวต่างๆของเราเพื่อนำไปประมวลในเรื่องของสุขภาพ ซึ่งโดยรวมแล้วก็ใช้งานได้ง่ายไม่มีปัญหาอะไรครับ

 

 

Honor Play รองรับจำนวนการทัชบนหน้าจอพร้อมกันถึง 10 จุดเรียกได้ว่าการเล่นเกมที่ต้องใช้การตอบสนองเร็วๆและหลายตำแหน่งทำได้อย่างไม่มีปัญหา รวมไปถึงเซนเซอร์การทำงานที่มีมาให้ครบครันไม่ว่าจะเป็น Gyroscope หรือจะเป็นเข็มทิศก็มีมาให้ใช้งานได้ตามสถานการณ์และไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้

 

 

การทดสอบด้วยโปรแกรมอย่าง AnTuTu ก็ถือว่าทำคะแนนออกมาได้โอเคเลยทีเดียวกับ 204326 คะแนน โดยการที่ตัวนี้มาพร้อมกับแรม 4 GB อาจจะทำให้คะแนนดร็อปลงไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาในการใช้งานแต่อย่างใดเลย

 

 

การใช้งานในเรื่องของการเล่นเว็บและโซเขียลต่างๆตัว Honor Play ก็สามารถทำออกมาได้อย่างไม่มีปัญหาบวกกับหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ทำให้การแสดงผลในส่วนต่างๆสามารถเก็บรายละเอียดออกมาได้กว้างเอามากๆ โดย Facebook การลองเล่นพร้อมกับมีการดูคลิปไปด้วยก็ไม่พบอาการกระตุกจากหน้าฟีดใดๆเลย

 

 

อีกหนึ่งข้อดีที่ทำให้การใช้งานหน้าจอ 6.3 นิ้วดูมีประโยชน์มากยิ่งขึ้นคงเป็นการใช้งานสองแอพในเวลาเดียวกันอย่างการแบ่งหน้าจอ จากที่ได้ลองแบ่งดูไม่ว่าจะเป็น YouTube พร้อม Chrome หรือจะเป็น Twitch พร้อม Facebook ก็สามารถทำได้อย่างไม่มีปัญหาและไม่พบอาการเด้งใดๆเลย

 

 

ต่อมาเป็นการทดสอบในการเล่นเกมต่างๆ โดยสำหรับชิปเซ็ต Kirin 970 ตัวนี้รองรับการเล่นที่ปลดล็อคเฟรมเรทไปที่ 60 FPS ได้ทำให้การเล่นเกมต่างๆเป็นไปได้อย่่างดีเยี่ยมโดยจะทำการทดสอบทั้งหมด 6 เกมด้วยกันประกอบไปด้วย RoV, PUBG Mobile, Identity V, Talion, Survival Heroes, Lineage 2 Revolution ผลลัพธ์ที่ได้ตามชาร์ตด้านล่างเลยครับ

 

 

 

ผลลัพธ์ที่ได้ลองเล่นแล้วเรียกได้ว่าน่าประทับใจอย่างยิ่งเลยครับเพราะ GPU Turbo ทำให้การเล่นเกมมีความนิ่งของ FPS มากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่าในทุกๆเกมสามารถเล่นได้โดยที่เฟรมเรทไม่ต่ำกว่า 50 FPS อีกทั้งยังสามารถขึ้นไปแตะที่ 60 FPS ได้ในบางช่วงด้วย ทำให้ใครที่อยากจะได้สมาร์ทโฟนเพื่อนำไปเล่นเกมด้วยราคาไม่เกินหมื่นบาท Honor Play จะเป็นคำตอบสุดท้ายของคุณอย่างแน่นอน

 

 

สำหรับกล้องก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Honor Play เช่นกันด้วยลูกเล่นที่มีมาภายในแอพกล้องหลักของเครื่องก็มากมายจนเอามาพูดได้ไม่หมด เริ่มจากที่การถ่ายภาพทั่วๆไปจะสามารถเปิดโหมด AI เพื่อให้ Software ช่วยในการตั้งค่าต่างๆได้ว่าจะถ่ายออกมาเป็นอย่างไรรวมถึงการระบุว่ากำลังถ่ายอะไรอยู่ด้วย

ถัดมาอย่างการถ่ายด้วยเลนส์ AR ที่จะมีการเล่นกับเทคโนโลยี AR ทำให้สามารถเพิ่มลูกเล่นในการถ่ายภาพได้เรียกได้ว่าไม่ต้องไปพึ่งแอพนอกในการใช้งานหากอยากตกแต่งหรือเพิ่มลายต่างๆเข้าไป หรือจะเป็นโหมดเพิ่มเติมที่ตัวกล้องมีมาให้อย่าง Pro, HDR, Panorama หรือจะเป็น 3D ก็มีให้เลือกเล่นนับไม่ถ้วน

ในส่วนของความละเอียดที่รองรับสูงสุดของภาพถ่ายจะเป็นขนาด 16 ล้านพิกเซล ในขณะที่หากเป็นการถ่ายวิดีโอจะรองรับสูงสุดที่ 4K

 

 

"ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง"

 

 

"ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าเปิดโหมดหน้าเนียน 100% - 50% - ปิด"

 

 

"ตัวอย่างวิดีโอจากกล้องหลัง"

 

Conclusion

ในส่วนของบทสรุปของ Honor Play ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ทำออกมาได้ดีและสมชื่อของคำว่า Play ที่อยู่ในชื่อรุ่นด้วย เพราะความสามารถในการเล่นเกมที่กล้าพูดได้เลยว่าสามารถเล่นเกมที่มีอยู่ใน Store ได้ทุกเกมในปัจจุบัน ประกอบกับการมีโหมด GPU Turbo ทำให้การเล่นเกมสามารถทำออกมาได้อย่างไม่มีปัญหา ในราคาเพียง 9,990 บาท ถือว่าเป็น Gaming Phone ที่คุ้มที่สุดเลยก็ว่าได้

 

จุดเด่น

- หน้าจอใหญ่ขนาด 6.3 นิ้ว ทำให้แสดงผลภาพออกมาได้กว้างและเก็บรายละเอียดได้

- ใช้งานพาเนลจอเป็น IPS ทำให้สู้แดดได้แม้อยู่กลางแจ้ง

- ชิปเซ็ต Kirin 970 สามารถปลดล็อคทุกๆข้อจำกัดในการทำงานได้

- GPU Turbo แม้ไม่ได้ทำให้ได้เฟรมเรทที่สูงขึ้นแต่ทำให้เล่นได้นิ่งยิ่งขึ้น

- แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้ทั้งวันไม่ต้องเสียเวลาชาร์จระหว่างวัน

- จบทุกการเล่นด้วยราคาเพียง 9,990 บาท

 

ข้อสังเกต

- ฝาหลังที่เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย

- Software มีอาการทำงานผิดพลาดบ้างในบางจังหวะแต่ไม่ได้บ่อยนานๆจะเจอสักครั้ง

 

และสำหรับใครที่กำลังตามหาว่าจะซื้อได้ที่ไหนบ้างก็คงต้องเน้นไปที่ร้านค้าออนไลน์เป็นหลักเสียมากกว่าเพราะเท่าที่เห็นร้านที่ขายแบบมีหน้าร้านจะเป็น CSC ที่มีของขายอยู่ โดยจะมีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สีคือ Midnight Black (เครื่องที่รีวิว), Navy Blue และ Ultra Violet สำหรับของแถมและราคาก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละร้านว่าจะจัดโปรโมชั่นอย่างไรนั่นเอง

 

 

อ่าน: รีวิว Nokia 2.1 จอใหญ่ แบตอึดแถมได้ Snapdragon 425

 

 

 

อ่าน: รีวิว Nokia 3.1 เล่นเกมก็ได้ โซเชียลเพลินในราคาไม่เกินห้าพันบาท

 

 

 

มาเป็นเพื่อนกันนะ! @Thisisgame

เพิ่มเพื่อน

 

>> เข้ากลุ่มพูดคุย-หาเกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น: https://goo.gl/ke9pTH <<

>> เข้าร่วมกลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับเกมมือถือได้ที่ : https://goo.gl/bzAnAe <<

>> เข้าร่วมกลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับเกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย : https://goo.gl/h4kxQe <<

 
©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ช็อก!!! iPhone X ระเบิดหลังอัปเดต iOS 12.1
'Apple บอกว่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เราคาดคิด'
Samsung เตรียมออกตระกูลใหม่ภายใต้ชื่อ M
'รวบยอดรุ่นล่างถึงกลางมาไว้ที่เดียวกัน'
ASUS ROG Phone เปิดราคาในไทยที่ 29,900 บาท
'ที่สุดของเกมมิ่งโฟน ณ ปัจจุบันกับราคาที่สมเหตุสมผล'
10 อันดับมือถือสุดแรงประจำเดือนตุลาคม 2018
'Mate 20 Pro มาแรงแซงทางโค้ง เข้าวินอันดับหนึ่ง'