รีวิว
Global
Posted by : TF_may2greview 
26-02-2019 15:14 view : 948
[รีวิว] Metro Exodus: การผจญภัยครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่และยอดเยี่ยมกว่าเก่า เกมยิงแนวเอาชีวิตรอดสยองขวัญที่แฟนเกมไม่ควรพลาด

 

Metro Exodus เป็นเกมลำดับที่ 3 ของซีรี่ส์ Metro จากค่าย 4A Games จัดจำหน่ายโดย Deep Silver เกมภาคแรกชื่อ Metro 2033 วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2010 และภาคที่ 2 ในชื่อ Metro Last Light วางจำหน่ายตามมาในปี 2013 ก่อนจะออกเวอร์ชั่น Redux ให้กับเครื่องเกม Gen ที่ 8 อย่าง PS4 และ Xbox One ซึ่งได้ทำการปรับกราฟิกใหม่ให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้นตามยุคสมัย (ออกบน PC Steam เช่นกัน) ตัวเกมเป็นแนว 1st Person Shooter Survival Horror เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งสไตล์เอาชีวิตรอดสยองขวัญ จุดเด่นของตัวเกมที่แฟนซีรี่ส์ชอบคือความกดดัน ความหลอน และบรรยากาศที่ทำออกมาได้ดีอย่างดี

 

เอกลักษณ์ของซีรี่ส์ Metro ความหลอน สยองขวัญ กดดันผู้เล่นกับเกมในโทนมืดมน

 

คุณ Dmitry Glukhovsky ผู้แต่งนิยาย Metro 2033 (มีฉบับแปลไทยในชื่อ เมโทร 2033)

 

เกมซีรี่ส์ Metro นั้นถูกสร้างโดยอิงจากนิยายของนักเขียนชาวรัสเซีย คุณ Dmitry Glukhovsky ในชื่อเดียวกัน Metro 2033 ด้าน Plot เรื่องเนื้อหากล่าวถึงชายหนุ่มนาม “Artyom” (อ่านว่าอาร์ติยม แต่สำหรับเราชาวไทยที่ไม่ใช่คนรัสเซียฟังไวๆ อาจได้ยินเป็นอาร์เตียม/อาร์เทียม ก็ได้) ในปี 2033 โลกนั้นล่มสลายย่อยยับไปแล้วจากสงครามนิวเคลียร์ (สงครามเกิดขึ้นในปี 2013) ทว่าก็ใช่ว่ามนุษย์จะหมดหนทางในการดำรงอยู่ แม้บนพื้นผิวด้านบนโลกจะอาศัยอยู่ไม่ได้เพราะอากาศเต็มไปด้วยการปนเปื้อนของกัมมันตภาพรังสี แต่ “ใต้ดิน” นั้นกลับกลายเป็นบ้านหลังที่สองของมนุษย์ โดยผู้คนอาศัยอยู่กระจัดกระจายตามสถานีรถไฟใต้ดิน Metro ของรัสเซีย ซึ่งมีเครือข่ายขนาดใหญ่ ใน 2 ภาคแรกจะกล่าวถึงการผจญภัยของ Artyom ภายในอุโมงค์ที่มืดมิดกับสงครามกลางเมืองที่มีหลากฝักหลายฝ่าย ทั้งคอมมิวนิสต์และนาซี ไปจนเหล่าสัตว์กลายพันธุ์ที่คอยโจมตีมนุษย์ไม่หยุดหยอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Dark One ที่เรียกได้ว่าเป็นภัยคุกคามขั้นร้ายแรงจนอาจทำให้มนุษยชาติสูญสิ้นไป 

 

 

เนื้อเรื่อง

 

ออกเดินทางด้วย Aurora

 

สำหรับเนื้อเรื่องใน 2 ภาคแรกเราจะไม่ทำการสปอยล์ในบทความนี้ Metro Exodus เกิดขึ้นต่อจาก Metro Last Light 2 ปีให้หลัง หรือในปี 2036 และเราจะยังคงได้รับบทเป็นชายหนุ่ม Artyom ที่ตอนนี้อายุ 23 ปีแล้ว หลังจากผจญภัยในอุโมงค์ที่มืดมิดสุดอันตรายมา 2 ภาค Artyom มีความหวังและมีความเชื่อว่าบนพื้นผิวโลกน่าจะยังคงมีมนุษย์หลงเหลืออยู่ และต้องมีที่ใดสักแห่งที่สามารถอยู่อาศัยได้ ซึ่งนั้นคือการผจญภัยหลักของเกมในภาคนี้ เขาและกลุ่มสมาชิก Spartan Rangers รวมถึงภรรยา Anna ได้เดินทางด้วยขบวนรถไฟนาม Aurora ออกจากมอสโควไปยังฝั่งตะวันออกเพื่อหาผู้รอดชีวิตคนอื่นบนโลกใบนี้

 

การเดินท่องไปในโลกยาวค่ำคืนมันน่ากลัวกว่าที่คุณคิด

 

ด้วยความที่ผู้เขียนเล่น 2 ภาคแรกจบมาก่อน และทราบดีว่าในภาค Exodus จะมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เกมในภาคนี้ให้มีความเป็น Open World มากขึ้น ความกังวลคือความกลัวที่ว่าตัวเกมจะลดทอนความหลอนหรือเปลี่ยนแนวทางในการเล่า ทว่ากว่า 20 ชั่วโมงตั้งแต่ต้นจนตบตัวเกมไม่ได้มีความกดดันน้อยลงเลย เราจะยังได้เผชิญเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ผจญอันตรายในรูปแบบใหม่ที่ยังคงความหลอนและสยองขวัญเหมือน 2 ภาคแรกเช่นเคย (ส่วนตัวคิดว่ามันทำได้หลอนกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ!) เราจะได้เจอศัตรูทั้งที่เป็นคนและเป็นสัตว์กลายพันธุ์

 

เหล่าตัวละครที่มีความผูกพันกับ Artyom(บางตัวตั้งแต่ภาค 1)

 

จุดเด่นของเกม Metro คือการเล่าเรื่อง คือ NPC และเรื่องราวปูมหลังของตัวละครแต่ละตัว ความผูกพันของสมาชิกแต่ละคนในฐานะครอบครัว Miller ตัวละครที่ปรากฏตัวตั้งแต่ภาคแรก เขาคือผู้นำของกลุ่ม Ranger และเป็นพ่อของ Anna และในภาคนี้เราจะได้เห็นบทบาทของ Anna ในฐานภรรยาและเพื่อนคู่คิดเรามากขึ้น เพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ อาทิ STEPAN, DUKE, IDOIT, DAMIR จะมีนิสัยอันเป็นเอกลักษณ์และเราจะเรียนรู้พวกเขาขณะผจญภัยในภารกิจไปด้วยกัน สิ่งพวกนี้จะทำให้คุณอินขณะเล่น กลัวเหลือเกินว่าตัวละครใดจะตาย! เอาเป็นว่าด้าน Story คุณจะประทับใจ ในเกมมีแทบจะทุก Moment ความหวาดกลัว, ความสิ้นหวัง, ช่วงเวลาดี ๆ ที่ทำให้ตลกขบขัน หรือช่วงเวลาที่ทำให้ต้องมานั่งตั้งคำถามกับชีวิตถึงความเป็นมนุษย์ ตั้งแต่ต้นจนจบเกมแทบไม่มีช่วงเวลาให้เบื่อเลย

 

 

เกมเพลย์

 

ผจญในดินแดนอันหนาวเหน็บ

 

ยิ่งใหญ่อลังการยิ่งกว่า 2 ภาคแรกรวมกัน! ในภาคก่อน Location ส่วนใหญ่ที่คุณได้สัมผัสจะเป็นอุโมงค์ที่มืดมิดหรือตามสถานีรถไฟใต้ดินเป็นหลัก (แม้จะมีขึ้นมาบนพื้นผิวด้านบนบ้างก็น้อย) แต่ในภาค Exodus คุณกลับต้องผจญเท้าบนพื้นผิวโลกเป็นหลักแทน ทว่าถ้าคิดว่ามันน่ากลัวน้อยลงเพราะพื้นที่มันกว้างขวางล่ะก็ คิดใหม่ได้เลย สัตว์กลายพันธุ์นานาชนิดยังคงอาศัยเต็มพื้นที่ และมันพร้อมจะขย่ำคุณเป็นอาหาร เกมมีระบบกลางวัน/กลางคืนที่ทำให้ความน่ากลัวในการสำรวจพื้นที่กว้างๆ เพิ่มขึ้นหลายเท่า (แต่ก็เป็นประโยชน์ในการกำจัดศัตรูเช่นกัน) แม้เกมยังคงมีการเล่าในแบบเส้นตรง แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล คุณจะได้ผจญทั้งหิมะในช่วงฤดูหนาว ไปจนฤดูร้อนในเขตทะเลทราย มีแม้กระทั่งสภาพแวดล้อมที่เป็นป่าเขา ซึ่งสภาพแวดล้อมภายในเกมส่งผลต่อเกมเพลย์ที่เปลี่ยนแปลงไป (จะบู๊หรือลอบเร้น สัตว์ที่เจอก็ต่างกันไป) แม้เกมจะยังคงเป็นเส้นตรง (ด้านเนื้อเรื่อง) แต่คุณสามารถสำรวจโลกภายในเกมและทำเควสย่อยได้มากมาย อิสระแบบนี้ไม่มีใน 2 ภาคแรกและมันทำให้เกมเพลย์ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก

 

ระบบปรับแต่งปืนสุดยอดเยี่ยม

 

อย่าลืมเช็คอุปกรณ์อื่นๆ ที่จะทำให้คุณมีชีวิตรอดด้วยล่ะ

 

ด้วยความที่ตัวเกมยังคงยึดการเอาชีวิตรอด และในเมื่อคุณไม่สามารถหาซื้อของจากร้านค้าตามสถานีใต้ดินแบบในภาคก่อนแล้ว การเก็บทรัพยากรหรือการ Loot ในภาคนี้จะมีความสำคัญมาก ๆ เพราะระบบคราฟต์และปรับแต่งอาวุธปืนรวมไปจนอุปกรณ์อื่น ๆ มีความสำคัญกว่าเก่า เทียบกับ 2 ภาคแรกที่แม้จะสามารถ Customize ปืนได้ แต่ก็ไม่ได้มีความสำคัญมาก เพราะบางทีเก็บปืนจากศัตรูมันเทพกว่า ทว่าในภาคนี้คุณจะต้องคอยสะสมทรัพยากรและเก็บ Mod จากเหล่าศัตรูแล้วนำมาปรับแต่งปืนของตัวเอง ระบบ Customization ปืนในภาคนี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยม คุณไม่เพียงแค่แต่งมันให้เทพตามใจต้องการได้ (จะติดกล้อง, ใส่ Magazine หรือ ใส่ Laser สีเขียว สีแดง) แต่คุณยังต้องดูแลทำความสะอาดมันด้วย! มิฉะนั้นหากมันติดขัดขณะเจอสถาณการณ์ลำบาก อาจหมายถึงความตาย และคุณจะมีความผูกพันกับปืนชนิดที่หากเจอปืนใหม่อาจไม่กล้าเปลี่ยน เพราะปืนเก่าแต่งมาแล้วเป็น 10 ชั่วโมง (คุณเก็บปืนได้แค่ 3 กระบอกเท่านั้นที่ตัว) การที่เราต้องจัดสรรทรัพยากรและวางแผนให้ดีทำให้เกมเพลย์มีความสนุกและกดดันผู้เล่นมากขึ้น ทุกการตัดสินใจอาจะทำให้ช่วงเวลาอีก 1 หรือ 2 ชั่วโมงข้างหน้าสบายหรือ Ship หายได้เลย! แน่นอนหน้ากาก Gas Mask ยังคงอยู่และ Filter ก็ยังมีความสำคัญยิ่งยวดเช่นเดียวกับภาคก่อน บางบริเวณจะเต็มไปด้วยกัมมันตภาพรังสีถ้าไม่เตรียมตัวให้ดี ก็อาจต้องเตรียมตัวตายแทน 

 

พื้นที่เขตร้อนแบบทะเลทรายก็มีเช่นกัน กว้างสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว

 

แม้จะชมในส่วนของเกมเพลย์ไปหลายจุดแต่ก็ใช่ว่า Metro Exodus จะไม่มีข้อเสีย อันที่จริงข้อเสียมันส่งต่อมาจากภาคก่อน นั่นก็คือ AI โดยเฉพาะศัตรูที่เป็นมนุษย์ ยังคงมีความงี่เง่าและโง่ในหลายๆ จุด บางทีก็มองเราไม่เห็นทั้งที่อยู่ใกล้โคตรๆ บางทีก็รู้ตัวได้ไงไม่รู้ทั้งที่อยู่ไกลแสนไกล - - เรียกได้ว่า AI มีความน่าเบื่อพอประมาณ และยังคงมีบัคบ้างประปรายบ้าง แต่ไม่ถึงขนาดทำให้ตัวเกมเสียอรรถรสจนเล่นไม่ได้อะไร ซึ่งน่าแปลกเพราะ AI ประเภทสัตว์กลับทำออกมาได้ดีและน่ากลัวมาก ๆ 

 

 

กราฟิก & เสียงประกอบ

 

กราฟิกคมชัดชนิดหลอนทะลุจอเล่นเอาตกใจกันเลยทีเดียว

 

ผู้เขียนเล่น Metro Exodus บน PS4 (รุ่นธรรมดา) แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ภาพในเกมดูดีน้อยลงเลย กราฟิกในเกมทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม สภาพแวดล้อมตั้งแต่หิมะ ไปจนพื้นดินทะเลทราย ลมพายุ แม่น้ำลำธารไปจนต้นไม้ใบหญ้ามันสมจริงอย่างที่สุด ท้องฟ้าที่สดใสตัดกับพื้นดินที่เต็มไปด้วยกองศพของมนุษย์และสัตว์กลายพันธุ์ องค์ประกอบงานศิลป์ภายในเกมงดงามมาก ใบหน้าการแสดงออกของตัวละครทำออกมาได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน Animation การเคลื่อนไหว ตั้งแต่การต่อสู้ไปจนเวลาสังสรรค์ยามว่าง คุณจะรู้สึกถึงความรักที่ภรรยา Anna มีต่อเรา และมิตรภาพจากเหล่าผองเพื่อนหน่วย Ranger นั่นรวมไปถึงการพากย์ภายในเกมที่มีเยอะมาก เยอะแบบแทบจะตลอดเวลาตั้งแต่ต้นจบจบ บางทีผู้เขียนก็รู้สึกว่า NPC พูดกันเยอะเกินไป! ฮา อาจเป็นข้อเสียเดียวสำหรับด้าน Sound การพากย์ไม่ได้แย่ เรียกว่าพอผ่านตามมาตรฐาน แต่คงคาดหวังให้เหมือนเกมในระดับ The Last of Us คงจะไม่ได้ 

 

ช่วงเวลาที่กดดันในเกมใส่มาได้อย่างลงตัว

 

Sound ในเกมออกแบบมาได้เหมาะเหม็งตามสถานการณ์ ดนตรีในยามสำรวจภายในอาคารที่มืดมิดช่วยบิ๊วให้คุณกลัวในสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอกับอะไร หรือขณะบู๊ก็มีเพลงที่ตื่นเต้นเร้าใจ ช่วงเวลาที่เศร้าจะมีเพลงช้าบรรเลงเบาๆ คลอตาม แต่ดนตรีที่ผู้เขียนชอบที่สุดคงเป็น In the House, In a Heartbeat ของ John Murphy ที่แทบจะเป็นธีมหลักของเกม ถ้าใครฟังแล้วรู้สึกคุ้นหูก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะมันใช้เป็นธีมประกอบภาพยนตร์แนวเอาชีวิตรอดโรคระบาดเช่นเดียวกันอย่าง 28 Weeks Later (เมื่อ 12 ปีที่แล้ว) มันออกแบบมาได้สมกับความเป็น Survival Horror ได้เป็นอย่างดี (ฟังได้ตามคลิปด้านล่าง) และดนตรีประกอบที่ประพันธ์โดย Oleksii Omelchuk กว่า 30 เพลงก็เป็นอะไรที่ไพเราะมากๆ 

 

 

 

สรุป

 

 

นี่คือเกมแนว FPS Survival Horror ที่คุณไม่ควรพลาด อย่างยิ่งหากคุณเคยเล่น 2 ภาคแรกมาแล้ว (และแม้จะไม่เคยเล่นมาก่อนก็ตาม สามารถเล่นแบบ Stand Alone ได้ เพียงแต่จะไม่อินเท่า) Metro Exodus พัฒนาโดย 4A Games ค่ายเล็กๆ สัญชาติยูเครน ทีมงานที่มีเพียง 150 คน นี่คือเกมที่มีคุณภาพไม่ต่างอะไรจากเกมระดับ Triple A จากค่ายใหญ่ที่ใช้ทีมงานหลักหลาย 100 หรือหลักหลาย 1,000 คน มันคือเพชรที่อาจปนเปื้อนไปด้วยข้อจำกัดเล็กน้อย ทว่ามันยังคงส่องแสงเจิดจรัสท่ามกลางเกมใหญ่อีกจำนวนมากในอุตสาหกรรมเกม ซื้อเถอะคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน!

 

 

ข้อดี

+ บรรยากาศเกมที่ทำออกมาได้ดีไม่แพ้ 2 ภาคแรก ความหลอน ความกดดัน ช่วงเวลาที่ประทับใจมาครบ

+ ระบบ Customization ปรับแต่งอาวุธและอุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยม

+ การเพิ่มความเป็น Open World มีพื้นที่ให้สำรวจมากมาย เควสย่อยหลากหลาย มีความแตกต่างทางด้านสภาพแวดล้อม (หิมะ, ทะเลทราย, ป่าเขา)

+ เกมเพลย์ที่เน้นการจัดสรรทรัพยากรในการ Loot และคราฟต์ออกมาได้อย่างลงตัว ไม่ใช่แค่เน้นเดินหน้ายิงเท่านั้น

+ เนื้อเรื่องและ NPC ที่มีชีวิตชีวา ตัวละครมีหลายมิติ ทำให้คุณผูกพันได้ตั้งแต่ต้นจนจบ (ตั้งแต่ภาคแรกจนภาคนี้ก็ว่าได้)

+ เพลงประกอบที่ประพันธ์โดย Oleksii Omelchuk อันยอดเยี่ยม

+ เกมมี Photo Mode ให้คุณเก็บภาพประทับใจ ฉากที่สวยงามไปจน Moment อันหลากหลาย มี Filter ปรับแต่งให้มากมาย

 

 

ข้อเสีย

- เกมไม่มีโหมด Free Roam หรือ ไม่สามารถเล่นต่อได้หลังจบ Story หลักแล้ว ซึ่งน่าเสียดายกับความสวยงามของโลกที่สร้างมาขนาดใหญ่รวมถึงระบบการแต่งปืนที่ดีงาม (เลือก Chapter ได้แต่แปลว่าคุณต้องเริ่มเกมใหม่อยู่ดี หรือจะเล่นในโหมดที่ยากโหดหินกว่าเดิมก็ได้) 

- เสียงพากย์ของตัวละครที่แข็งไปบ้างในบางตัว ฟังแล้วก็ขัดใจอยู่บ้าง

- ความโง่และงี่เง่าของ AI ศัตรูที่ยังคงสืบต่อมาจากภาคเก่า ไม่พัฒนาขึ้นเท่าไหร่ในภาคนี้

- สำหรับชาว PC เกมเป็น Exclusive บน Epic Store Games ซึ่งอาจเป็นข้อเสียสำหรับแฟนเกมที่ต้องการเล่นบน Steam เท่านั้น (รอไป 1 ปี)

 

SCORE: 9/10

 

มาเป็นเพื่อนกันนะ! @Thisisgame

เพิ่มเพื่อน

 

เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ 

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

คนเล่นเกมมือถือ

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
15 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเล่น Metro Exodus ได้ง่ายขึ้น
ทั้งการปรับแต่งปืน, Loot ของ, Side เควส ไปจนถึงอุปกรณ์ต่างๆ
15 เรื่องที่ควรรู้ก่อนซื้อ Metro Exodus
ภาคต่อของเกมเอาตัวรอดบนโลกหลังนิวเคลียร์ถล่มในรัสเซียที่เราอยากให้ลอง
เจ๋งเลย! Metro Exodus จะมาพร้อมระบบ Photo Mode ให้คุณถ่ายภาพภายในเกมได้อย่างเต็มที่
ให้ผู้เล่นได้ถ่ายภาพโลกที่ล่มสลายของรัสเซียตามต้องการ