Tech Review
Thai
Posted by : TF_Artherlus 
30-03-2019 11:14 view : 864
[รีวิว] ไปให้สุดกับ Razer Raiju Ultimate จอยเกมมิ่งสุดล้ำ 'สายมาโคร สายแสงสีท้าให้ลอง'

 

กราบสวัสดีเพื่อนๆทุกคนเช่นเคย ในครั้งนี้ผมมีสิ่งที่น่าสนใจและเป็นองค์ประกอบหลักในการเล่นเกมโดยเฉพาะเกมเมอร์สายคอนโซล กับจอยที่นับว่าเพียบพร้อมและท้าให้เพื่อนๆไปสัมผัสเลยกับ Razer Raiju Ultimate ซึ่งเป็นจอยที่ทาง Razer เป็นผู้ผลิตขึ้นมาสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการควบคุมสิ่งต่างๆมากมาย จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างเรามาดูกันเลย

 

 

จุดเด่นของ Razer Raiju Ultimate

- รองรับการเชื่อมต่อแบบใช้สายและแบบไร้สาย

- ปุ่มมัลติฟังก์ชัน 4 ปุ่ม

- ปุ่มสั่งงานรูปสามเหลี่ยม วงกลม สี่เหลี่ยม และกากบาท แบบแมคคา-แทกไทล์

- รองรับ Razer ChromaTM

- การปรับระดับทริกเกอร์เพื่อการกดสั่งงานที่ไวยิ่งขึ้น

- พอร์ตเสียงขนาด 3.5 มม. สำหรับสัญญาณเสียงออกแบบสเตอริโอและสัญญาณเสียงเข้าผ่านไมโครโฟน (โหมดการทำงานแบบใช้สาย)

- แผงควบคุมลัด

- ชุดเปลี่ยนปุ่มแอนะล็อก (thumbstick) และปุ่มบังคับทิศทาง (D-Pad)

- กระเป๋าเก็บแบบพกพา

- สายไฟเบอร์แบบถักที่ถอดได้ น้ำหนักเบา ความยาว 3 เมตร / 10 ฟุต พร้อมขั้วต่อ Micro-USB

- ขนาดโดยประมาณ: 106 มม. / 4.17 นิ้ว (ยาว) x 155 มม. / 6.09 นิ้ว (กว้าง) x 66 มม. / 2.60 นิ้ว (สูง)

- น้ำหนักโดยประมาณ (ไม่รวมสาย): 352 กรัม / 0.77 ปอนด์

 

 

 

สำหรับกล่องภายนอกนั้นต้องถือว่าทำออกมาได้ดูดีและแน่นหนาทีเดียวโดยรายละเอียดทางด้านซ้ายของกล่องจะมีการบอกถึงสเปคและอุปกรณ์ที่อยู่ด้านในคร่าวๆ ในขณะที่ด้านหลังของกล่องจะเป็นการอธิบายปุ่มต่างๆว่าทำหน้าที่อะไร ทำมาเพื่อสิ่งใดบ้างนั้นเอง

 

 

เปิดกล่องขึ้นมาจะพบกับกล่องพร้อมสัญลักษณ์ Razer อันคุ้นตาและการจัดวางสิ่งต่างๆภายในที่ทำออกมาอย่างมีระบบระเบียบ สำหรับสิ่งที่ให้มาภายในนี้จะประกอบไปด้วยสายสำหรับเชื่อมต่อ USB to micro-USB ถัดมาเป็นจอย Razer Raiju Ultimate สุดท้ายเป็นเอกสารข้อมูลต่างๆของจอยนี้

 

 

เรามาดูในส่วนของปุ่มต่างๆรอบตัว Razer Raiju Ultimate กันดีกว่าว่าประกอบไปด้วยปุ่มใดกันบ้าง

 

ด้านหน้า: ปุ่ม D-Pad, ปุ่ม Analog, ปุ่ม Share, ปุ่ม Option, พื้นที่สำหรับ Touchpad, ปุ่ม PS และ ปุ่มกด 4 ปุ่มอันคุ้นเคย

ด้านบนปุ่ม L1 L2, ปุ่ม R1 R2, ปุ่ม M1 M2 และ ช่องสำหรับใช้งานเชื่อมต่อผ่านสาย micro-USB

ด้านหลัง: ปุ่มสำหรับล็อค, ปุ่มสำหรับปรับโหมดการเชื่อมต่อ และปุ่ม M3 M4

ด้านล่าง: ช่องสำหรับใช้งานหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และ แผงปุ่มกด 4 ปุ่ม (เลือก Profile, ตั้งค่า, ปุ่มจัดการสีไฟ, ปุ่ม Lock)

 

ซึ่งเนื่องจากการที่ทาง Razer ต้องการให้ผู้ใช้งานสัมผัสประสบการณ์เกมมิ่งอย่างแท้จริงทุกๆปุ่มที่นำมาใช้งานจึงเป็นแบบแมคคานิค เสียงที่ได้เวลากดปุ่มจึงจะคล้ายคลึงกับการกดคีย์บอร์ดเกมมิ่งเลยก็ว่าได้

 

 

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ Razer Raiju Ultimate คือการที่เราสามารถ Customize ปุ่มสำหรับใช้งานได้ด้วยโดยทาง Razer ได้แถมปุ่มในการปรับแต่งมาให้ 3 ปุ่มนั้นคือ D-Pad และ Analog 2 ปุ่ม โดยการแกะเพื่อเปลี่ยนก็สามารถทำได้ง่ายเพียงแค่ดึงปุ่มนั้นๆขึ้นมาได้เลย โดยจะเป็นการล็อคแบบแม่เหล็กทำให้ไม่ต้องกังวลว่าเวลาเล่นจะหลุดง่ายแต่อย่างใดเลย

 

 

สำหรับใครที่สงสัยว่าเอ้ะแล้วเราจะปรับแต่งสีและสิ่งต่างๆบนจอยยังไง ก็สามารถทำได้ง่ายๆเพียงเข้าไปโหลดแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า "Razer Raiju" ทั้งในระบบ Android และ iOS โดยภายในนั้นจะสามารถตั้งค่าต่างๆได้มากมายไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่า Profile การใช้งาน (หากอยากเพิ่มจำนวน Profile ต้องทำการล็อคอินเข้าระบบก่อน) การจัดการเรื่องปุ่มกด ตั้งค่าความแรงในการสั่นและการเลือกสีและรูปแบบในการแสดงผลของแสงไฟ

 

ดาวน์โหลดแอพ Razer Raiju

 

 

"ตั้งค่ารูปแบบการแสดงผลเป็นแบบ Wave"

 

"ตั้งค่าการแสดงผลเป็นแบบ Static"

 

 

สำหรับการตั้งค่าเพื่อที่จะเข้าไปจัดการภายในแอพนั้นสามารถทำได้ง่ายๆเพียงแค่กดปุ่มที่สองตามภาพค้างไว้ประมาณ 4 วินาที ไฟสัญญาณในการเชื่อมต่อ Bluetooth จะกระพริบขึ้นมาเป็นแสงสีฟ้าจากนั้นก็ให้เราทำการ Connect ผ่านภายในแอพได้เลย เท่านี้ก็เป็นการเชื่อมต่อแล้ว

 

 

สำหรับข้อสรุปโดยรวมของ Razer Raiju Ultimate ผมคงบอกได้คำเดียวว่ามันคุ้มค่ามากจริงๆ เนื่องจากวัสดุที่เลือกมาใช้งานให้ความรู้สึกที่หนึบแน่นและทนทานเป็นอย่างมาก จากที่ได้ลองใช้งานเป็นเวลานานแบบมีน้ำออกมาที่มือก็ยังคงสามารถจับและถือได้อย่างไม่มีอาการลื่นแต่อย่างใด ประกอบกับปุ่มที่จัดสรรมาให้แบบที่บางท่านเห็นครั้งแรกอาจจะคิดว่ามันจะเยอะไปไหน แต่หากได้ลองมาใช้แล้วจะพบถึงประโยชน์ของมันอย่างไม่มีข้อสงสัย รวมไปถึงโหมดการเชื่อมต่อและตั้งค่าผ่านแอพที่จะเพิ่มสีสรรค์ในการตั้งค่าอย่างไม่มีสิ้นสุด ในราคา 8,590 บาท 

 

 

ข้อดี

- วัสดุที่เลือกมาใช้งานให้ความรู้สึกทนทานและตอบสนองในทุกการใช้งาน

- ไฟ Chroma ที่ทำให้การใช้งานของคุณไม่มีเบื่อ

- ปุ่มการใช้งานเป็นแบบแมคคาทำให้สัมผัสไม่ต่างจากการใช้งานอุปกรณ์เกมมิ่งอื่นๆ

- ปุ่มให้ใช้งานเพิ่มเติมอีก 4 ปุ่ม

- สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของ Analog และ D-Pad ได้

- ใช้งานได้ทั้ง PS4, PC และ Mobile 

 

ข้อสังเกตุ

- เท่าที่ลองเทียบจอยทั้งสามแบบ ไม่ว่าจะเป็นของ Xbox หรือ PS4 จอยตัวนี้ดูเหมือนจะมีน้ำหนักมากกว่านิดหน่อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะยางด้านหลัง เลยทำให้ติดและหยิบจับอยู่มือดี แถมยังถือเล่นได้นานอีกด้วย

 

ท้ายที่สุดนี้ต้องขอขอบคุณทาง Ascenti Resource Company (ARC) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายการ์ดจอ Nvidia ยี่ห้อ Galax และ เมาส์ คีย์บอร์ด สำหรับเกมส์เมอร์ชั้นนำของโลกยี่ห้อ "Razer" ที่กรุณาจัดส่งอุปกรณ์ในครั้งนี้มาให้ในการทดสอบเป็นอย่างสูงครับ

 

มาเป็นเพื่อนกันนะ! @Thisisgame

เพิ่มเพื่อน

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

คนเล่นเกมมือถือ

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
RAZER พันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการงานมหกรรมซีเกมส์ ฟิลิปปินส์
Razer ร่วมสนับสนุนสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยในการแข่งซีเกมส์ 2019
Vivaldi เบราวเซอร์สุดแนวสามารถทำงานร่วมกับ Razer Chroma ได้แล้ว
มาเปลี่ยนสีอุปกรณ์ของ Razer จากเว็บเบราวเซอร์กันเถอะ
มันเกิดขึ้นแล้วเครื่องปิ้งขนมปังจาก Razer
จากสินค้าเอาฮาในวัน April Fool สู่การนำมาทำเป็นของจริง
รอไปยาวๆ Razer Phone 3 จะยังไม่เปิดตัวภายในปีนี้
หลังผู้บริหารบอก 5G ในปัจจุบันยังไม่พร้อมใช้งานทุกพื้นที่