Tech Review
Thai
Posted by : TF_Artherlus 
30-03-2019 11:14 view : 1676
[รีวิว] ไปให้สุดกับ Razer Raiju Ultimate จอยเกมมิ่งสุดล้ำ 'สายมาโคร สายแสงสีท้าให้ลอง'

 

กราบสวัสดีเพื่อนๆทุกคนเช่นเคย ในครั้งนี้ผมมีสิ่งที่น่าสนใจและเป็นองค์ประกอบหลักในการเล่นเกมโดยเฉพาะเกมเมอร์สายคอนโซล กับจอยที่นับว่าเพียบพร้อมและท้าให้เพื่อนๆไปสัมผัสเลยกับ Razer Raiju Ultimate ซึ่งเป็นจอยที่ทาง Razer เป็นผู้ผลิตขึ้นมาสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการควบคุมสิ่งต่างๆมากมาย จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างเรามาดูกันเลย

 

 

จุดเด่นของ Razer Raiju Ultimate

- รองรับการเชื่อมต่อแบบใช้สายและแบบไร้สาย

- ปุ่มมัลติฟังก์ชัน 4 ปุ่ม

- ปุ่มสั่งงานรูปสามเหลี่ยม วงกลม สี่เหลี่ยม และกากบาท แบบแมคคา-แทกไทล์

- รองรับ Razer ChromaTM

- การปรับระดับทริกเกอร์เพื่อการกดสั่งงานที่ไวยิ่งขึ้น

- พอร์ตเสียงขนาด 3.5 มม. สำหรับสัญญาณเสียงออกแบบสเตอริโอและสัญญาณเสียงเข้าผ่านไมโครโฟน (โหมดการทำงานแบบใช้สาย)

- แผงควบคุมลัด

- ชุดเปลี่ยนปุ่มแอนะล็อก (thumbstick) และปุ่มบังคับทิศทาง (D-Pad)

- กระเป๋าเก็บแบบพกพา

- สายไฟเบอร์แบบถักที่ถอดได้ น้ำหนักเบา ความยาว 3 เมตร / 10 ฟุต พร้อมขั้วต่อ Micro-USB

- ขนาดโดยประมาณ: 106 มม. / 4.17 นิ้ว (ยาว) x 155 มม. / 6.09 นิ้ว (กว้าง) x 66 มม. / 2.60 นิ้ว (สูง)

- น้ำหนักโดยประมาณ (ไม่รวมสาย): 352 กรัม / 0.77 ปอนด์

 

 

 

สำหรับกล่องภายนอกนั้นต้องถือว่าทำออกมาได้ดูดีและแน่นหนาทีเดียวโดยรายละเอียดทางด้านซ้ายของกล่องจะมีการบอกถึงสเปคและอุปกรณ์ที่อยู่ด้านในคร่าวๆ ในขณะที่ด้านหลังของกล่องจะเป็นการอธิบายปุ่มต่างๆว่าทำหน้าที่อะไร ทำมาเพื่อสิ่งใดบ้างนั้นเอง

 

 

เปิดกล่องขึ้นมาจะพบกับกล่องพร้อมสัญลักษณ์ Razer อันคุ้นตาและการจัดวางสิ่งต่างๆภายในที่ทำออกมาอย่างมีระบบระเบียบ สำหรับสิ่งที่ให้มาภายในนี้จะประกอบไปด้วยสายสำหรับเชื่อมต่อ USB to micro-USB ถัดมาเป็นจอย Razer Raiju Ultimate สุดท้ายเป็นเอกสารข้อมูลต่างๆของจอยนี้

 

 

เรามาดูในส่วนของปุ่มต่างๆรอบตัว Razer Raiju Ultimate กันดีกว่าว่าประกอบไปด้วยปุ่มใดกันบ้าง

 

ด้านหน้า: ปุ่ม D-Pad, ปุ่ม Analog, ปุ่ม Share, ปุ่ม Option, พื้นที่สำหรับ Touchpad, ปุ่ม PS และ ปุ่มกด 4 ปุ่มอันคุ้นเคย

ด้านบนปุ่ม L1 L2, ปุ่ม R1 R2, ปุ่ม M1 M2 และ ช่องสำหรับใช้งานเชื่อมต่อผ่านสาย micro-USB

ด้านหลัง: ปุ่มสำหรับล็อค, ปุ่มสำหรับปรับโหมดการเชื่อมต่อ และปุ่ม M3 M4

ด้านล่าง: ช่องสำหรับใช้งานหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และ แผงปุ่มกด 4 ปุ่ม (เลือก Profile, ตั้งค่า, ปุ่มจัดการสีไฟ, ปุ่ม Lock)

 

ซึ่งเนื่องจากการที่ทาง Razer ต้องการให้ผู้ใช้งานสัมผัสประสบการณ์เกมมิ่งอย่างแท้จริงทุกๆปุ่มที่นำมาใช้งานจึงเป็นแบบแมคคานิค เสียงที่ได้เวลากดปุ่มจึงจะคล้ายคลึงกับการกดคีย์บอร์ดเกมมิ่งเลยก็ว่าได้

 

 

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ Razer Raiju Ultimate คือการที่เราสามารถ Customize ปุ่มสำหรับใช้งานได้ด้วยโดยทาง Razer ได้แถมปุ่มในการปรับแต่งมาให้ 3 ปุ่มนั้นคือ D-Pad และ Analog 2 ปุ่ม โดยการแกะเพื่อเปลี่ยนก็สามารถทำได้ง่ายเพียงแค่ดึงปุ่มนั้นๆขึ้นมาได้เลย โดยจะเป็นการล็อคแบบแม่เหล็กทำให้ไม่ต้องกังวลว่าเวลาเล่นจะหลุดง่ายแต่อย่างใดเลย

 

 

สำหรับใครที่สงสัยว่าเอ้ะแล้วเราจะปรับแต่งสีและสิ่งต่างๆบนจอยยังไง ก็สามารถทำได้ง่ายๆเพียงเข้าไปโหลดแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า "Razer Raiju" ทั้งในระบบ Android และ iOS โดยภายในนั้นจะสามารถตั้งค่าต่างๆได้มากมายไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่า Profile การใช้งาน (หากอยากเพิ่มจำนวน Profile ต้องทำการล็อคอินเข้าระบบก่อน) การจัดการเรื่องปุ่มกด ตั้งค่าความแรงในการสั่นและการเลือกสีและรูปแบบในการแสดงผลของแสงไฟ

 

ดาวน์โหลดแอพ Razer Raiju

 

 

"ตั้งค่ารูปแบบการแสดงผลเป็นแบบ Wave"

 

"ตั้งค่าการแสดงผลเป็นแบบ Static"

 

 

สำหรับการตั้งค่าเพื่อที่จะเข้าไปจัดการภายในแอพนั้นสามารถทำได้ง่ายๆเพียงแค่กดปุ่มที่สองตามภาพค้างไว้ประมาณ 4 วินาที ไฟสัญญาณในการเชื่อมต่อ Bluetooth จะกระพริบขึ้นมาเป็นแสงสีฟ้าจากนั้นก็ให้เราทำการ Connect ผ่านภายในแอพได้เลย เท่านี้ก็เป็นการเชื่อมต่อแล้ว

 

 

สำหรับข้อสรุปโดยรวมของ Razer Raiju Ultimate ผมคงบอกได้คำเดียวว่ามันคุ้มค่ามากจริงๆ เนื่องจากวัสดุที่เลือกมาใช้งานให้ความรู้สึกที่หนึบแน่นและทนทานเป็นอย่างมาก จากที่ได้ลองใช้งานเป็นเวลานานแบบมีน้ำออกมาที่มือก็ยังคงสามารถจับและถือได้อย่างไม่มีอาการลื่นแต่อย่างใด ประกอบกับปุ่มที่จัดสรรมาให้แบบที่บางท่านเห็นครั้งแรกอาจจะคิดว่ามันจะเยอะไปไหน แต่หากได้ลองมาใช้แล้วจะพบถึงประโยชน์ของมันอย่างไม่มีข้อสงสัย รวมไปถึงโหมดการเชื่อมต่อและตั้งค่าผ่านแอพที่จะเพิ่มสีสรรค์ในการตั้งค่าอย่างไม่มีสิ้นสุด ในราคา 8,590 บาท 

 

 

ข้อดี

- วัสดุที่เลือกมาใช้งานให้ความรู้สึกทนทานและตอบสนองในทุกการใช้งาน

- ไฟ Chroma ที่ทำให้การใช้งานของคุณไม่มีเบื่อ

- ปุ่มการใช้งานเป็นแบบแมคคาทำให้สัมผัสไม่ต่างจากการใช้งานอุปกรณ์เกมมิ่งอื่นๆ

- ปุ่มให้ใช้งานเพิ่มเติมอีก 4 ปุ่ม

- สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของ Analog และ D-Pad ได้

- ใช้งานได้ทั้ง PS4, PC และ Mobile 

 

ข้อสังเกตุ

- เท่าที่ลองเทียบจอยทั้งสามแบบ ไม่ว่าจะเป็นของ Xbox หรือ PS4 จอยตัวนี้ดูเหมือนจะมีน้ำหนักมากกว่านิดหน่อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะยางด้านหลัง เลยทำให้ติดและหยิบจับอยู่มือดี แถมยังถือเล่นได้นานอีกด้วย

 

ท้ายที่สุดนี้ต้องขอขอบคุณทาง Ascenti Resource Company (ARC) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายการ์ดจอ Nvidia ยี่ห้อ Galax และ เมาส์ คีย์บอร์ด สำหรับเกมส์เมอร์ชั้นนำของโลกยี่ห้อ "Razer" ที่กรุณาจัดส่งอุปกรณ์ในครั้งนี้มาให้ในการทดสอบเป็นอย่างสูงครับ

 

มาเป็นเพื่อนกันนะ! @Thisisgame

เพิ่มเพื่อน

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

คนเล่นเกมมือถือ

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คุณพ่อดัดแปลงจอย Xbox เข้า Nintendo Switch ให้ลูกสาวที่พิการ
เรื่องราวดีๆ จากประเทศอังกฤษเกี่ยวกับจอยเกม Adaptive Controller
เก่าแต่เก๋า! Nintendo Switch ออก Controller รุ่นใหม่ลายเครื่อง NES (แฟมิคอม)
เพื่อต้อนรับบริการ Nintendo Switch Online ที่จะมีเกมสมัยแฟมิคอมให้เล่นเพียบ
อะไรน๊ะ!? Xbox One ออกจอย Controller รุ่นใหม่แบบกันไขมันให้กับเกม PUBG!
ชนะแล้วกินไก่ หรือกินมันฝรั่ง กินขนมอะไร ไม่ต้องเช็ดมือแล้วหยิบมาเล่นเกมต่อได้เลย..