รีวิว
Thai
Posted by : TF_may2greview 
07-02-2019 13:03 view : 1004
[รีวิว] Resident Evil 2 Remake: การกลับมาของเกมสยองขวัญระดับตำนาน ที่จะพาคุณย้อนอดีตความหลอนในแบบฉบับปรังปรุงใหม่

 

ถ้าจะพูดถึงเกมในระดับตำนานที่ขึ้นชื่อเรื่องความสยองขวัญและน่ากลัว ที่ได้รับคำชื่นชมจากสื่อและมีแฟนเกมติดตามมากมายทั่วโลก เกมที่เรามีความทรงจำในอดีตวัยเด็ก เชื่อว่าซีรี่ส์ Resident Evil จะต้องติดอยู่ใจใครหลายคนแน่นอน โดยอย่างยิ่งภาคที่แฟนๆ อยากให้ Capcom นำมา Remake ปัดฝุ่นทำใหม่เหลือเกินอย่าง Resident Evil 2 กับตัวละครยอดนิยม Leon และ Claire ที่เราโปรดปราน และในที่สุด ณ งาน E3 2018 ฝันของแฟนเกมก็เป็นจริง ถึงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Resident Evil 2 Remake มาจนวันนี้ที่ตัวเกมได้วางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คำถามคือมันกลับมาได้อย่างสมศักดิ์ศรีดีเทียบเท่าเกมในสมัย 21 ปีที่แล้วหรือไม่?

 

 

Resident Evil 2 วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1998 บนเครื่อง PlayStation One เกมแนว Horror Survival เอาชีวิตรอดหนีตายจากเมือง Racoon City แน่นอนว่าเกมในเวอร์ชั่น Remake เองยังคงเนื้อเรื่องเค้าโครงดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทว่ากลับมีความสดใหม่ขณะเล่นด้วยการตีความตัวเกมในหลายด้านใหม่ ทั้งมุมกล้อง, การดีไซน์ตัวละคร และเกมเพลย์ซึ่งเราจะนำมาแยกอธิบายดังต่อไปนี้

 

 

เนื้อเรื่อง

 

 

กล่าวถึงตัวละครหลัก 2 ตัวจับพลัดจับผลูบังเอิญมาพบกันอย่าง Leon S. Kennedy นายตำรวจหนุ่มหน้าใหม่ซึ่งมาประจำการที่สถานีตำรวจ Racoon ในวันแรก กับนักศึกษามหาวิทยาลัยอย่าง Claire Redfield ที่มาตามหาพี่ชายซึ่งเป็นตำรวจเช่นเดียวกันแต่หายตัวไป (Chris Redfield จากเหตุการณ์ในภาค 1) ซึ่งคุณสามารถเริ่มเกมเป็น Leon หรือ Claire ก็ได้ในการเล่นครั้งแรกแบบ A และเมื่อจบการเล่นแบบ A แล้วคุณจะได้เล่นใหม่ในเนื้อเรื่องเวอร์ชั่นแบบ B ซึ่งจะเฉลยเหตุการณ์หรือช่องว่างที่คุณไม่พบขณะเล่นแบบ A ทว่าจุดนี้ก็มีข้อเสียบางอย่างเพราะในการเล่นแบบ B นั้นอันที่จริงหลายอย่างก็ไม่สมเหตุสมผล เพราะทั้ง 2 ตัวละครต้องเจอเหตุการณ์เหมือนกันเป๊ะๆ เด๊ะๆ เพียงแต่จะแตกต่างในรายละเอียด เช่น อาวุธที่ใช้ Boss ที่เจอ และตัวละครที่เราเจอ (Leon เจอ Ada ส่วน Claire เจอ Sherry) ถ้าจะวิจารณ์ตรงๆ เนื้อเรื่องก็ดูไม่ต่อเนื่องเท่าใดนัก เมื่อเทียบกับภาคดั้งเดิมที่บางอย่างจะเจอเฉพาะรูท A หรือ B เท่านั้น (แต่ในภาค Remake เจอเหมือนกันทั้ง 2 รูทในหลายๆ อย่าง อาทิ Mr. X)

 

 

กราฟิก

 

 

ด้วยเวลากว่า 20 ปี การพัฒนาของเทคโนโลยีนั้นก้าวไกลไปหลายขั้น เกมพัฒนาด้วย Engine ใหม่อย่าง RE engine ซึ่งใช้สร้างเกมอย่าง Resident Evil 7 และ Devil May Cry 5 กราฟิกในภาค Remake นั้นทำออกมาได้อลัง สมเป็นเกมสมัยใหม่ ทั้งตัวละครที่ใช้นักแสดงจริงมาทำ Motion Capture ดังนั้นใบหน้าที่เราเห็นภายในเกมจึงบอกเล่าอารมณ์และถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้สมจริง คุณจะเห็นสิ่งเล็กน้อยที่ไม่สามารถทำได้ในสมัย 20 ปีที่แล้ว ฉากคัทซีนต่างๆ งดงามเสมือนกำลังชมภาพยนตร์ อันที่จริงขณะเล่นเองกราฟิกก็แทบจะไม่ต่างอะไรจากฉากคัทซีนเลย

 

 

แต่สิ่งที่ต้องชมคือบรรยากาศสภาพแวดล้อมภายในเกมที่ทำออกมาได้หลอนสยองเสมือนฝันร้ายบทใหม่ที่เหล่าตัวละครต้องเผชิญ สถานีตำรวจที่เต็มไปด้วยทางเดินแคบๆ ชนิดไร้แสงไฟ ยกเว้นไฟฉายจากตัวละครเรา มันทำให้เราได้ลุ้นและกดดันถึงสิ่งที่จะพบเจอข้างหน้า แม้คุณจะเคยเล่นเกมนี้มาก่อนแล้วก็ตาม แต่ก็อดไม่ได้ที่จะผวาเมื่อเดินไปในทางเดินแคบๆ เหล่านี้ เรื่องความบีบคั้นของบรรยายากาศเอาคะแนนเต็มไปเลย

 

เกมเพลย์

 

 

ยกเครื่องใหม่แทบจะทั้งหมด ทั้งมุมกล้องที่เปลี่ยนจาก Fixed Camera เป็นแบบ Over the Shoulder ในมุมมองบุคคลที่ 3 คล้ายเกม Resident Evil ในภาคที่ 4 แทน ซึ่งมันกับเข้ากับเกมเพลย์และกราฟิกใหม่อย่างไม่น่าเชื่อ ความน่ากลัวไม่ได้ลดน้อยลง เกมยังคงเน้นการบริการจัดการสิ่งของจำเป็นอย่างกระสุนและยาเช่นเดิม คุณจะไม่เคยรู้สึกว่ามันมีมากพอ จะ 1 นัดก็มีค่า เกมได้เพิ่มเติมระบบใหม่ๆ ที่ภาคเก่าไม่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการคราฟต์ (จริงๆ Resident Evil 3 ทำได้แต่ภาค 2 ในปี 1998 ไม่มีระบบนี้) คุณสามารถคราฟต์กระสุนได้จาก Gunpowder หรือผสมสมุนไพรเพื่อช่วยในการรักษาและสามารถ Barricade หน้าต่างโดยเอาไม้ที่เก็บได้ตามฉากตอกปิดกันซอมบี้ ก็จะช่วยลดจำนวนซอมบี้ตามทางเดินบริเวณที่ต้องกลับไปเทียวมาบ่อยๆ การเก็บกระเป๋าเพื่อเพิ่มจำนวนช่องให้ใส่ของได้มากขึ้น และ Puzzle ปริศนายังมีให้แก้ไขเช่นเดิม ซึ่งก็ไม่ได้ยากมากมายอะไรนัก การเล่นสามารถทำได้ 2 รอบ คือรูท A และ รูท B ที่จะปลดล็อคหลังเล่นจบครั้งแรก (ด้วยตัวละครใดก็ได้)

 

 

นอกจากนี้หากคุณจบทั้ง 2 เรื่องราวทั้ง A และ B ก็ยังจะปลดล็อคโหมดพิเศษอย่าง The 4th Survivor ซึ่งจะได้บังคับเป็น Hunk หน่วยปฏิบัติการพิเศษของ Umbrella และหากคุณจบโหมด The 4th Survivor ก็ยังจะปลดล็อค Tofu Mode ซึ่งสามารถบังคับเป็น Tofu หรือเจเจ้าตัวเต้าหู้สุดฮาได้อีกด้วย เรียกได้ว่าคุ้มค่าคุ้มราคาทุกบาททกสตางค์ และในอนาคต Capcom ก็จะยังมี DLC ฟรีปล่อยออกมาให้เล่นกันอีก ในเร็วๆ นี้ก็คือ Ghost Survivors Mode จุดที่น่าประทับใจที่สุดของเกมเพลย์คือเกมยังมีการต่อสู้ Boss Fight ที่น่าจดจำ อาวุธชีวิภาพหรือศัตรูในเกมมีความน่ากลัว ไม่ว่าจะเป็น Mr. X (Tyrant) หรือ G (หลายร่าง) ก็ตาม รวมไปจนถึงเจ้า Licker และ Cerberus

 

เสียงและดนตรี

 

 

เกมยังได้นักประพันธ์ท่านเดิมอย่างคุณ Shusaku Uchiyama ซึ่งทำเพลงให้ภาคหลักในปี 1998 และในหลายฉากเกมก็แอบใส่ Soundtrack แบบเก่าหรือ Original เข้ามาในภาค Remake เป็น Easter Eggs ด้วยให้แฟนหายคิดถึง (เช่นการเข้ามาที่สถานีตำรวจในฉากแรก หรือการเปิด Switch ไฟในห้อง Save ครั้งแรก) ทว่าหากคุณอยากได้ Soundtrack แบบเก่าทั้งเกมจำเป็นต้องซื้อตัวเกมในฉบับ Deluxe Edition ส่วนดนตรีในฉบับ Remake ทำได้เข้ากับบรรยากาศตัวเกมตามาตรฐาน ทว่าผู้เขียนไม่ได้รู้สึกว่ามันดีหรือแย่กว่าภาคดั้งเดิมด้วยความที่ตัวเกมจะเน้นความเงียบมากกว่า และดนตรีจะบรรเลงในฉากสำคัญๆ Moment ที่ทำให้คุณตกใจ หรือการต่อสู้กับ Boss เท่านั้น เสียงร้องโหยหวนของซอมบี้หรือการพากย์ของตัวละครทำได้ตามมาตราฐานเกมยุคใหม่ 

 

 

สรุปภาพรวม

 

 

โดยรวมแล้ว Resident Evil 2 Remake นั้นกลับมาได้อย่างสมเกียรติสมศักศรีดิ์ไม่แพ้เกมเวอร์ชั่นดั้งเดิมที่เคยทำไว้ในปี 1998 หลายอย่างถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับยุคสมัยใหม่ ทั้งกราฟิกและเกมเพลย์เพื่อเอาใจผู้เล่นรุ่นใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมเกมเดิมมาก่อนให้สามารถสนุกไปกับตัวเกมได้ ในขณะเดียวกันก็ยังคงความขลังของเนื้อหาและเรื่องราวหลักของซีรี่ส์เพื่อเอาใจแฟนรุ่นเดอะเมื่อสมัย 20 กว่าปีก่อนเช่นกัน ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าเกมจะเปลี่ยนจนไม่เหลือเค้าเดิมสำหรับแฟนรุ่นเก่าและไม่ต้องกลัวจะงงกับเรื่องราวสำหรับแฟนรุ่นใหม่ เพราะ Resident Evil 2 มีการเล่าเรื่องที่ตรงไปตรงมาเข้าใจง่าย เน้นการเอาตัวรอด Survival และความสยองขวัญของสถานการณ์ Horror มากกว่า สรุปแล้วนี่คือเกมระดับ AAA ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

 

ข้อดี

+ เกมเพลย์ที่ผสมผสานรูปแบบการเล่นที่หลากหลาย สนุกไม่น่าเบื่อ โดยปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ทั้งยังคงความหลอนในแบบเวอร์ชั่นดั้งเดิม

+ ปริศนาที่ท้าทาย และ Boss Fight ที่น่าจดจำ

+ ความคุ้มค่าคุ้มราคา โหมดใหม่มากมายหลังจบเนื้อเรื่องหลัก DLC ฟรีในอนาคตสำหรับตัวละครเสริม

+ กราฟิกที่และองค์ประกอบศิลป์ที่ทำออกมาได้สวยงาม สยดสยอง น่าจดจำไม่แพ้ภาคดั้งเดิม บรรยากาศความสยองขวัญที่ทำมากดดันผู้เล่นได้ดี

 

ข้อเสีย

- เนื้อเรื่องรูท A และ B ที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลนักและมีความคล้ายกันในหลายจุด ซึ่งทำให้รู้สึกไม่ประติดประต่ออย่างน่าเสียดาย

 

SCORE : 9/10

 

มาเป็นเพื่อนกันนะ! @Thisisgame

เพิ่มเพื่อน

 

เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ 

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

คนเล่นเกมมือถือ

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ย้อนรอย! Resident Evil 6 ภาคนี้ก็มีดีและสิ่งที่ต่างจากภาคอื่น
ไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ๆ อย่างที่คุณคิด
มาแล้ว! Mod ซับไตเติ้ลภาษาไทยสำหรับเกม Resident Evil 7
ผลงานจากคนแปล Mod ภาษาไทยในเกม Resident Evil 2 อีกแล้วครับท่าน