กำลังเข้าสู่ TIG ภายใน วินาที กรุณารอซักครู่
 รีวิว
Global
Posted by : TF_Youryu 
08-12-2020 11:16 view : 1599
[รีวิว] Dragon Quest XI S: Echoes of an Elusive Age - Definitive Edition เกมตำนานผู้กล้ากลับมาอีกครั้งด้วยองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นกว่าเดิม

 

Dragon Quest XI S: Echoes of an Elusive Age - Definitive Edition เกม JRPG ฉบับสมบูรณ์ที่กลับมาอีกครั้ง โดยการกลับมาในครั้งนี้ ทางผู้พัฒนาเกมยืนยันว่าได้มีการเพิ่มองค์ประกอบต่าง ๆ เข้ามาในเกมอีกจำนวนมาก โดยภายในเกมนี้ผู้เลล่นจะได้รับบทเป็น The Luminary ผู้กล้าคนใหม่พร้อมด้วยกองทัพเพื่อนร่วมทางที่มีเอกลักษณ์ ผู้เล่นจะได้สนุกกับเนื้อหาและเกมเพลย์กว่า 100 ชั่วโมงในเนื้อเรื่องสุดตื่นเต้น ผู้กล้าที่ถูกไล่ล่าคนนี้จะต้องเดินทางข้ามทวีปและมหาสมุทรอันกว้างใหญ่เพื่อเปิดโปงอดีตที่ซุกซ่อนไว้ของตน และต่อสู้กับภัยคุกคามครั้งใหญ่ที่ต้องการทำลายล้างโลกใบนี้ การผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ครั้งนี้ได้ถูกเนรมิตให้มีชีวิตโดย Yuji Horii ผู้สร้างซีรีส์ , อาจารย์ Akira Toriyama ผู้ออกแบบตัวละคร และนักประพันธ์คนดัง Koichi Sugiyama

 

ในรีวิวนี้จะพาทุกท่านมาพบกับจุดเด่นของเกม Dragon Quest XI S: Echoes of an Elusive Age - Definitive Edition ว่าจะน่าสนใจมากขนาดไหนครับ

 

 

อนึ่ง... การรีวิวนี้เกิดขึ้นบน PS4 Slim และเป็นการรีวิวในวันที่ 6 ธันวาคม 2563 หากผู้อ่านกลับมาอ่านในภายภาคหน้า ข้อสังเกตบางข้ออาจมีแพทช์ออกมาแก้ไขเรียบร้อยแล้วก็เป็นได้

 

อสอง... ภายในรีวิวนี้จะมุ่งเน้นไปที่ระบบที่เพิ่มเข้ามาในเกมเวอร์ชั่น Dragon Quest XI S: Echoes of an Elusive Age - Definitive Edition ซึ่งหากผู้อ่านคนใดต้องการอ่านรีวิวเกมต้นฉบับอย่าง Dragon Quest XI ก็สามารถมาอ่านได้ที่นี่ครับ >>คลิก<<

 

โหมดการเล่นแบบ 2 มิติที่คุ้นตา

 

 

ประเด็นแรกที่ต้องพูดถึงเลยภายในเกม Dragon Quest XI S: Echoes of an Elusive Age - Definitive Edition ก็คือตัวเลือกที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถเล่นเกมนี้ในรูปแบบเกม 2 มิติ 16-bit สุดคลาสสิกได้ แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นภาพกราฟิกยุคเก่าที่มาพร้อมเกมเพลย์ต่อสู้ที่คุ้นตา แต่คุณภาพกราฟิก และสีสันของเกมนั้นสวยงามสมกับเป็นเกมยุคใหม่อย่างมาก

 

 

สิ่งที่ผู้เขียนประทับใจก็คือผู้เล่นสามารถสลับการเล่นเกมระหว่างโหมด 2 มิติ กับ 3 มิติได้ตลอดเวลา โดยไปเปลี่ยนรูปแบบได้ที่โบสถ์ตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างไรก็ตามการดำเนินเนื้อเรื่องของแต่ละโหมดนั้นจะไม่ต่อเนื่องกัน สมมติว่า หากผู้เล่นเล่นรูปแบบกราฟิก 3 มิติไปสักประมาณ 3 ชั่วโมง เมื่อสลับมาเล่นกราฟิกแบบ 2 มิติ ผู้เล่นจะต้องเริ่มเล่นตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่ผู้เลล่นก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะว่าไอเทมทั่วไป , ทอง และ EXP ทั้งหมดที่เล่นมาในโหมด 3 มิตินั้นจะถูกส่งต่อมาใช้งานในโหมด 2 มิติด้วย ฉะนั้นก็ไม่ต้องกังวลใจว่าเราจะต้องมาลำบากตั้งแต่ต้นเกมใหม่อีกครั้ง (ในทางกลับกันหากผู้เล่นเลือกเล่น 2 มิติก่อน แล้วจะสลับมา 3 มิติก็ต้องเริ่มเล่นใหม่เช่นกัน)

 

เสียงพากย์ญี่ปุ่นมาถึงแล้ว!

 

 

เป็นสิ่งที่ผู้เขียนรอคอย และสมหวังมากที่สุดในเกมเวอร์ชั่นนี้ นั่นก็คือในที่สุดเกม Dragon Quest XI S: Echoes of an Elusive Age - Definitive Edition ก็มาพร้อมตัวเลือกใหม่ที่จะรองรับการเลือกเสียงพากย์ได้ 2 ภาษาก็คือ ภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น ฉะนั้นหากใครที่อยากจะผจญภัยไปในเกม JRPG สุดอลังการเกมนี้ในเสียงพากย์ญี่ปุ่นก็ไม่ควรพลาดเลยล่ะครับ

 

ดนตรีประกอบสุดอลังการ

 

 

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ถูกเพิ่มขึ้นมาที่ผู้เขียนรับรองได้ว่าแฟนเกมจะต้องชื่นชอบมากแน่ ๆ นั่นก็คือดนตรีประกอบที่ในครั้งนี้อลังการกว่าเดิมด้วยดนตรีแบบซิมโฟนีออร์เคสตรา ที่จะทำให้การออกเดินทางผจญภัยในเกมนี้ยิ่งใหญ่ และสมภาคภูมิมากยิ่งขึ้น แต่ในทางกลับกัน หากผู้เล่นคนไหนที่อยากกลับมาฟังดนตรีสังเคราะห์แบบต้นฉบับก็สามารถทำได้เช่นกัน ฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่าเกมนี้ถูกทำออกมาเพื่อทุกคนอย่างแน่นอน

 

โหมดถ่ายภาพ ที่พร้อมเก็บทุกความทรงจำ

 

 

อีกหนึ่งโหมดที่ถูกเพิ่มเข้ามาในเกมเวอร์ชั่น Definitive Edition นั่นก็คือโหมดถ่ายรูปที่เกมนี้ได้ทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว โดยผู้เล่นสามารถเลือกโพสท่าในการถ่ายรูปได้ เช่น โบกมือ , ชูนิ้วโป้ง , ร้องไห้ และอื่น ๆ รวมไปถึงยังสามารถสั่งให้ตัวละครภายในเฟรมนั้นหันมามองกล้องได้ ซึ่งถือว่าเป็นระบบที่ดีมาก ๆ

 

อย่างไรก็ตามน่าเสียดายที่เอฟเฟกต์ประกอบการถ่ายรูปนั้นไม่มีมาให้เลือกเท่าไหร่นักนอกจากการเบลอฉากหลัง ทำให้โหมดถ่ายรูปภายในเกมนี้ดูดี แต่ยังไปไม่สุดอย่างน่าเสียดาย

 

ระบบภารกิจ Draconian

 

 

หากการเล่นเกมธรรมดามันน่าเบื่อเกินไปผู้เขียนขอแนะนำระบบใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในเกม Dragon Quest XI S: Echoes of an Elusive Age - Definitive Edition นั่นก็คือ Draconian Quest หรือภารกิจ Draconian ที่จะทำให้การเล่นเกมของผู้เล่นนั้นโหด และสนุกมากยิ่งขึ้น ซึ่งระบบนี้เหมาะสมกับผู้เล่นที่คิดว่าเกมนี้ง่ายเกินไป หรือผู้เล่นคนไหนที่อยากลองเล่นเกมแบบฮาร์ดคอร์ดู ระบบนี้คือคำตอบเลยล่ะครับ

 

โดยระบบภารกิจ Draconian ที่เพิ่มเข้ามานี้ก็มีตัวเลือกให้ผู้เล่นปรับแต่งความโหดของการเล่นเกมนี้ได้มากขึ้น เช่น ห้ามผู้เล่นใช้งานร้านค้าเลย (ไอเทมที่ใช้งานต้องหาจากการผจญภัยเท่านั้น) , ลดค่าประสบการณ์ที่ได้หากต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่อ่อนแอกว่ามาก ๆ , ศัตรูโหดขึ้นอย่างมาก , หากตัวละครเอกตาย จะทำให้ทั้งปาร์ตี้แพ้ทันที เป็นต้น โดยหลังจากที่ผู้เขียนลองใช้ระบบนี้บางส่วน ก็ยอมรับเลยว่าเหมือนได้เล่นเกม Dragon Quest XI ในระดับความยากสูงสุด ยิ่งถ้าเปิดภารกิจนี้ทั้งหมด เรียกว่าเหมือนเราได้เล่นเกมใหม่เลยทีเดียว ทำให้คุณค่าในการเล่นเกมนี้ซ้ำนั้นสูงมากยิ่งขึ้น

 

การปรับปรุงประสบการณ์การเล่นเกม

 

ภายในเกมเวอร์ชั่นนี้ทางผู้พัฒนาเกมได้เพิ่มองค์ประกอบต่าง ๆ มาให้ผู้เล่นได้ใช้งานกันจำนวนมาก ซึ่งผู้เขียนชื่นชอบเป็นอย่างมาก โดยตัวอย่างระบบที่ถูกเพิ่มเข้ามา รวมไปถึงระบบที่น่าสนใจ เช่น

 

 

การปรับความเร็วในการต่อสู้ – ผู้เล่นสามารถเพิ่มความเร็วในการต่อสู้ได้สูงสุด 2 ระดับนั่นก็คือ เร็ว และเร็วมาก ซึ่งการปรับระดับความเร็วนี้จะทำให้ผู้เล่นผ่านด่านในการต่อสู้ได้เร็วมากขึ้น เหมาะกับผู้เล่นที่ชื่นชอบการเสพย์เนื้อเรื่องเป็นหลัก หรืออาจจะใช้เวลาในการต่อสู้ให้น้อยลง

 

 

ตัวใบ้เควส – เกมนี้เป็นเกม RPG ที่ผู้เล่นจะต้องดำเนินเนื้อเรื่องที่มี อย่างไรก็ตามหลายๆ ครั้งผู้เล่นอาจจะหลงทางได้ ผู้เล่นอาจจะลืมว่าต้องเดินไปทางไหน ซึ่งระบบตัวใบ้เควสนี้จะปรากฎเหนือตัวละคร NPC ภายในเกมเป็นบอลลูนคำพูดสีมพู ซึ่งตัวละครเหล่านี้จะคอยบอกใบ้ให้ว่าเราต้องเดินไปทางไหนต่อ

 

 

ระบบกลางวันกลางคืน – อีกหนึ่งระบบที่น่าสนใจอย่างมาก โดยเวลาในกลางวันและกลางคืนนี้ภายในเกมนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนสีท้องฟ้าเท่านั้น แต่ที่น่าสนใจก็คือมอนสเตอร์ภายในเกมนี้จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยตามเวลลาที่ผู้เล่นออกผจญภัย ฉะนั้นแม้ว่าผู้เล่นจะผจญภัยในแผนที่เดิม แต่มอนสเตอร์ที่เจอ จะมีบางตัวเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

 

 

การรีเซ็ตสกิล – ผู้เล่นสามารถรีเซ็ตสกิลที่อัปเกรดไปได้ในโบสถ์ หรือแคมป์ (ภายใต้คำสั่ง Rectification) ซึ่งระบบนี้จะทำให้ผู้เล่นเปลี่ยนสไตลล์การเล่นได้ตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวว่าอัปสกิลผิดแล้วจะต้องเริ่มเล่นใหม่ หรือจะทำให้ตัวละครของเราอ่อนแอลงไปแต่อย่างใด และด้วยการรีเซ็ตสกิลนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นทดลองการปั้นตัวละครได้หลากหลายรูปแบบอีกด้วย

 

เนื้อหาเจาะลึกของแต่ละตัวละคร

 

 

อีกหนึ่งระบบที่ถูกเพิ่มเข้าใจ และผู้เขียนมั่นใจว่าจะต้องถูกใจผู้เล่นสายเสพย์เนื้อเรื่องอย่างแน่นอน โดยภายในเกมเวอร์ชั่นนี้จะมีการเพิ่มเนื้อหา Side Story ของตัวละละครต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เล่นได้ความรู้จักกับเหล่าพรรคพวกให้มากกว่าที่เคยด้วยเนื้อหาเสริมที่แยกออกไปตามบุคคลและการผจญภัยใหม่ ๆ ฉะนั้นหากใครคิดว่าเกมเวอร์ชั่นนี้คือการเล่นเกมเดิมซ้ำ ๆ บอกเลยว่าไม่เป็นเช่นนั้นแน่นอน

 

สรุปการรีวิว

 

 

Dragon Quest XI S: Echoes of an Elusive Age - Definitive Edition เป็นเกมที่ถูกทำออกมาเหมือนกับเป็นเกมภาคพิเศษที่ถึงแม้ว่าผู้เล่นอาจจะเคยเล่นมาแล้ว แต่การกลับมาเล่นเกมนี้อีกครั้ง ก็จะมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่แตกต่างออกไปจากเดิมมากพอสมควรเลยทีเดียว

 

ส่วนตัวผู้เขียนขออนุญาตให้คะแนนเกมนี้ที่ 9.5 เต็ม 10 ครับ ซึ่งผู้เขียนขอย้ำว่า รีวิวนี้ รวมถึงคะแนนนี้เป็นมุมมองของผู้เขียนเท่านั้น แฟนเกมคนอื่น ๆ อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันก็ได้ครับ

 

จุดเด่น

- เสียงพากย์ญี่ปุ่นที่ทำให้ผู้เล่นที่ชื่นชอบอินมากยิ่งขึ้น

- โหมด 2 มิติที่ทำให้เกมนี้กลับดูความคลาสสิคอีกครั้ง

- ดนตรีประกอบที่ถูกทำออกมาได้อลังการ และรองรับการเปลี่ยนตามความต้องการ

- ภารกิจ Draconian ที่ทำให้คุณค่าในการเล่นซ้ำสูงขึ้น

- การเพิ่มฟีเจอร์มากมาย ที่ทำให้การเล่นเกมนี้สนุกมากยิ่งขึ้น

- เนื้อหาเสริมที่เจาะลึกในแต่ละตัวละคร

 

จุดสังเกต

- โหมดถ่ายรูปที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้

 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ BANDAI NAMCO Entertainment ที่เอื้อเฟื้อและสนับสนุนเกมมาให้เราได้รีวิวกันในครั้งนี้ด้วยครับ หากใครต้องการซื้อเกมนี้ไปเล่นสามารถสั่งซื้อได้ที่นี่เลย​ : PlayStation 4Xbox One / Windows 10Steam และ Epic Games Store 

 

ภาพ Screenshots

 

 

 

 

อย่าลืม! กด Subscribe และกดกระดิ่ง ที่

Youtube Channel

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

คนเล่นเกมมือถือ

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เผยวัน! Dragon Quest Tact เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบทั่วโลก 27 ม.ค. นี้
เกมมือถือแนว Tactical RPG ที่จะพาเราไปตะลุยโลกแห่งมอนสเตอร์
ลือหนัก! Final Fantasy VII: Remake อาจเปิดตัวเวอร์ชั่น PS5 ก.พ. นี้
พร้อมแง้มอาจมีการเผยโฉมโปรเจ็คใหม่ๆ จาก Square Enix ในเวลาไล่เลี่ยกัน
เปิดตัว Crisis Core: Final Fantasy VII ฉบับรีมาสเตอร์ Fanmade
เมื่อแฟนคลับรอให้ทางค่ายรีมาสเตอร์ไม่ไหวก็เลยขอจัดการเองเสียเลย
Square Enix เปิดให้ทดลองเล่น 'Tomb Raider Reloaded' บนสโตร์ไทยแล้ว
เกม Action Arcade ที่พา Lara Croft กลับมาโลดแล่นอีกครั้งบนมือถือ