รีวิว
Global
Posted by : TF_may2greview 
11-02-2019 15:49 view : 3366
[รีวิว] Tom Clancy's The Division 2 (Private BETA) การกลับมาอีกครั้งของหน่วยปฏิบัติการ Agent

 

หลังจากประเทศสหรัฐอเมริกาโดนโจมตีจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายด้วยไวรัสสายพันธ์ใหม่ที่แพร่ระบาดผ่านทาง ‘ธนบัตร’ ผู้คนต่างติดเชื้อจากการแพร่กระจายที่รวดเร็ว โดยเฉพาะในวัน Black Friday ที่คนออกมาจับจ่ายซื้อของทำให้เมืองใหญ่ๆ ต้องตกอยู่ในสภาวะอัมพาต โดยภาคแรกนั้นจะดำเนินเรื่องในมหานคร New York ทว่าในภาคที่ 2 จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดต่อเนื่องหลังจากภาคแรก 7 เดือน และความหายนะคลืบคลานเข้ามาสู่กรุง Washington D.C. เราในฐานะ Agent สังกัดหน่วย The Division ซึ่งเป็นหน่วยที่จัดตั้งขึ้นมาควบคุมดูแลในยามที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเกิดภัยฉุกเฉินร้ายแรง เรามีหน้าที่คือช่วยเหลือผู้คน ต่อสู้กับเหล่าอธรรม รักษาความสงบสุขในเมืองให้กลับคืนมา 

 

 

ต้องเท้าความก่อนว่าเกม Tom Clancy's The Division เป็นเกมออนไลน์ แม้คุณจะเล่นคนเดียวก็ไม่สามารถออฟไลน์ได้ ต้องต่อเน็ตตลอดเวลา (แปลว่าเวลาเล่นคุณจะ Pause หยุดเกมไม่ได้ สมมติปรับแต่งปืนอยู่ถ้าศัตรูมายิงหรือโดน PvP ก็มีตาย) อันดับแรกเลยสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปสำหรับ The Division 2 ในตัว Private Beta คือคุณไม่สามารถสร้างตัวละครได้แบบภาคแรก ตัวละครจะเป็น Random สุ่มเอา (ทั้งชายและหญิง รวมไปถึงเชื้อชาติสีผิว) ก็ไม่รู้ว่าตัวเต็มจะ Customize หน้าตา, สีผิว, ทรงผมได้แบบเก่าหรือไม่ เริ่มต้นเกมมาคุณจะต้องปราบกลุ่มก่อความไม่สงบแล้วไปรายงานตัวที่ทำเนียบขาว ซึ่งจะเป็น base of operations ฐานกำลังหลักในภาคนี้ 

 

 

สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างที่สองในภาคนี้ก็คือตัว Skills และ Perks เพราะจะไม่ได้แบ่งสาย 3 สายอย่างในภาคเก่าแล้ว ภาคแรกการอัพ Abilities จะมี 3 สายคือ Tech, Medical และ Security แต่ในภาคนี้เวลาอัพสกิลคุณต้องทำการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่และอัพได้เพียงที่ทำเนียบขาวเท่านั้น ซึ่งจะแบ่งเป็น Skills โดยจะมี Gadget ต่างๆ ให้เลือกใช้ อาทิ Drone, Seeker Mine หรือ Turret ส่วนหน้า Perks ก็จะสามารถอัพการเพิ่ม slot ปืน, การเพิ่มช่องในกระเป๋า Inventory, เพิ่มช่องเก็บของ Stash ไปจน การ Mod ปืนต่างๆ ซึ่งในส่วนของ Perks จะมีหลาย Tier บาง Perks อาจมีถึง 5 Tier 

 

 

จุดนี้ผู้เขียนมองว่าเป็นการเปลี่ยนที่ดี เพราะคุณจะสามารถใช้อุปกรณ์ได้หลากหลายโดยไม่จำกัดแค่ 3 สายอีกต่อไป เพราะในแต่ละอุปกรณ์จะมีการอัพแยกย่อยภายในอีก เช่น Drone จะมี Drone ที่ใช้ในการ Heal ไปจนแบบที่ใช้ระเบิดศัตรู เป็นต้น ซึ่งแต้มที่ใช้อัพจะเป็น SHD Tech ได้มาจากการทำภารกิจ นอกจาก Skills และ Perks แล้วจะมีส่วนของ Staff Rooster เข้ามาด้วย นั่นคือการปลดล็อค NPC เพื่อใช้ Feature พิเศษ ซึ่งส่วนใหญ่จะได้มาจากการทำภารกิจเช่นกัน อาทิ การ Crafting หรือการเข้า Dark Zone แต่ละส่วนจะมีเจ้าหน้าที่แยกไปให้เราปลดล็อคตามเนื้อเรื่อง

 

 

การเปลี่ยนแปลงอย่างที่ 3 ก็คือในภาคเก่าเราจะต้องทำการ Upgrade Base หรือฐานของเรา ซึ่งจะมีหน่วยงานแยกเป็น 3 หน่วยงาน Tech Wing, Medical Wing และ Security Wing แต่ในภาคนี้ Base ของเราจะรวมสิ่งที่อัพเกรดได้ไว้ที่เดียวทั้งหมด ไม่มีการแยกสายแล้ว แปลว่าคุณไม่ต้องใช้แต้มอัพแบบเก่าที่แยกตามสาย เช่น ถ้าคุณจะอัพด้านการแพทย์การปฐมพยาบาล คุณก็ต้องไปทำภารกิจเก็บแต้ม Medical มา ภาคนี้คุณไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว โดยภาคนี้การอัพเกรดทำผ่านภารกิจตามเนื้อเรื่อง รวมถึงเงื่อนไขใหม่แทน อาทิ การบริจาคสิ่งของที่ NPC ต้องการ (เหล็ก, ผ้า ฯลฯ ซึ่งก็หาเก็บได้ตามฉาก) หรือ ทำภารกิจย่อยพิเศษอื่นๆ ให้ตรงเงื่อนไข ซึ่งคุณจะได้รางวัลเป็น Blueprints นำไปคราฟต์ปืนหรือปุกรณ์สวมใส่ได้

 

 

ในด้านเกมเพลย์นั้นผู้เล่นยังคงปรับแต่งอาวุธและการสวมใส่ของตัวละครได้เช่นเคย ของที่ Drop จากการทำภารกิจก็จะแยกเป็นสี เช่น สีขาว, เขียว, ฟ้า ตามระดับความ Rare ซึ่งหากคุณสวมใส่ Brand Set เดียวกันก็จะให้ค่าโบนัสเพิ่มอีก คล้ายระบบ Gear Set ในภาคแรก ทว่าคุณไม่จำเป็นต้องใส่ครบ Set เพราะคุณใส่ 1 ชิ้นก็จะได้โบนัสที่ระบุตามชนิดของ Brand นั้นๆ ทันที จุดนี้ค่อนข้างชอบเพราะทำให้เกมเล่นได้ง่ายขึ้นตั้งแต่ต้นเกม ต่างจากในภาคแรกที่ Gear Set จะเป็นอะไรที่สำคัญหลัง end game มากกว่า

 

 

ภารกิจที่มีให้ทดลองใน Private Beta นั้นมีภารกิจ Main Story 2 ภารกิจ และภารกิจรอง Side Mission อีกจำนวน 5 ภารกิจ ซึ่งจะปลดล็อคได้จากการคุยกับ NPC และยังมี Activities ย่อยอีกมากมาย รวมถึงสามารถทดลองเล่น Dark Zone ได้ หากทำภารกิจหลักสำเร็จ โดยตัวเต็มจะมีถึง 3 แห่ง Dark Zone West, Dark Zone East, และ Dark Zone South ในตัว Beta เราจะได้ทดลองเล่น Dark Zone East แต่ละที่จะมีความแตกต่างทางสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อการรับมือของเรา และยังมีโหมด PvP ให้ลองด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ Ubisoft ยังได้ใส่ Endgame มาให้เล่นคือตัวละคร LV30 มี 3 สาย Survivalist, Sharpshooter และ Demolitionist ด้วย แต่ละสายจะมีอาวุธพิเศษแตกต่างกันไป Rifle, Crossbow และ Grenade Launcher 

 

หลังจากทดสอบรู้สึกว่าเกมเพลย์ยังคงมีความสนุกในแบบที่ Division ควรเป็น (เพลงภาคนี้มันส์กว่าเก่านะ แต่กลุ่มศัตรูค่อนข้างบ่นซ้ำประโยคเดิมจนฟังแล้วน่ารำคาญไปบ้าง) และด้วยการเปลี่ยนแปลงด้าน Skill, Perk เกมมีความเล่นง่ายสะดวกสบายมากขึ้น Ubisoft เคยกล่าวไว้ว่าผู้เล่นจะสามารถเล่นภารกิจ Main Campaign จนจบด้วยตัวคนเดียวได้ (ซึ่งหากใครเคยเล่นภาคแรกมาจะรู้เลยว่ายากมากที่จะเล่นจบด้วยตัวคนเดียวได้!) แต่อย่างไรซะผู้เขียนก็รู้สึกว่าเกมนี้เล่นกับเพื่อนสนุกกว่าอยู่ดี ซึ่งเราจะ Co-op กับเพื่อนได้สูงสุด 4 คน หากคุณไม่มีเพื่อนสามารถใช้ระบบ Matchmaking ในการค้นหาคนหรือค้นหาภารกิจเพื่อไปแจมเล่นด้วยได้ 

 

 

สรุป

Tom Clancy's The Division 2 ยังมีเกมเพลย์ที่สนุกคื่นเต้นเร้าใจไม่แพ้ภาคแรก แถมได้รับการปรับปรุง Features ใหม่ๆ มากมายที่ทำให้การเล่นสะดวกสบายง่ายยิ่งขึ้น ส่วนของเนื้อเรื่องก็เปลี่ยนแปลง Location ที่เราจะได้มาผจญในกรุง Washington D.C. แทน สถาปัตยกรรมที่เป็น Landmark สำคัญๆ ก็ถูกใส่เข้าให้มีความสมจริง รู้สึกเจ๋งดีที่ได้เข้าไปสำรวจทำเนียบขาว ส่วนข้อเสียที่พบคือบัคประปราย เช่น NPC ค้าง, ตัวจมพื้น กับเกมเด้งหลุดออกบ่อยซึ่งก็หวังว่าตัวเต็มจะได้รับการแก้ปัญหาเหล่านี้ แต่สรุปภาพรวมแล้วก็เล่นได้มันส์อย่างยิ่งถ้าคุณเล่นกับเพื่อนจะยิ่งมันส์หลายเท่า หากใครที่มองหาเกมแนว shooting มุมมองบุคคลที่ 3 และชอบธีมโลกล่มสลายไวรัสระบาดก็ไม่ควรพลาด Tom Clancy's The Division 2 จะวางจำหน่ายวันที่ 15 มีนาคม 2019 นี้ทั้งบน PS4, Xbox One และ PC

 

 

มาเป็นเพื่อนกันนะ! @Thisisgame

เพิ่มเพื่อน

 

เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ 

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

คนเล่นเกมมือถือ

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง