สกู๊ปพิเศษ
Global
Posted by : TF_Atomstfx 
06-09-2019 15:40 view : 14497
10 อันดับ Boss Fight ยอดเยี่ยมในโลกวิดีโอเกม การต่อสู้สุดหินที่คุณต้องจำได้จนขึ้นใจ

 

Boss Fight หรือ Boss Battle คงเป็นอีกหนึ่งคอนเซ็ปต์ของเกมที่ไม่ว่าคุณจะเป็นเกมเมอร์จากยุคไหนก็ต่างเข้าใจไปในทางเดียวกัน มันก็คือการเตรียมสู้กับศัตรูสุดหินที่เป็นเสมือนหัวหน้าตัวลูกน้องที่เราลุยมาตลอดฉากหรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า Boss นั่นเอง ซึ่งการต่อกรกับศัตรูประเภทนี้ก็เป็นแนวคิดที่อยู่เคียงคู่กับเกมเมอร์มาเป็นเวลานานตั้งแต่เกมเก่าๆ อย่าง Rockman หรือ Contra ไปจนถึงในปัจจุบันอย่างตระกูล Souls ที่มีศัตรูระดับ Boss พร้อมรอส่งผู้เล่นกลับจุดเซฟอย่างไม่ปราณี โดยในวันนี้ ผมจะพาพวกคุณไปรู้จักกับ 10 Boss Fight ยอดเยี่ยมในโลกวีดีโอเกมกัน ถ้าพร้อมแล้ว เตรียมยาและถัง E ให้พร้อมแล้วไปกันเลย

 

หมายเหตุ: 1 Boss Fight ต่อหนึ่งแฟรนไชส์นะครับ

 

1.  Vergil ใน Devil May Cry 3

 

 

เปิดตัวทั้งทีต้องเอาให้ใหญ่ กับฝาแฝดคนพี่ประจำครอบครัว Sparda Vergil ขอบอกเลยครับว่าบอสคนนี้เป็นเหมือนตัวชูโรงของเกมภาคนี้เลยก็ว่าได้ เพราะพี่แกคนเดียวก็มีรวมๆแล้ว 3 Boss Fight และก็เป็น Last Boss ของเกมอีกด้วย ซึ่งความพิเศษของบอสตัวนี้ นอกจากพี่แกจะโผล่มาบ่อยๆ แล้วเนี่ย ตัวแกก็มีเอกลักษณ์ทั้งความคูลของแกที่สวนทางกับดันเต้ รวมไปถึงสไตล์การต่อสู้กับดาบ Yamato ของแกก็เท่ขาดใจเหลือเกิน โดยเหตุผลที่ผมเลือก Boss Fight ของ Vergil ในภาค 3 แทนที่จะเป็นของภาค 5 หลักๆ เลยก็คือความยากนั่นเอง ในภาค 3 ยิ่งท่าเราเล่นไปจนถึงช่วงท้ายสุดของเกมที่เราต้องสู้ตัดสินกับ Vergil ถ้าเล่นบนระดับความยากสูงๆ Vergil แทบจะมีการบังคับไม่ต่างจากมีผู้เล่นอีกคนมาสู้กับเราเลย ( แถมพอเลือดลดครึ่งหลอดแกก็เปิดโหมดปีศาจไล่บี้เราหนักกว่าเดิมอีก ) แถมเพลงประกอบตอนสู้กับ Vergil ก็เร้าใจทุกครั้งที่ได้ปะทะกัน ซึ่งองค์ประกอบโดยรวมถือว่าลงตัวเลยทีเดียวครับ

 

 

2. Dragon Slayer Ornstein และ Executioner Smough ใน Dark Souls

 

 

ผู้เล่นตระกูล Souls หลายคนต้องคุ้นเคยกับเจ้าคู่หูสุดแสนปวดขมับสองตัวนี้อย่างแน่นอน ( และน่าจะปาจอยไปนับครั้งไม่ถ้วน ตัวผมก็เช่นกัน ) กับชื่อที่เรามักจะเรียกว่า “ไอ้อ้วนผอม” ซึ่งกว่าเราจะเจอ Boss Fight นี้ก็ต้องผ่านความลำบากมาหลายตัวแล้ว แต่คงไม่มีศัตรูตัวไหนที่หนักใจเท่ากับเจ้าสองตัวนรกคู่นี้ ความพิเศษของ Boss Fight รายนี้ไม่ใช่เนื้อเรื่องเลยครับ (เพราะเกมมันไม่ได้เล่าตรงๆ ) แต่มันคือความยากที่จะวัดว่าใครจะได้ไปต่อ โดยตัวของ Ornstein จะมีความเร็วเป็นจุดเด่น ตีเบาแต่เร็ว แถมสามารถพุ่งไล่เราได้ทั้งฉาก พูดง่ายๆ ก็คือวิ่งหนีไม่ได้ ส่วน Smough ก็ตามรูปลักษณ์เลยครับ ช้าทุกอย่างตั้งแต่เดินยันตี แต่ก็นะโดนทีเดียวก็ลงไปคุยกับรากมะม่วงได้เลย และเราต้องสู้กับมันพร้อมกันนน! ผมว่าต่อให้เซียนแค่ไหน เจอจุดนี้ไปต้องมีชะงักกันบ้างล่ะ เพราะถ้าวิ่งหนีพี่ Ornstein ก็จะแดชไล่เรามา แต่ถ้าไม่วิ่ง ก็อาจจะโดนค้อนยักษ์ของ Smough เหวี่ยงโดนทีเดียวตาย แถมถ้าตัวใดตัวหนึ่งตาย เจ้าตัวที่เหลือมันจะยืมพลังของตัวที่ตายมาบัฟให้ตัวมันเองอีก ( แล้วเลือดมันก็กลับมาเต็มหลอด Oh God ) ซึ่งผมกล้าพูดได้เลยว่า Boss Fight นี้เป็น Fight ที่สุดแสนจะ Iconic ของซีรีส์ Souls เลยก็ว่าได้

 

 

3. G ใน Resident Evil 2 Remake

 

 

มากันต่อกับอีกหนึ่ง Boss Fight ที่ผมบอกได้เลยว่าถ้าไม่ได้ดูสปอยล์หรือเห็นใครเล่นมาก่อน ต้องมีเหวอกันทุกคนกับ G หรือที่คอมมูนิตี้คนไทยเราเรียกกันว่า “มนุษย์  G” นั่นเอง ( G ในเกมนี้มีอยู่ 4 ร่างด้วยกัน ) สิ่งหนึ่งที่ผมชอบสำหรับบอสตัวนี้ก็คือมันมาแบบเงียบๆ และมันมาแบบเต็มๆ จอ ใครขวัญอ่อนมีจอยหล่นแน่ๆ แถมการต่อกรกับ G ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายทั้งความอึดของตัวมันที่ยัดกระสุนไปเท่าไหร่มันก็ไม่ชะงักเลยสักนิด และความเร็วในการวิ่งมันก็เร็วพอที่จะจี้หลังเราติดๆ ได้ และฉากที่สู้กับมันก็ยังคับแคบชวนให้วิ่งติดขอบฉากเหลือเกิน ไม่ต้องพูดถึงตอนเล่นระดับความยาก Hardcore เลย ( อันนั้นตบสามทีเลือดแดงถ้าผมจำไม่ผิด ) มันจะทวีความน่ากลัวและความอันตรายของมันเข้าไปอีก ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้วการทุกการเข้าปะทะกับ G เป็นการต่อสู้ที่ระทึกและตึงมือใช้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น G ร่างแรกยันร่างสุดท้าย ซึ่งการมาของบอสตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่ผมประทับใจมากเลยล่ะ ( ตอนผมเล่นไม่ได้เซฟมาหลายชม. แล้วต้องสู้กับ G1 นี่มันระทึกจริงๆ )

 

 

4. Ganon ใน Zelda Breath of the Wild

 

 

มาต่อกันที่เกมของปู่นินอย่าง Zelda โดย Boss Fight ที่ผมเลือกมาก็คือ Ganon นั่นเอง โดยตัวกาน่อนในภาคนี้ความพิเศษของมันก็คือ ตามเนื้อเรื่องของ Zelda ภาคนี้ตัว Ganon ได้รับชัยชนะจากการต่อสู้ทำให้ตัวเอกอย่าง Link ต้องหลับไปร่วม 100 ปี ( ส่วนตัวผมคิดว่าภาคนี้บิ๊ว Ganon มาดีเลยล่ะ ) ซึ่งเมื่อเราฟื้นขึ้นมาเราก็ต้องเดินทางตามเก็บความทรงจำและเควสอื่นๆ จนเก่งพอที่จะเผชิญหน้ากับ Ganon อีกครั้ง ซึ่งจุดเด่นของ Fight นี้จะมีความคล้ายคลึงกับ Devil May Cry อยู่บ้าง เป็นการปูทางให้เราเห็นจุดหมายสุดท้ายของเรา ซึ่งก็คือต้องชนะ Ganon ให้จงได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม และผมบอกได้เลยว่าจุดเด่นของ Boss Fight ตัวนี้นอกจากความอลังของตัว Ganon แล้ว เพลงประกอบยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยทำให้การต่อสู้ Epic มากๆ โดยเฉพาะร่างสุดท้ายของมันหรือ Dark Beast Ganon ที่ผมต้องยกนิ้วให้กับความน่าเกรงขามของ Ganon และเพลงประกอบที่แค่คุณฟังเฉยๆ ก็ขนลุกในความยิ่งใหญ่ของ Fight นี้ที่ได้ทำการเก็บสะสมพลังมาตั้งแต่ต้นเกมสามารถระเบิดพลังในตอนท้าย เป็นการจบเกมได้อย่างยิ่งใหญ่เลยทีเดียว

 

 

5. Malus จาก Shadow of the Colossus

 

 

พูดถึงความ Epic จาก Ganon มาแล้วเรามาต่อกันกับ Malus จากเกม Shadow of the Colossus เกมนี้บอกได้เลยว่าถ้าใครชอบงานภาพ และความอลังการของศัตรูขนาดยักษ์ต้องสนใจเกมนี้อย่างแน่นอน ซึ่งเอกลักษณ์ของทุก Boss Fight ในเกมนี้ก็คือความเป็น Puzzle ครับ เกมนี้ทุกครั้งที่เราต่อกรกับยักษ์ เราจำเป็นต้องคิดหาลู่ทางไปโจมตีจุดอ่อนของยักษ์ที่แต่ละตัวจะอยู่ไม่ซ้ำที่กัน ส่วนตัว Boss ที่ผมเลือกมาก็คือ Malus ยักษ์ตัวสุดท้ายของเกมนั่นเอง สาเหตุที่ผมเลือก Boss Fight นี้ก็เพราะบรรยากาศที่ตัวเกมบิ๊วเราก่อนจะสู้กับยักษ์ตัวนี้ บวกกับรูปร่างหน้าตาและความมหึมาของมันที่ใหญ่พอๆ กับตึกระฟ้า และรอเราอยู่กลางพายุฝนฟ้าคะนอง แถม BGM หรือ เพลงประกอบก็ทำให้ Boss ตัวนี้ดูน่าเกรงขามมากๆ กว่าเราจะวิ่งไปถึงตัวมันก็ต้องฝ่ากระสุนที่มันยิงมาเรื่อยๆ ด้วยอีกต่างหาก ถึงจะไม่แรงมากแต่ก็มากพอที่จะน๊อคตัวละครของเราให้นิ่งไปสักพักได้เลย ( อ่านไม่ผิดหรอกครับ เกมนี้มีระบบน๊อคด้วย ) พอถึงตัวมัน เราต้องปีนมันขึ้นไปจนถึงยอดด้วย ถึงแม้จะเป็น Fight ที่ไม่ได้มีความยากมากนัก แต่ด้วยบรรยากาศโดยรวมของเกมก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Fight ที่น่าจดจำไม่แพ้ตัวอื่นในลิสต์เลย

 

 

6. Jubileus the Creator ใน Bayonetta

 

 

อาจจะพูดได้ว่า Boss Fight นี้น่าจะเป็นการต่อสู้ที่เว่อวังมากที่สุดในลิสต์นี้ก็เป็นได้ เพราะเจ๊ Bayonetta ของเราต้องเข้าต่อกรกับเทพผู้สร้างอย่าง Jubileus ถ้าพูดถึงขนาดตัวของ Boss ตัวนี้น่าจะมีขนาดใหญ่มากที่สุดในลิสต์นี้เลยก็ว่าได้ สาเหตุที่ Fight นี้ยอดเยี่ยมและน่าจดจำนั้น เหตุผลอย่างแรกเลยคือความเว่อ คือมันเว่อมากกับการที่เราจะขึ้นไปต่อกรกับเทพผู้สร้าง เสมือนเทพเจ้าแห่งทุกสรรพสิ่ง แค่ฟังดูก็รู้สึกว่ายากแล้ว แต่สำหรับเจ๊ Bayonetta ไม่ว่าจะเป็นใคร หรือเทพแค่ไหนก็บ่ยั่นสำหรับเจ๊คนนี้

Boss Fight นี้เราจำเป็นต้องงัดทุกความสามารถทั้งหมด ไปจนถึงการแปลงร่างที่ต้องใช้มันไปตลอดการต่อสู้ ( เพราะบอสขนาดตัวค่อนข้างใหญ่และมีพื้นที่ให้เราต้องวิ่งค่อนข้างกว้าง แถมพื้นที่ในการต่อสู้ก็จะเปลี่ยนไปตามปริมาณเลือดของ Boss อีกต่างหาก ) รวมไปถึงการหลบของเราก็ต้องแม่นยำกว่าครั้งไหนๆ และเมื่อไหร่ที่เราได้ Witch time ก็ต้องใช้คุ้มทุกวินาทีเพราะโอกาสในการตีจุดอ่อนมันจะน้อยลงเรื่อยๆ ตามจำนวนเลือด ( เลือดของ Boss ตัวนี้มีหลายขีดมากๆ ที่หนักกว่านั้นคือ เลือดยิ่งน้อยมันก็จะยิ่งโหด ) แถมตอนชนะมันได้ เราก็ต้องรีบทำลายร่างของมันก่อนจะหล่นลงมาที่โลกอีก บอกได้เลยว่าสู้กับ Boss รายนี้ก็ไม่ง่ายเลยเหมือนกัน

 

 

7. Baldur ใน God of War

 

 

หลังจากสู้กับเทพล้างโลกมาแล้ว คราวนี้มาต่อกับลูกเทพอย่าง Baldur กันต่อ ( สปอยล์ไหมน้อตรงนี้ ) Baldur น่าจะเป็นตัวละครที่ห้าวที่สุดในลิสต์นี้เลยก็ว่าได้ เพราะแกมาหาเรื่องพี่โล้น Kratos ของเราถึงหน้าประตูบ้าน แถมพี่ Baldur แกก็คอยตามป่วน ตามหาเรื่องชวนตีตลอดทั้งเกม แต่ถึงกระนั้น ขอบอกเลยว่า Boss Fight ของ Baldur เนี่ยไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ เพราะมันดุเดือดตั้งแต่ครั้งแรกที่แกปรากฏตัวไปถึงตอนสุดท้ายเลย ทั้งยังทำให้ลุง Kratos เราหืดขึ้นคออีกด้วย และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้การเผชิญหน้ากับ Baldur มันยอดเยี่ยมทุกครั้งเลยก็คือ ทุกการต่อสู้จะมีการสอดแทรกเนื้อเรื่องข้าไปด้วย ( ทั้งสู้ไปด้วยสลับกับดูคัตซีนไปด้วย และจัดลำดับฉากแอ็คชั่นสลับกับการเล่น บอกได้เลยเดือด ) ทำให้ทุกการต่อสู้มันดุดันและถึงอารมณ์มากๆ แถมเราจะได้เห็นการเติบโตของ BOY หรือ Atreus ที่จะเริ่มเก่งขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับ Kratos และกลายป็นกุญแจสำคัญในการโค่น Baldur ในตอนจบนั่นเอง

 

 

8. Xemnas ใน Kingdom Hearts 2

 

 

ถ้าบอกว่า Jubileus เลือดเยอะแล้ว เรามาต่อกันที่ Xemnas อีกหนึ่ง Boss Fight จาก Kingdom Hearts 2 ความน่ารำคาญของบอสตัวนี้ก็คือร่างของพี่แกมันเยอะเหลือเกิน ชนะแล้วไม่รู้กี่ครั้ง แต่กลับมาในร่างใหม่เรื่อยๆ ( ถ้าท่านผู้อ่านคนไหนเคยเล่น KH3 ผมอยากแนะนำให้ย้อนกลับมาเล่นภาค 2 ดูนะครับ เพราะบอสตัวนี้เด็ดไม่แพ้ในภาค 3 เลย ) กว่าเราจะได้ประมือกับ Xemnas เนี่ยก็ปาไปท้ายเกมแล้ว โดยความยากของบอสตัวนี้จะเริ่มตั้ง Phase แรกเลย ถ้าเล่นอย่างไม่ระวังคุณอาจจะโดน Xemnas ตีจนตายได้ง่ายๆ ถึงแม้จะเป็นร่างแรกก็ตาม และเมื่อชนะร่างแรกได้แล้ว เราก็ต้องตะลุยฝ่าอุปสรรคไปจนถึงตัว Xemnas อีกครั้ง พูดได้เลยว่าเป็นการเล่นที่ดุเดือดมากๆ เพราะกว่าจะไปถึงตัวมันนั้นไม่ใช่ง่ายๆ เลย ต้องฝ่าฝูง Nobody ที่กรูเข้ามาหาเรา, ต้องบินตามศัตรูที่คล้ายมังกรเพื่อเข้าไปสู้มินิบอสอีกตัวที่อยู่ข้างในมังกรอีกที และเมื่อชนะแล้ว เราก็ต้องเจอกับ Xemnas ร่างสุดท้ายที่รอเราอยู่ การจะต่อกรกับ Xemnas ร่างนี้จำเป็นต้องงัดทุกอย่างที่ Sora ทำได้ เพราะ Xemnas ร่างนี้ ทั้งเคลื่อนไหวและโจมตีเร็วมากๆ แถมต้องรัวปุ่มเพื่อป้องกันฝูงกระสุนเลเซ่อของ Xemnas ในตอนท้ายอีก ( ต้องกดรัวจริงๆ นะ เพราะพลาดอาจถึงตายได้เลย ) ซึ่งสิ่งที่น่าจดจำของ Boss Fight นี้คงหนีไม่พ้นสเกลการต่อสู้ที่ใหญ่และอลังการเหมาะกับการเป็น Boss Fight ปิดเนื้อเรื่องใน KH2 ได้เป็นอย่างดี ( อาจจะดีกว่าในภาค 3 อีกนะ คหสต. )

 

 

9. Isshin the Sword Saint ใน Sekiro: Shadows Die Twice

 

 

มากันที่ Isshin the Sword Saint ที่ได้รับการโหวตให้เป็นบอสตัวสุดท้ายที่ดีที่สุดจากคอมมูนิตี้ผู้เล่น Sekiro และยังเป็นหนึ่งใน Boss Fight สุดท้ายของเกมที่ยากที่สุดในบรรดาเกมตระกูล Souls ทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ( เพราะหลายเกมในตระกูล Souls ที่ผ่านมา Boss Fight ความยากสูงๆ มักจะไม่ใช่ตัวสุดท้ายครับ ) ซึ่งการดวลดาบกับ Isshin ในฐานะ Boss Fight ตัวสุดท้ายจะเป็นการวัดขีดความสามารถในการเล่นของคุณจนถึงหยดสุดท้าย คล้ายกับว่าเป็นบททดสอบที่จะโถมทุกอุปสรรคที่ผู้เล่นเคยเจอมาก่อนหน้านี้มารวมกันในคราวเดียว ทั้งการโจมตีระยะไกล, ความเร็ว, ความแรงและความต่อเนื่องในการโจมตีของ Isshin ที่พร้อมจะประเคนให้กับผู้เล่น ทำให้เราจำเป็นต้องมีการแพรี่ที่แม่นยำและเลือกเข้าโจมตีในจังหวะที่ถูกต้องทุกระเบียบนิ้ว ซึ่งดูๆ แล้วแถบจะไม่มีวิธีในการชนะแบบง่ายๆ เลย เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นการต่อสู้ที่วัดกับผู้เล่นโดยตรงว่า คุณเล่นเกมนี้เซียนแล้วหรือยัง ถ้าไม่ก็เตรียมกลับมาสู้ใหม่ได้เลย แถมบรรยากาศในการต่อสู้ทั้งฉาก ( เป็นที่ๆ เดียวกับที่เราเสียแขนในตอนแรก ) บวกกับเพลง พูดได้เลยว่าเป็น Best Track ของเกม ยิ่งทำให้ Boss Fight นี้สมกับเป็น Last Fight ของเกมอย่างแท้จริง

 

 

10. Liquid Ocelot ใน  Metal Gear Solid 4: Guns of the Patriots

 

 

บอกเลยว่าเลือกยากมาก ระหว่าง Liquid Ocelot กับ The Boss ใน Metal Gear Solid 3: Snake Eater ซึ่งทั้ง 2 Fight นี้มีองค์ประกอบของ Boss Fight แถบจะสมบูรณ์แบบเหมือนกัน ทั้งเพลงประกอบ, ความยาก และเนื้อเรื่องที่สะสมพลังมาตั้งแต่ตอนเปิดเรื่อง แต่สาเหตุที่ผมเลือก Boss Fight ของภาค 4 นี้แทนภาค 3 หลักๆ ก็คือเกมเพลย์มันเปลี่ยนทั้งดุ้นจนกลายเป็นเกมต่อสู้ไปเลย ซึ่งจะล้อกับตอนจบของ Metal Gear Solid ภาคแรกที่เราต้องสู้กับ Liquid บน Metal Gear Rex และเกมเพลย์ก็ถูกเปลี่ยนเป็นเกมต่อสู้เหมือนกับภาค 4 เป๊ะๆ โดยองค์ประกอบใน Fight นี้มีตั้งแต่เนื้อเรื่องที่ปูมาเป็นเวลายาวนานตั้งแต่ภาคแรก รวมไปถึงความ Epic ของการต่อสู้ระหว่างสองคุณลุงบนเรือ Outer Heaven ที่บอกได้เลยว่าต้องสัมผัสให้ได้สักครั้ง ( แถมก่อนจะเริ่ม Fight Snake และ Ocelot จะฉีด Nanomachine ให้กันเพื่อฟื้นขึ้นมาต่อยกันต่อให้จบ พีคมากบอกเลย ) ส่วนเรื่องของความยาก ถ้าเล่นบนระดับยากสุดก็ต้องสู้ด้วยความระมัดระวังเพราะจะมีช่วงหนึ่งที่ Liquid Ocelot จะปล่อยมัดตรง ถ้าโดนเต็มๆ คือเริ่มใหม่เท่านั้น แถมทุก Phase ในการต่อสู้กับลุงแก ก็จะมีการเปลี่ยน BGM ไปเรื่อยๆ ( ช่วงเพลง Snake Eater ขนลุกมากๆ ) ทำให้การต่อสู้มันสามารถปล่อยอิมแพคได้อย่างเต็มที่ สมกับเป็นการต่อสู้เพื่อจบเนื้อเรื่องของเกมตระกูลลุงงูได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

ต้องยอมรับเลยว่าในโลกของวิดีโอเกม เต็มไปด้วยเรื่องราวที่พร้อมจะถ่ายทอดมากมายให้แก่ผู้เล่นด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การเล่าบรรยายเนื้อเรื่องผ่านการเล่นเกมโดยตรง, การตามหา Lore ผ่านไอเทมต่างๆ ภายในเกม หรือแม้กระทั่งการต่อกรกับเหล่าศัตรูระดับบอสเหล่านี้ที่ไม่ใช่แค่การปะทะกันระหว่างผู้เล่นกับศัตรู แต่ทุกการต่อสู้ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวปูมหลังที่พร้อมให้ผู้เล่นได้สัมผัสและอินไปกับมัน พูดได้เลยว่าเกมที่ยอดเยี่ยมสมบูรณ์ การมี Boss Fight เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครก็สามารถทำให้ผู้เล่นจดจำเกมนั้นได้อย่างชัดเจน ไม่ลืมเลือนไปโดยปริยาย ไม่แพ้กับการที่เกมมีเนื้อเรื่องซาบซึ้งกินใจเลยแม้แต่น้อย และก่อนจะจากกัน ผมยอมรับเลยครับว่าจริงๆ แล้ว Boss Fight ที่ยอดเยี่ยมมันยังมีอีกในหลายเกมๆ ( จริงๆผมชอบ Augus vs Asura ในเกม Asura’s wraith มากๆ แต่ก็ไม่ได้เอามา ) เพราะฉะนั้นหากผมตกหล่นบอสตัวไหน ไป ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าผมไม่ได้ลืมนะครับ แต่มันเลือกยากมากจริงๆ สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณที่อ่านมาจนถึงถึงตรงนี้ แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อไปครับ

 

มาเป็นเพื่อนกันนะ! @Thisisgame

เพิ่มเพื่อน

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

คนเล่นเกมมือถือ

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง