สกู๊ปพิเศษ
Global
Posted by : TF_Ninerio 
05-11-2019 12:50 view : 1722
10 เกมฟรียอดนิยมบน Steam ที่คุณต้องลอง ! เล่นได้เลย ไม่ต้องเสียเงินซื้อ

 

Steam ถือเป็นร้านค้าขายเกมบนโลกออนไลน์ที่เกมเมอร์ทุกคนต่างนึกถึงเป็นที่แรก ซึ่งมีทั้งเกมทั่ว ๆ ไปจนถึงเกมฟอร์มยักษ์หลาย ๆ เกม และแน่นอนว่ามีเกมที่สามารถดาวน์โหลดไปเล่นได้ฟรี ๆ ด้วย แต่อาจจะมีค่า Microtransaction สักหน่อยเพื่อเป็นรายได้ให้กับทางผู้พัฒนาเกม แต่ถึงจะเป็นเกมฟรี บอกเลยว่าเกมฟรีบางเกมนั้น มียอดผู้เล่นถล่มทลายมากและเผลอ ๆ อาจจะสนุกกว่าเกมที่เสียเงินบางเกมเสียอีก เอาล่ะ ในเมื่อพูดถึงเกมฟรีแล้ว เพื่อเอาใจแฟนเกมสายฟรี งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า 10 เกมฟรีบน Steam ที่ควรค่าแก่การดาวน์โหลดมาเล่นนั้น มีเกมอะไรบ้าง

 

1. Destiny 2: New Light

 

 

หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าเกมตัวนี้มีความแตกต่างจากภาคหลักอย่าง Destiny 2 อย่างไร สำหรับเกม Destiny 2: New Light  เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นภาคเสริมย่อย ๆ ของตัวเกมภาคหลัก ที่ไม่ได้มีการเน้นเนื้อเรื่องอะไรมากมาย แต่จะเน้นระบบการเล่นที่เน้นการต่อสู้โดยเฉพาะ เรียกง่าย ๆ ว่าทำออกมาให้ยิงกันเล่น ๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมากนั่นเอง ซึ่งถึงแม้ว่าจะได้ชื่อว่าเป็นภาคเสริมที่เล่นได้ฟรี แต่เนื้อหาของเกมนั้น ไม่ได้ทำออกมาด้อยไปกว่าเกมหลักสักเท่าไหร่เลย ใครที่อยากเล่นเกม Destiny 2 แต่ไม่อยากเสียเงินซื้อภาหลักล่ะก็ มาชิมลางความสนุกในตัวเกมภาคนี้ก่อนได้

 

2. Warframe

 

 

สุดยอดเกมฟรีที่มีกราฟิกสวยงามยิ่งใหญ่อลังการพอ ๆ กับเกมฟอร์มยักษ์หลาย ๆ เกม โดยเกม Warframe นั้น เป็นเกมแนว RPG สวมบทบาทที่เล่าเรื่องราวถึงนักรบผสมนินจาอวกาศที่ถูกเรียกรวม ๆ ว่า Tenno ที่เข้ามาพัวพันกับการต่อสู้สุดแฟนตาซี ผู้เล่นจะพบกับตัวละครหลากหลายที่สามารถเลือกเล่นได้ตามใจต้องการ เล่นได้ทั้งแบบเนื้อเรื่องหรือจะ Multiplayer กับเพื่อน ๆ ก็ได้ แถมยังมีการเล่นแบบ Open Wolrd เพื่อเข้าสังคมกับผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้ด้วย สำหรับเกม Warframe นั้น ถือเป็นเกมฟรีที่ทำออกมาดีมาก และมีผู้เล่นเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าคุ้มเหมือนกับซื้อเกมฟอร์มยักษ์มาเล่นเลยทีเดียว

 

3. Google Earth VR

 

 

ถึงจะขึ้นชื่อว่าเล่นได้ฟรี แต่จะเล่นได้ก็ต่อเมื่อเรามีอุปกรณ์ VR เป็นของตัวเองแล้ว สำหรับ Google Earth VR นั้น ไม่เชิงว่าเป็นเกม แต่ก็เป็นเหมือนโปรแกรมที่สามารถนำพาเราไปเที่ยวรอบโลกได้แบบเสมือนจริงผ่านอุปกรณ์ VR เราจะสามารถไปเที่ยวได้แทบทุกที่บนโลก ไม่ว่าจะเป็นทัชมาฮาล, นิวยอร์ค หรือที่อื่น ๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นการย่อส่วนโลกของเราให้เราสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องเสียเงินแพง ๆ ตีตั๋วเครื่องบินให้เจ็บช้ำระกำใจ

 

4. Path of Exile

 

 

เกมที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Diablo ซึ่งมีระบบการเล่นที่แทบจะเป็นเกมเดียวกัน เรียกได้ว่าเป็นเสมือน Diablo เวอร์ชั่นที่ไม่ต้องเสียตังค์นั่นเอง ระบบการเล่นของเกมมีความคล้ายคลึงกับ Diablo แทบทุกอย่าง แต่บอกเลยว่าไม่ใช่เกมแนวไก่กา เพราะออกแบบเกมมาได้อย่างสนุกสนานไม่แพ้ Diablo เลยทีเดียว แถมมีผู้เล่นอยู่ไม่น้อยที่ชอบเกมนี้มากกว่า Diablo เสียด้วย เอาเป็นว่าใครที่ไม่อยากเสียเงินซื้อเกม Diablo มาเล่น ก็สามารถเล่น Path of Exile ทดแทนกันได้เลย

 

5. Paladins

 

 

เกมแนวเดียวกับ Overwatch ที่มีผู้เล่นจำนวนกว่า 25 ล้านคน ตัวเกมมีระบบการเล่นในสไตล์เดียวกับ Overwatch ตรงที่สามารถใช้ตัวละครออกไปต่อสู้กับคนอื่น ๆ ควงอาวุธปืน เวทย์มนตร์ ปรับแต่งความสามารถเพื่อให้เข้ากับการเล่นของตัวเองได้ตามใจชอบ แต่จะบอกว่าเป็นเกมฟรีก็คงไม่ถูก 100% เพราะเป็นเกมที่ต้องอาศัยระบบ Microtransaction เยอะพอสมควรเลยทีเดียวเพื่อให้ตัวละครของเราเก่งได้ทันใจ แต่ก็นะ ใครไม่อยากเสียเงินเล่น Overwatch ก็มาเล่นเกมนี้ทดแทนได้อยู่

 

6. Doki Doki Literature Club! 

 

 

เกมแนวออกเดทที่เป็นมากกว่าเกมแนวออกเดท และอาจจะไม่เหมาะสำหรับเด็กสักเท่าไหร่ เพราะภายใต้ความแบ๊วใส ๆ นี้ ตัวเกมได้ซ่อนความสยองขวัญสั่นประสาทเอาไว้ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับการเล่นของผู้เล่นเอง ตัวเกมเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชมรมหนังสือที่มีตัวละครสาว ๆ สวย ๆ มากมาย แต่เล่นไปเล่นมากลับมีฉากที่คาดไม่ถึงออกมาซะงั้น เอาเป็นว่าใครอยากลองก็ดาวน์โหลดมาเล่นกันได้เลย ไม่ขอพูดอะไรมาก

 

7. DOTA 2

 

 

เกมที่ปัจจุบันแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักแล้ว โดยตัวเกมเป็นเกมแนว MOBA ที่เลือกตัวละครมาสู้กันและต้องใช้ทักษะต่าง ๆ มากมาย สำหรับเกม DOTA 2 นั้น เรียกได้ว่าเป็นเกมฟรีที่ฟรีจริง ๆ ตรงที่ไม่จำเป็นต้องเพิ่งระบบ Microtransaction ก็สามารถเล่นให้เก่งได้ วัดกันที่ฝีมือล้วน ๆ แถมยังเป็นเกมที่มีชื่อเสียงทางด้านการนำไปแข่งขัน Esport ระดับโลกอีกด้วย

 

8. Team Fortress 2

 

 

ก่อนที่จะมีเกม Overwatch บอกเลยว่าเกม Team Fortress 2  นี่แหละ เป็นเกมเบิกทางที่ทำให้เกมแนวนี้โด่งดังไปทั่วโลก โดยตอนแรกนั้น เกม Team Fortress 2 เป็นเกมที่ต้องเสียตังค์เล่น แต่ในปี 2011 ได้ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นเกมที่เล่นได้ฟรีเพื่อดึงดูดผู้เล่นให้เข้ามามากก ๆ ระบบการเล่นก็คล้ายคลึงกับ Overwatch ตรงที่มีตัวละครและอาวุธให้เลือกใช้มากมาย ใครที่ชอบเกมแนวนี้และไม่อยากเสียเงินซื้อ Overwatch ก็สามารถดาวน์โหลดไปเล่นกันแบบฟรี ๆ ได้

 

9. Realm Royale

 

 

เกมฟรีที่มีลักษระการเล่นคล้ายคลึงกับ Fortnite โดยเป็นเกมแนว Battle Royale ที่พัฒนาด้วยระบบ Unreal Engine แถมกราฟิกยังทำออกมาคล้ายกันอีกต่างหาก แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเกมไม่ได้เหมือนกับ Fortnite ไปซะทีเดียว เพราะเกม Realm Royale นั้น มีระบบคลาสของตัวละครที่แต่ละตัวจะมีความสามารถแตกต่างกันไปอีกด้วย เอาเป็นว่าใครที่ชอบเกมแบบ Fortnite ก็ลองโหลดไปเล่นกันแบบฟรี ๆ ได้

 

10. Raven Monologue 

 

 

เกมกราฟิกอินดี้แนวภาพวาดระบายสีสวยงาม ที่เล่าเรื่องราวของบุรุษอีกาคนหนึ่งที่ไม่รู้วิธีในการสื่อสารและวิธีสานสัมพันธ์กับผู้คนภายในเมือง ตัวเกมเป็นเกมแนวอินดี้ที่เน้นการเล่าเรื่องซึ่งบอกเลยว่ากวาดคำวิจารณ์ในแง่บวกจากผู้เล่นหลาย ๆ คนมาก ซึ่งเนื้อเรื่องภายในเกมนั้น จะไม่ได้มีการอธิบายอะไรตรง ๆ ให้เราตีความกันเอาเอง ซึ่งถึงแม้จะไมได้มีการบอกอะไรตรง ๆ แต่บรรยากาศภายในเกมนั้น แค่ดูตัวอย่างก็เพลินตามาก ๆ แล้วจริง ๆ

 

และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 เกมฟรีบน Steam ที่ไม่ควรพลาด สำหรับใครที่ไม่อยากเสียเงินแต่อยากเล่นเกมสนุก ๆ ล่ะก็ คิดว่า 10 เกมนี้ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีได้แน่นอน บางเกมทำออกมาอลังการกว่าเกมเสียเงินทั่ว ๆ ไปซะอีกนะ ใครที่ช่วงนี้กำลังช็อตหรือหมดเงินไปกับเกมแพง ๆ ก็สามารถเข้าไปที่ Steam แล้วโหลดเกมเหล่านี้มาได้ได้ตามใจชอบเลย

 

มาเป็นเพื่อนกันนะ! @Thisisgame

เพิ่มเพื่อน

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

คนเล่นเกมมือถือ

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

ที่มา : gamerant

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Steam จัดโปรโมชั่นลดราคาเกม PC เอาใจคนโสดถึงวันที่ 12 พ.ย. นี้
ไม่มีคนลอยกระทงก็เล่นเกมอยู่บ้านสบายๆ ได้เลย
มีลุ้น! Steam เตรียมเปิดให้บริการสตรีมมิ่งเกมแบบ Google Stadia
หลังมีคนไปพบโค้ดคำสั่งใหม่ซ่อนอยู่ในเว็บไซต์
Steam เปิดให้ลองใช้บริการ Remote Play Together แล้ว
ซื้อเกมแค่ไอดีเดียวก็สามารถเรียกเพื่อนมาแจมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ง่ายๆ
สุดเจ๋ง! Steam Remote Play เปลี่ยนรูปแบบปุ่มบนจอสัมผัสเป็นรายเกมได้แล้ว
มีเกมที่รองรับปุ่มควบคุมแบบไม่ซ้ำกันกว่า 100 เกม