Tech Tips
Thai
Posted by : TF_Artherlus 
07-05-2019 17:00 view : 1610
เปิดฟีเจอร์ (ไม่) ลับบน Windows 10 ฟีเจอร์ที่หลายๆคนมองข้ามแต่มีประโยชน์ไม่น้อย

 

สำหรับใครที่ใช้งานระบบ Windows อยู่ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชันอะไร รู้หรือไม่ว่าเราสามารถที่จะเข้าไปเปิดเพื่อใช้งานฟีเจอร์บางตัวที่ระบบมีมาให้ และมันเป็นอะไรที่น่าสนใจอย่างมากด้วย กับการเข้าไปเปิดใช้งานภายหัวข้อที่เรียกว่า Turn Windows features on or off โดยภายในนี้เราจะเห็นฟีเจอร์ต่างๆมากมาย ที่ส่วนใหญ่จะถูกปิดเอาไว้ไม่ได้เปิดใช้งาน แน่นอนว่า Windows ไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดที่ไม่ให้เราทำการเปิดหรือปิดการใช้งาน ฉะนั้นวันนี้เราจะมาดูกันว่าฟีเจอร์แต่ละตัวทำหน้าที่อะไรกันบ้าง (ฟีเจอร์บางตัวอาจจะไม่ได้มีอยู่ใน Windows บางตัว)

 

 

.NET Framework 3.5 (includes.NET 2.0 and 3.0): เฟรมเวิร์กสำหรับการพัฒนาโปรแกรมที่ถูกสร้างโดย Microsoft โปรแกรมสำหรับใช้งานและเกมส่วนใหญ่มักจะต้องใช้งานกัน สำหรับ Windows 10 มีมาให้เช่นกันแต่จะถูกปิดใช้งานและแทนที่ด้วย .Net Framework 4.5 แทน แต่ถ้าหากใครที่มีโปรแกรมหรือเกมเก่าๆ ก็สมควรอย่างยิ่งที่จะเปิดใช้งานเอาไว้

 

.NET Framework 4.5 Advanced Services: เป็นอีกหนึ่งเฟรมเวิร์กที่สำคัญอย่างมาก โดยมันจะทำหน้าที่เกี่ยวกับโครงสร้างของตัวระบบจากเซิฟเวอร์สู่ตัวเครื่อง ซึ่งภายในหัวข้อนี้จะรวมไปถึง ASP .NET 4.5 ด้วย ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กสำหรับฝั่งเซิฟเวอร์ ฟังแล้วไม่เข้าใจและดูยากใช่ไหม ? แน่นอนเพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นตัวเลือกของนักพัฒนาทั้งสิ้น ทำให้ผู้ใช้งานอย่างเราไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับจุดนี้เลย ค่ามายังไงก็ปล่อยไว้แบบนั้นได้เลย

 

Active Directory Lightweight Directory Services: เป็นฟีเจอร์พื้นฐานของ Active Directory Domain Services โดยฟีเจอร์นี้เอาไว้ใช้งานสำหรับการเข้าถึง Directory ต่างๆ ผู้ใช้งานทั่วๆไปไม่จำเป็นที่จะต้องเปิดเพื่อใช้งาน ฟีเจอร์นี้สำหรับนักพัฒนาหรือเจ้าของเว็บไซต์แอปพลิเคชันที่ต้องการใช้งานเท่านั้น

 

 

Containers: หากเปิดใช้งานแอปทุกตัวจะทำงานโดยไม่สนใจโปรแกรมภายนอกที่กำลังทำงานอยู่ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปไม่จำเป็นที่จะต้องไปเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้

 

Data Center Bridging: มาตรฐานการพัฒนาโปรแกรมโดย IEE (Institute of Electrical and Electronics Engineers) สำหรับ Data Centers มาพร้อมกับมาตรฐานสำหรับที่เก็บข้อมูล เน็ตเวิร์ก และอื่นๆ เช่นเคยผู้ใช้งานทั่วๆไปไม่จำเป็นต้องเปิดใช้งาน

 

Device Lockdown: ทำให้เราสามารถติดตั้งและเปิดใช้งานเครื่องมือต่างๆ ที่มาพร้อมกับหน้าจอการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่นกันติดตั้ง Windows 10 บนเครื่อง Kiosk ที่เราเห็นกันตามสนามบิน ไม่ต้องเปิดใช้งานสำหรับการใช้ทั่วๆไป

 

Guarded Host: เมื่อทำการเปิดฟีเจอร์นี้ เวลาที่เราใช้งานโหมด Hyper-V จะทำให้ระบบหลักของเราไม่ถูกเล่นงานจากมัลแวร์หรือความเสี่ยงต่างๆที่เรียกใช้งานด้านใน Hyper-V

 

 

Hyper-V: ในส่วนของฟีเจอร์นี้จะทำให้เราสามารถเปิดใช้งานระบบจำลองขึ้นมาได้ เหมือนกับการใช้งานโปรแกรมอื่นๆเช่น VirtualBox หรือ VMWare แต่สิ่งที่ Microsoft ให้เราด้วยฟีเจอร์ตัวนี้มีความสามารถที่ดีกว่าโปรแกรมที่กล่าวมาเสียอีก เพราะความรวดเร็วในการใช้งานถือว่าเร็วกว่ากันมาก ใครที่อยากจะลองใช้งานก็สามารถเปิดใช้งานได้เลย ไม่เสียหายอะไร

 

Internet Explorer 11: คงไม่มีใครที่ไม่เคยผ่านการใช้งาน อย่างน้อยๆก็หลังจากที่ลง Windows ใหม่ เราสามารถที่จะปิดใช้งาน Internet Explorer 11 ได้เลยหลังจากที่ได้เบราว์เซอร์ตัวใหม่แล้ว เมื่อทำการปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ตัวโปรแกรมจะถูกนำออกจากตัวระบบทันที

 

Internet Information Services: หรือที่รู้จักกันในหมู่นักพัฒนาโปรแกรมหรือคนที่เรียนไอทีว่า IIS ซึ่งจะทำให้เครื่องของเราสามารถทำงานได้เหมือนกับเป็นเว็บเซิฟเวอร์ตัวหนึ่ง โดยหลังจากเปิดใช้งานเราจะสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ที่เราทำการโฮสเอาไว้ได้จากเบราว์เซอร์ตัวใดก็ได้ผ่านลิ้งค์ http://localhost ได้เลย

 


Internet Information Services Hostable Web Core: ไม่ต่างจาก IIS ปกติแต่สำหรับฟีเจอร์ตัวนี้จะมีขนาดที่เล็กกว่ามาพร้อมกับสิ่งที่ใช้งานหลักๆของ IIS เท่านั้น และเหมือนกับ IIS ผู้ใช้งานไม่จำเป็นที่จะต้องทำการเปิดเพื่อใช้งาน

 

Legacy Components: DirectPlay ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ DirectX ที่เอาไว้ใช้งานสำหรับการเล่นเกม โดยฟีเจอร์นี้ไม่จำเป็นต้องเปิดก็ได้ แต่ถ้าหากใครที่ต้องการที่จะเล่นเกมที่ออกก่อนปี 2008 การเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น

 

Media Features (Windows Media Player): ใครที่ไม่ได้มีโปรแกรมสำหรับการเล่นไฟล์สื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็นวิดีโอหรือเพลง การเปิดฟีเจอร์นี้ไว้จะเป็นการเรียกใช้งาน Windows Media Player ที่มีอยู่บนเครื่องของทุกๆคนขึ้นมาใช้งานนั้นเอง แต่สำหรับใครที่ลงโปรแกรมอื่นๆไว้ใช้งานเรียบร้อยแล้ว สามารถที่จะปิดฟีเจอร์นี้ทิ้งไปได้เลย

 

 

Microsoft Message Queue (MSMQ) Server: MSMQ เป็นฟีเจอร์ที่มีไว้เพื่อใช้งานอย่างเดียวนั้นก็คือการใช้งานเวลาที่การเชื่อมต่อของสัญญาณไม่เสถียร โดยฟีเจอร์นี้จะเป็นการเก็บค่าที่ต้องการส่งเอาไว้ในบัฟเฟอร์ (ส่วนพักข้อมูล) และหากมีสัญญาณการเชื่อมต่อที่ตกลง มันจะทำการส่งค่านี้เข้าไปอีกครั้ง ฟีเจอร์นี้ผู้ใช้งานอย่างเราๆไม่จำเป็นต้องเปิดใช้งาน

 

Microsoft Print to PDF: บน Windows จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่จะทำให้เราสามารถแปลงไฟล์ใดๆก็ตามที่สามารถปริ้นได้ให้มาอยู่ในรูปแบบของ PDF ได้ โดยหลักการทำงานคล้ายกับเครื่องปริ้นแต่แทนที่จะทำการปริ้นออกมา จะเป็นการเซฟและเปิดในรูปแบบของ PDF แทน ใครที่ไม่ได้ใช้งานก็สามารถปิดได้

 

Microsoft XPS Document Writer: สำหรับใครที่ต้องการปริ้นหรือเซฟไฟล์ XPS จำเป็นที่จะต้องเปิดใช้งานไว้เสมอ สำหรับ XPS เป็นเหมือน PDF ที่ทาง Windows เป็นคนสร้างขึ้นมานั้นเอง

 

 

MultiPoint Connector: การเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้จะสามารถทำให้เราสามารถจัดการโปรแกรมและสิ่งต่างๆบนอุปกรณ์ที่ทำการเชื่อมต่อกับเซิฟเวอร์ของเรา ผู้ใช้งานทั่วๆไปไม่จำเป็นต้องเปิดใช้งาน

 

Print and Document Services: เป็นฟีเจอร์ที่เราไม่จำเป็นต้องไปยุ่งอะไรเลย เพราะเป็นฟีเจอร์ที่เอาไว้สำหรับการใช้งานในการปริ้น แฟกซ์ และสแกนต่างๆ หรือหากใครที่ไม่ได้มีอุปกรณ์เหล่านี้ก็สามารถเข้าไปทำการปิดใช้งานได้

 

Remote Differential Compression API Support: เอาไว้สำหรับการทำงานร่วมกันระหว่างไฟล์ แม้ว่าโปรแกรมส่วนใหญ่จะไม่ได้ต้องการฟีเจอร์นี้ในการทำงาน แต่มีโปรแกรมบางตัวที่ยังคงต้องการฟีเจอร์นี้เพื่อทำงานได้อย่างไม่มีปัญหาอยู่ ฉะนั้นเราไม่จำเป็นต้องไปสนใจอะไรมาก มาแบบไหนก็ไว้แบบนั้นได้เลย

 

 

Services for NFS: หากใครที่มีการใช้งานที่เก็บข้อมูลแบบ NAS การเปิดฟีเจอร์นี้ถือว่าสำคัญ แต่ถ้าหากไม่ได้มีการใช้งานก็สามารถปิดการใช้งานฟีเจอร์นี้ได้เลย

 

Simple Network Management Protocol (SNMP): เป็นโปรโตคอลที่เอาไว้ใช้งานกับอุปกรณ์เก่าๆที่ต้องมีการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตไม่ว่าจะเป็นเราเตอร์ ปริ้นเตอร์ และอื่นๆ สำหรับใครที่ไม่ได้มีอุปกรณ์อะไรที่เก่ามากก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปิดฟีเจอร์นี้

 

Simple TCP/IP services (i.e., echo, daytime, etc.): ชุดคำสั่งที่รวบรวมข้อมูลสำหรับการทำงานต่างๆไม่ว่าจะเป็น Daytime, Discard, Echo และอื่นๆ แต่ผู้ใช้งานของเราไม่จำเป็นต้องใช้งาน

 

 

Windows Sandbox: ฟีเจอร์นี้ทำหน้าที่คล้ายคลึงกับ Hyper-V แต่จะสะดวกกว่าตรงที่ระบบที่เราสร้างขึ้นมาจะตัดขาดกันอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ระบบหลักไม่ตกอยู่ในความเสี่ยงนั้นเอง

 

 

มาเป็นเพื่อนกันนะ! @Thisisgame

เพิ่มเพื่อน

 

>> เข้ากลุ่มคนไทยพูดคุยเกี่ยวกับ <<

เกมมือถือเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีนน่าเล่น

คนเล่นเกมมือถือ

เกมคอนโซลและพีซีทุกยุคสมัย

 

ที่มา: digitalcitizen

©ดิสอิสเกมไทยแลนด์ดอทคอม (www.thisisgamethailand.com) ห้ามทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือ เผยแพร่
Comment | แสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาอีกแล้ว ! อัปเดต Windows 10 ล่าสุดทำ Wi-Fi ใช้งานไม่ได้
ดูเหมือนอัปเดตตัวนี้จาก Microsoft จะสร้างปัญหามากกว่าที่คิด
วิธีเปิดฟีเจอร์ป้องกันการโจมตีจาก Ransomware ใน Windows 10
ใครที่เป็นกังวลมัลแวร์สุดร้ายแรงไม่ควรพลาด
วิธีปรับขนาดหน้าจอใน Windows 10
มาปรับมุมมองการแสดงผลให้เหมาะกับการใช้งานกันเถอะ
วิธีย้ายคีย์ Windows 10 แท้จากเครื่องเก่าไปใช้บนเครื่องใหม่
ใครมีของแท้อยู่ในมือไม่จำเป็นต้องจ่ายเพิ่มหากจะย้ายเครื่อง